
อิทธิพลพายุดีเปรสชั่นจากเวียดนามเหนือท่วมแล้ว
อิทธิพลพายุดีเปรสชั่นจากเวียดนามเหนือท่วมแล้ว อีสาน-ใต้เตรียมพร้อมเฝ้าระวัง กทม.เตรียมเสนอแผนพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
วันที่ 12 กันยายน 59 ตามทีกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกและมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงเย็นถึงค่ำ ทั้งนี้เกิดจากพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 670 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทย ช่วงวันที่ 13-15 กันยายน 59 นี้ ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป
พะเยา-คนแม่ต๋ำอ่วมเจอน้ำทะลักเข้าบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายานว่าหลังจากฝนตกต่อเนื่องตลอด 2 วันที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ (12 ก.ย.)ในเขตอำเภอเมือง โดยเฉพาะตำบลแม่ต๋ำ ตำบลแม่นาเรือและตำบลแม่ปืม ได้มีน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน เป็นวงกว้าง โดยที่บ้านท่าควาย ตำบลแม่ต๋ำ พบว่าลำน้ำแม่ต๋ำ ได้เพิ่มระดับความรุนแรงและความสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ถนนบางช่วงน้ำท่วมสูงถึง 50-70 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องเก็บของหนีน้ำไว้บนที่สูง
ล่าสุดนางสาวจุฬาสินี พรหมเผ่า นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา ได้ระดมฝ่ายป้องกันและส่วนงานอื่นๆเข้าให้การช่วยเหลือ โดยนำเครื่องจักรกลมาเพื่อเปิดทางน้ำเนื่องจากมีวัชพืชและเศษกิ่งไม้ปิดขวางทางน้ำอยู่และไปช่วยชาวบ้านขนข้างของหนีน้ำ ตลอดจนได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือในบริเวณโรงเรียนเทศบาล 4
นางสาวจุฬาสินี กล่าวว่า ในช่วงเย็นเทศบาลจะทำข้าวกล่องเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แต่ละครอบครัวที่ประสบภัยน้ำท่วมเนื่องจากห้องครัวส่วนใหญ่อยู่ชั้นล่างถูกน้ำท่วมขังหมดจนไม่สามารถประกอบอาหารได้ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวจะเร่งสำรวจคูคลองเศษไม้และวัชพืชให้ออกจากลำน้ำแม่ต๋ำทั้งหมดเมื่อ น้ำรถระดับลงสู่ระดับปกติ
ลำพูน-น้ำป่าหลากท่วมบ้าน-ไร่นา
นายชัยวัฒน์ ประเสริฐ นายก อบต.เวียงกาน ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านหลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งช่วงบ่ายวันนี้ก็ยังไม่หยุดและในพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมสวน และนาข้าว รวมทั้งบ้านเรือนชาวบ้านจำนวนหลายหลัง เบื้องต้นได้รับรายงานว่า น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านห้วยน้ำดิบ บ้านห้วยปางผ้า บ้านห้วยแทงใต้ รวมถึงบ้านสเหลี่ยมหวาน ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ซึ่งจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดลำพูนตลอดทั้งวันทั้งคืนจนกระทั่งขณะนี้ยังไม่หยุด ส่งผลให้น้ำจากดอยกานได้ไหลบ่าลงมาเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน
โดยพื้นที่บ้านสบล้องได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นพื้นที่รับน้ำที่เอ่อล้นมาจากลำน้ำลี้ส่งผลให้ชาวบ้านในหมู่บ้านสบล้องกว่า 107 ครัวเรือนถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งข้าวของเครือ่งใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมากและในส่วนของพื้นที่การเกษตรเสียหายนั้นทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจความเสียหายอยู่ในขณะนี้
ชาวบ้าน กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามืดขณะนอนพักผ่อนซึ่งมีฝนตกอยู่ตลอดเวลาจู่ๆได้เกิดน้ำไหลเข้ามาตัวบ้านและจากนั้นก็ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเก็บข้าวได้ทันซึ่งทำให้ข้าวของ ที่นอน และอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายไปเฉพาะห้องที่อยู่ชั้นล่างเพราะน้ำมาเร็วมากจนไม่ทันตั้งตัว และช่วงบ่ายน้ำก็ไหลมาสมทบมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดลำพูนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อปพร.บ้านโฮ่ง ได้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของของชาวบ้านไปไว้ในที่สูงและทาง อบต.บ้านโฮ่ง ได้นำรถแบ็คโฮเข้าเคลียร์เศษกิ่งไม้ที่ไหลมากับน้ำและขวางลำน้ำออกเพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลได้สะดวก
