
เครือข่ายเยาวชนร้องกทม.จัดการร้านเหล้ารอบสถานศึกษา
เครือข่ายเยาวชนฯ สุดทนร้านเหล้าผุดรอบสถานศึกษา ร้อง กทม. ผลักดันจัดโซนนิ่ง ด้าน สุขุมพันธุ์ ชี้โซนนิ่งไม่เหมาะ ทั้งไม่มีอำนาจเป็นเพียงเสือกระดาษ เตรียมเสนอรัฐบาลขออำนาจจับ-ปรับ-ปิด ร้านเหล้าผิดกม.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ส.ค. กลุ่มเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์รู้ทันแอลกอฮอล์ เครือข่ายนักศึกษาสื่อสารมวลชนรามคำแหง สมาพันธ์นักศึกษา ม.ราชภัฏ 40 สถาบัน มูลนิธิเยาวชนเพื่อการพัฒนา และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจำนวนกว่า 70 คน เข้าพบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอปัญหาการขยายตัวของกิจการร้านเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษาซึ่งกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.
เครือข่ายฯอ้างว่า จากผลการสำรวจของทางเครือข่ายฯ พบบริเวณรอบสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัย 15 แห่งในกทม. มีร้านจำหน่ายสุราและเหล้าปั่นให้นักศึกษาจำนวน 84 ร้าน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมาก จึงเรียกร้องต่อผู้ว่าฯ กทม.ให้ผลักดันและสนับสนุนให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เร่งออกมาตรการแก้ปัญหา โดยในกรณีร้านเหล้าปั่น เสนอให้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามจำหน่ายเหล้าปั่นเป็นการทั่วไป ให้ขายได้เฉพาะสถานที่ที่มีกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีใช้บริการ ขณะเดียวกันควรมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดขอบเขต รัศมีของร้านที่จะเปิดขายรอบสถานศึกษาในว่าควรมีระยะห่างเท่าใด ซึ่งเสนอให้ในรัศมีของสถานศึกษา 500 เมตรไม่ควรมีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ด้านม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนตัวตนเห็นด้วยกับการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และเห็นด้วยกับการเอาผิดร้านที่จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดขอบเขตหรือการจัดโซนนิ่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อธุรกิจการค้า โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองอย่างกทม.ที่ปฏิบัติจริงได้ยาก
“ การจัดโซนนิ่งเป็นการผลักภาระและฝากความหวังที่เลื่อนลอยสำหรับเขตเมือง ยกตัวอย่าง ม.ธรรมศาสตร์หรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากมีคำสั่งจัดโซนนิ่งก็จะวุ่นวายกันไปหมด ทั้งๆ ที่ปัญหาเรื่องการขายเหล้าให้เด็กและเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปีมีต้นเหตุมาจากผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบไม่ทำหน้าที่ของตัวเองตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดจริงจังเท่าที่ควร ส่วนกทม.ก็ทำอะไรได้ไม่มากนอกจากเสนอแนะแนวทาง รณรงค์ ติดตามและประเมินผลการทำงานแต่ไม่มีอำนาจดำเนินการจับ ปรับ หรือปิด สถานบริการหรือร้านเหล้าได้ เหมือนเสือกระดาษตัวหนึ่งเท่านั้น ”
อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ระบุว่า หากรัฐบาลจะพิจารณา กทม.จะเสนอให้ กทม.มีอำนาจเต็มในการดำเนินการจับ ปรับ และสั่งปิดสถานบริการหรือร้านเหล้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย นอกเหนือไปจากภารกิจด้านการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ปลูกจิตสำนึกและขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่มีกิจการอยู่ใกล้สถานศึกษาอย่างต่อเนื่องนับจากนี้เป็นต้นไปทั่วพื้นที่กทม.



