ข่าว

แนะธุรกิจรับสร้างบ้านปรับตัวรับยุคดิจิทัล

แนะธุรกิจรับสร้างบ้านปรับตัวรับยุคดิจิทัล

13 ก.ย. 2559

การปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นความท้าทายของผู้บริหารที่จะนำพาธุรกิจให้ยืนหยัดต่อไปได้

 

        ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเรียลเซ็กเตอร์ต่างๆ รวมถึงภาคบริการอย่างธุรกิจรับสร้างบ้าน ก็ยังซึมตามเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ดังนั้น การปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นความท้าทายของผู้บริหารที่จะนำพาธุรกิจให้สามารถยืนหยัดต่อไปได้

        นายปิยะ ซอโสตถิกุล ที่ปรึกษาฝ่ายผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในงานสัมมนา “12 ปีธุรกิจรับสร้างบ้านกับความท้ายในยุคดิจิทัล” จัดโดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ว่าภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังอยู่ในภาวะที่ไม่สดใสนัก ซึ่งสะท้อนผ่านการเผชิญกับปัญหาของหนี้ครัวเรือนที่ยังเพิ่มสูงขึ้นทุกปี การปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มีอัตราสูง โดยการลงทุนของภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ และภาคท่องเที่ยวยังมีบทบาทสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 

        อย่างไรก็ดี อัตราดอกเบี้ยจะยังอยู่ในภาวะต่ำ โดยเชื่อว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าอัตราดอกเบี้ยก็จะไม่ปรับขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนทางการเงินแต่ภาคธุรกิจนั้นยังอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ผู้ประกอบการในธุรกิจต้องหาทางรับมือและต้องปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล

        นอกจากความเปราะบางของเศรษฐกิจแล้ว หากมองในมุมของผู้บริโภคก็มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจน กล่าวคือผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลผ่านอ่อนไลน์ มีการอัพเดตเนื้อหาของผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยเฉพาะในเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับงานก่อสร้าง ความรู้เกี่ยวกับบ้านผู้สูงอายุ และแบบบ้าน เป็นต้น

        ด้าน นายพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ถึงแม้ว่าธุรกิจรับสร้างบ้านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงช้าสุด เมื่อเทียบกับธุรกิจการเงิน แต่ก็ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคที่ดิจิทัล ซึ่งเริ่มมีบทบาทในธุรกิจรับสร้างบ้าน อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบางขั้นตอนของการทำงาน โดยเฉพาะขั้นตอนการออกแบบ ส่วนตัวมองว่าการนำเอานวัตกรรมหรือการใช้เทคโนโลยีในธุรกิจรับสร้างบ้านมาใช้ จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานและสามารถควบคุมคุณภาพของวัสดุก่อสร้างต่างๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งอาจช่วยประหยัดต้นทุนในการดำเนินการทั้งบริษัทรับสร้างบ้านเองและผู้บริโภค

        ทางสมาคมจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ประกอบกับภาครัฐของไทยกำลังก้าวไปสู่ e-Government อย่างเต็มตัว จึงได้จัดสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมาชิก และพันธมิตรของสมาคมได้เป็นอย่างดี

        นายวิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนาดังกล่าวว่าธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจบริการ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและการบริการด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจึงมีความสำคัญ และแนวโน้มของการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับสร้างบ้านโดยเฉพาะสินค้าที่เป็นวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในยุคดิจิทัลนั้นมีลักษณะคล้ายๆ กับโรงงานการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งกระแสดังกล่าวจะเป็นตัวผลักดันให้ผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านเปลี่ยนบทบาทการก่อสร้าง เป็นการประกอบวัสดุสำเร็จจากโรงงานด้วยระบบพรีคาสต์ และเป็นบ้านโมดูลาร์ ซึ่งระบบดังกล่าวจากนี้ไปจะได้รับความนิยมมากขึ้น

        ส่วน นายไผท ผดุงถิ่น ที่ปรึกษาสมาคมไทยแลนด์ เทค สตาร์ทอัพ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมบิ๊กดาต้า และสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทุกธุรกิจสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ ภาคธุรกิจรับสร้างบ้านก็เช่นกัน ส่วนตัวมองว่าสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะการรวบรวมข้อมูลของผู้ประกอบการและวัสดุต่างๆ ซึ่งระบบฐานข้อมูลทุกสิ่งอย่างนั้นมีความสำคัญและเป็นประโยชน์ทางธุรกิจ ทุกข้อมูลที่ได้จากการจัดเก็บสามารถนำมาประมวลผล นำมาวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมหรือความต้องการของผู้บริโภคเพื่อต่อยอดธุรกิจได้ อาทิ การถ่ายรูปและแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งเฟซบุ๊กก็จะนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผลเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นต้น

        “ผมทำธุรกิจ Builk.com มากว่า 6 ปี ก็จะเห็นถึงความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างว่ามีมากน้อยแค่ไหน” นายไผท กล่าวและว่า จากการรวบรวมข้อมูลของผู้ประกอบการและวัสดุก่อสร้างต่างๆ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาจะพบว่ามีผู้มาใช้ซอฟต์แวร์ในธุรกิจรับสร้างบ้านประมาณ 1.5 หมื่นราย เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีเพียง 6,000-7,000 ราย จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจ และการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในอนาคตนั้น นอกจากการให้บริการต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว เทรนด์ในอนาคตผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องสร้างเรื่องราวจากการรับสร้างบ้าน เพื่อตอกย้ำในด้านการใช้บริการผู้บริโภค