นอกจากนี้ยังพบว่าที่บ้านดอยก้อม หมู่ 6 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ได้รับผลจากน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมลพืชผลทางการเกษตรเสียหาย จำนวน 10 ไร่ นาข้าว จำนวน 20 ไร่ และแปลงปลูกหญ้าแพง จำนวน 10 ไร่ ทางด้านนายณรงค์ อ่อนสะอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน แจ้งว่า ขณะนี้ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่าย ปภ. และฝ่ายปกครอง กำนัน ผุ้ใหญ่บ้านร่วมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ติดตามเฝ้าระวังพร้อมแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะในเขตตัวอำเภอบ้านโฮ่งที่เป็นแอ่งกระทะน้ำจากทางตอนเหนือโดยเฉพาะบ้านสบล้องน้ำซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ทำให้ต้องสั่งเฝ้าระวังอยู่เพราะในขณะนี้จังหวัดลำพูนยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ลำน้ำลี้เพิ่มสูงขึ้นและอาจเอ่อล้นเข้าท่วมได้
ลำปาง-ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนราษฎร
เมื่อเช้าที่ผ่านมานายเจริญ สิทธิวัง นายกอบต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.32 ลำปาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เดินทางเข้าตรวจสอบหมู่บ้านแม่ปาง ม.4 ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง หลังได้รับรายงานว่าเกิดน้ำท่วมในหมู่บ้านดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุน้ำท่วมเกิดจากน้ำป่าแม่ปางและน้ำป่าชุมชนแม่ปางไหลมาบรรจบกันทำให้ระบายไม่ทัน นอกจากนี้ ท่อระบายทางน้ำเข้าท่อใหญ่ทางระบายน้ำออกท่อเล็กระบายไม่ทัน เบื้องต้นบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 6 หลังคาเรือน มีเครื่องซักผ้าและตู้เย็นของชาวบ้านเสียหาย ซึ่งทางอบต.จะได้ดำเนินการซ่อแซมต่อไป
จากนั้นแนวการแก้ไขเบื้องต้นเจ้าหน้าที่อบต.ใหม่พัฒนา ได้นำเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกและระดับน้ำได้ลดลงเกือบปกติ ส่วนในพื้นที่ของ จ.ลำปาง ขณะนี้ท้องฟ้ายังมืดครึ้มคานชดน่าจะตกลงมาอีก หากเกิดน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลากประชาชนสามารถแจ้งขอความข่วยเหลือจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นครสวรรค์-ตรวจระบบบริหารจัดการน้ำเมืองปากน้ำโพ
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่อาคารควบคุมน้ำเทศบาลนครนครสวรรค์ นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายประทีป ศิลปเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังบรรยายสรุปข้อมูลจาก นายณรงค์ มะระยงค์ รองนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ เรื่องระบบการบริหารจัดการน้ำภายในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ พร้อมตรวจดูระบบการระบายน้ำของประตูระบายน้ำแต่ละจุด เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์กรณีเกิดฝนตกหนัก ดีเปรสชั่นและน้ำท่าที่ไหลมาจากภาคเหนือ
ทั้งนี้ เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนรับมือฝนตกหนักระหว่าง 13-15 กันยายน นี้ ซึ่งปัจจุบันเทศบาลนครนครสวรรค์ มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเสี่ยงน้ำท่ามี 2 จุด คือ บริเวณชุมชนวัดเขาและชุมชนบางปรอง ส่วนจุดเสี่ยง น้ำท่วม เมื่อเกิดฝนตกหนัก คือบริเวณศูนย์การค้าท่ารถ ระบบระบายน้ำปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 13 สถานี แยกเป็น สถานีสูบน้ำเสีย 4 แห่ง สถานีสูบน้ำฝนของโยธาธิการ 4 แห่ง และเทศบาลสร้างใหม่ 5 แห่ง มีระบบสูบน้ำอัตโนมัติเมื่อระดับน้ำในท่อสูงถึงระดับที่กำหนด มีอัตราการสูบประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน มีปริมาณน้ำขังบริเวณร้านข้าวต้มนายเจือประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาขยะอุดตันบริเวณตะแกรงเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกแก้ไขจนระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ระบบระบายน้ำของเทศบาลนครนครสวรรค์ได้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้ถึงประมาณ 120 มิลลิเมตรสำหรับระดับน้ำท่าปร้มาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าวิตก เนื่องจากระดับน้ำยังไม่ถึงจุดเฝ้าระวัง
เตรียมรับมือพายุถล่มเมืองดอกบัว
นายคันฉัตร ตันเสถียร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนงานป้องกันท้องถิ่นการเตรียมรับมือพายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ที่กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้ามาที่ประเทศไทย ซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งภาคตะวันออก หลังได้รับการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา มีหนังสือสั่งการให้หน่วยบรรเทาสาธารณภัย ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครเตรียมอุปกรณ์ไว้ช่วยเหลือประชาชนหากเกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ พร้อมสั่งให้นายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงอยู่ตามที่ราบลุ่มต่ำ หรืออยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ แจ้งเตือนไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ออกประกาศแจ้งประชาชนผ่านหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านให้เตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาระหว่างวันที่ 13-15 ก.ย.นี้
ด้านว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กล่าวว่า พายุดีเปรสชั่นที่อยู่ในทะเลจีนใต้ กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก เคลื่อนตัวไปทางเหนืออย่างช้าๆ ขณะนี้อยู่ห่างจากฝั่ง เมืองดานังประเทศเวียดนาม ประมาณ 520 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 720 กิโลเมตร มีแนวโน้มจะขึ้นชายฝั่งเวียดนามในช่วงเย็นวันนี้ และเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย โดยเฉพาะส่วนกลางของพายุจะเข้าเหนือจังหวัดอุบลราชธานี บริเวณรอยต่อจังหวัดอุบลราชธานี และ อำนาจเจริญ กิ่อนจะเข้าสู่ทางตอนกลางของภาคอีสาน ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะในวันพรุ่งนี้เธอในวันที่ 13 กันยายน จะมีผลกระทบต่ออีสานล่าง ตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และ ยโสธร รวมถึงจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งผลกระทบจากพายุลูกนี้ จะทำให้เกิดมีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ดังกล่าว และตอนกลางของภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในช่วงวันที่ 13 ถึง 15 กันยายน ให้ระมัดระวังสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมาก และขอให้ติดตาม ข่าว พยากรณ์อากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
เลยฝนหนักจังหวัดสั่งเตรียมพร้อม
นายประมวล ลาภจิตต์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง แจ้งเตือนเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเคลื่อนตัวลงทะเลจีนใต้ในวันที่ 10 กันยายน 2559 คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่นในระยะต่อไปและมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงวันที่ 13–15 กันยายน 2559 ทำให้บริเวณประเทศไทย มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่มสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บ้านเรือนโรงเรือน พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมจึงขอให้หน่วยงานของท่านประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทราบเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มซึ่งสถานีอุตุนิยมวิทยาเลย
รายงานสภาพอากาศและภาวะฝนตกเช้าวันนี้ ว่าปรากฏว่าพื้นที่จังหวัดเลย มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางเกือบทั่วไปและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ฝนตกหนักที่อ.นาแห้ว และ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย( อ.ภูเรือ ) 40.5,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว)57.0, อ.ภูหลวง 80.0 มม.และมีฝนตกหนักมาก ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(อ.ภูเรือ) 124.5,อุทยานแห่งชาติภูกระดึง( อ.ภูกระดึง ) 248.0 มม.
ทางจังหวัดเลยโดยนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ลงนามสั่งการให้ทุกภาคส่วยโดยเฉาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนราชการ ชมรม สมาคม มูลนิธิกู้ภัย ได้เฝ้าระวังพร้อมรายงานข้อมูลปริมาณน้ำฝนและน้ำในลำห้วย ในอ่างเก็บกักน้ำทั้ง 12 แห่งตลอด 24 ชั่วโมงเช่นน้ำฝนอาจจะทะลักไหลบ่าเป็นน้ำป่าไหลหลากลงมายังหมู่บ้าน ชุมขน ถนนลำห้วย แม่น้ำเลย แม่น้ำสาขาจนล้นตลิ่งและท่วมถนน หมู่บ้านได้อย่างรวดเร็ว ที่อ.ภูกระดึง อ.ภูหลวง , วังสะพุง ,อ.เมืองเลยเป็นพื้นที่ต่ำที่เป็นพื้นที่รับน้ำจากภูเขา เป็นต้นพร้อมกำชับไปยังนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมบุคลากร อุปกรณ์การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและพื้นที่การเกษตร.
เร่งเปิดทางน้ำชั่วคราวระบายน้ำห้วยขุ่นรับฝนตกหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 12 กันยายน จังหวัดอุดรธานียังคงเร่งเปิดทางน้ำชั่วคราว ให้ลำห้วยขุ่นช่วงไหลผ่านเทศบาลตำบลบ้านจั่น อ.เมือง เพื่อแก้ไขน้ำท่วมถนนมิตรภาพ และชุมชนอัมรินทร์ ก่อนเข้าตัวเมืองอุดรธานี เพราะมีโกดัง 3 หลังของเอกชนสร้างทับลำห้วย ยังไม่สามารถรื้อย้ายออกไปได้ โดยขอถนนเข้าที่ดินเปล่าของชาวบ้าน ให้เป็นร่องระบายน้ำชั่วคราว แม้ระดับน้ำจะลดลงไปแล้ว แต่ต้องเตรียมรับมือกับฝน ที่อาจจะตกลงมาอย่างหนักระหว่างวันที่ 13-15 กันยายนนี้ ตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่จุดท่อลอดเหลี่ยมคอนกรีต ทางพาดรถไฟบ้านเซ เขตติดต่อเทศบาลตำบลบ้านจั่น กับ เทศบาลตำบลหนองขอนกว้าง อ.เมือง นายสมหวัง พ่วงบางโพ รอง ผวจ.อุดรธานี พร้อมรองเสนาธิการ มทบ.24 , ผอ.ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ภาค 4 , ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี , สารวัตรแขวงการทางรถไฟอุดรธานี , นายกฯ และรองนายกฯ ทต.บ้านจั่น ทต.หนองของกว้าง นำรถแบ็คโฮของ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธษรณภัย.ภาค 4 มาขุดเปิดทางระบายน้ำเพิ่ม ให้น้ำของลำห้วยขุ่นไหลต่อไปได้สะดวก
โดยรถแบ็คโฮของศูนย์ ปภ.ภาค 4 รับการสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเทศบาลตำบลหนองขอนกว้าง ทำการขุดขยายร่องน้ำเดิมให้กว้างขึ้น จากท่อลอดคอนกรีต จุดที่บ้านเซ ต.บ้านจั่น ขนานไปกับทางรถไฟขอนแก่น-อุดรธานี ไปลงที่คลองระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมเมือง ช่วงถนนรอบเมือง ระยะทางรวมทั้งหมด 500 เมตร ซึ่งการขุดขยายในช่วงปลายมีปัญหา มีต้นไม้และวัชพืชขึ้นกีดขวางทางน้ำ ไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้าไปได้ หากไม่สามารถหาทางเข้าไปได้ จะต้องใช้แรงงานคนเข้าไปจัดการ
นายสมหวัง พ่วงบางโพ รอง ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สภาพลำห้วยสาธารณะถูกบุกรุกมานาน แต่ปัญหาการระบายน้ำไม่เกิดขึ้น เพราะน้ำยังไหลไปตามพื้นที่ว่าง เมื่อบ้านเมืองเติบโตขึ้นทางน้ำไหลก็ไม่มี จึงต้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะลำห้วยขุ่นเกิดปัญหา น้ำท่วมถนนมิตรภาพก่อนเข้าเมือง หากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก จังหวัดได้บูรณาการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปบ้างแล้ว ต่อไปทั้งเทศบาลตำบลบ้านจั่น และ เทศบาลตำบลหนองขอนกว้าง ก็ต้องเร่งรัดแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป โดยจังหวัดก็จะเข้ามาช่วยเมื่อมีปัญหา
นครราชสีมา-เตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำรับมือพายุ
ที่บริเวณท้ายเขื่อนระบายน้ำข่อยงาม ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 12 กันยายน นายสุทธิโรจน์กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักงานชลประทานที่ 8 (ชป.8 ) นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่งานซ่อมบำรุง เครื่องจักรกล ชป.8 ได้ติดตั้งเรื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเตรียมรับผลกระทบจากพายุดีเปรสชั่น ซึ่งมีทิศทางการเคลื่อนตัวผ่านพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 13-14 กันยายน นี้
นายสุทธิโรจน์ ฯ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยว่า กายภาพของเส้นทางคลองน้ำธรรมชาติ ลำตะคองตอนล่าง ตลอดความยาวประมาณ 15 กิโลเมตร ช่วงไหลผ่านเขตเมือง นครราชสีมา ลักษณะค่อนข้างแบนราบ บางช่วงตื้นเขินจากเศษวัชพืชประขยะมูลฝอยที่ลอยมาตามกระแสน้ำ จึงส่งผลให้ประสิทธิภาพการไหลของน้ำค่อนข้างช้า แม้นสภาพโดยรวมของลำตะคอง ยังมีพื้นที่รับน้ำอีกค่อนข้างมาก เพื่อป้องกันน้ำไหลหลากเอ่อท่วม ซึ่งมีสาเหตุจากระบบระบายน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รอการระบาย ชป.8 จึงดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง รวม 3 จุด ที่เขื่อนระบายน้ำข่อยงาม เร่งระบายน้ำในลำตะคอง เขื่อนระบายน้ำจอหอ ต.จอหอ ระบายน้ำในลำบริบูรณ์ และเขื่อนระบายน้ำบ้านกันผม ต.พระพุทธ อ.เฉลิมพระเกียรติ เร่งผลักดันก้อนน้ำจากลำตะคองและลำบริบูรณ์ให้ไหลลงสู่แม่น้ำมูลเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำดิบในเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว แม้นจะมีน้ำจากป่าต้นน้ำ ผืนป่ามรดกโลก ดงพญาเย็น เขาใหญ่ ไหลเข้ามาเฉลี่ยวันละ 4-5 แสนลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งถือเป็นปริมาณไม่มากนัก ล่าสุดมีปริมาณน้ำรวม 60.25 ลบ.ม. หรือ 19.16 % ของพื้นที่เก็บกัก 314 ล้าน ลบ.ม. จึงต้องควบคุมอย่างเข้มข้น เพื่อจัดสรรน้ำให้ประชาชนกว่า 4 แสนคน ในพื้นที่ 6 อำเภอ เป็นไปตามมติของกรรมการจัดการชลประทาน (JMC)ลุ่มน้ำลำตะคอง โดยสนับสนุนกิจการประปาท้องถิ่น 86 แห่ง และหล่อเลี้ยงระบบนิเวศน์ได้อย่างพอเพียง เนื่องจากห้วงเวลานี้ มีฝนตกลงมาเกือบทุกวัน จึงสั่งการให้เขื่อนลำตะคอง หยุดการระบายน้ำ โดยให้ใช้น้ำฝนตกท้ายเขื่อน ฯ แทน เพื่อกักเก็บน้ำดิบให้มากที่สุด
ระนองออกประกาศด่วนเตือน ปชช.รับมือฝนตกหนัก จากอิทธิพลดีเปรสชั่น
นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทางจังหวัดระนองออกประกาศด่วนที่สุด ที่ รน 0021/ว ถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเวลา 15.30 น.ลงวันที่ 12 ก.ย.59 แจ้งไปยังทุกหน่วยงานให้เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ย.59 และให้แจ้งเตือนภัยให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์
จังหวัดระนองได้ออกประกาศด่วนที่สุดเรื่องการเตือนภัยฝนตกหนัก และให้ทุกหน่วยงานแจ้งเตือนประชาชนอย่างเร่งด่วนให้เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักลมกระโชกแรงในช่วงดึกของคืนวันที่ 12 ก.ย. 2559 ที่พายุดีเปรสชั่นขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามที่คาดว่าจะส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกหนักบริเวณพื้นที่จังหวัดระนองรวมทั้งเกิดลมกระโชกแรง ทะเลมีคลื่นสูง และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินเลื่อนไหลได้ จึงให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ให้พร้อมตลอด 24 ชม.ในช่วงการแจ้งเตือนเพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
นายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ระนอง กล่าวว่า พายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองดานังประเทศเวียดนามประมาณ 500 กม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามใกล้เมืองดานังในช่วงดึกของคืนนี้ 12 ก.ย.59 และจะเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางของประเทศไทย ในวันที่ 13 ก.ย.59 และจะเคลื่อนเข้าภาคกลางและภาคเหนือในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ จ.ระนอง ที่จะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุที่ส่งผลให้มรสุมตะวันเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น จะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ จ.ระนอง ตั้งแต่ช่วงดึกคืนวันที่ 12 ก.ย.59 ถึงวันที่ 15 ก.ย.59 จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระหวังอันตรายและเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากฝนตกหนักที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินเลื่อนไหลได้ ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
กทม.เตรียมเสนอแผนพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
นายแพทย์พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) บอกว่า ขณะนี้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ซึ่งเป็นคณะทำงานโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทโครงการระยะทาง 57 กิโลเมตร โดยมีระยะนำร่อง 14 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเรียบร้อยแล้ว และเตรียมส่งมอบให้กทม.ในวันที่ 26 กันยายนนี้ ทั้งนี้ แผนแม่บทเน้นบูรณาการแผนการใช้พื้นที่ของชุมชน โดยจะไม่มีการเวนคืนที่ดินของประชาชน และเป็นรูปแบบทางเดินเลียบแม่น้ำและบนพื้นดินมีความกว้าง 7-10 เมตร และความสูงของพื้นผิวทางเดินจะอยู่ต่ำกว่าสันเขื่อนเฉลี่ย 1.30 เมตร รวมทั้งจักรยาน ซึ่งไม่เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคม และการไหลของน้ำ รวมทั้ง จัดการสภาพแวดล้อมริมฝั่งแม่น้ำ ปรับปรุงภูมิทัศน์สอดคล้องกับบริบทชุมชน และโบราณสถาน
ปลัดกทม. บอกอีกว่า ส่วนงบประมาณของโครงการระยะแรก 14 กิโลเมตรนั้นต่ำกว่า 1 หมื่น 4 พันล้านบาท เพราะไม่ได้สร้างเป็นถนนเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ หลังจากรับมอบแผนแม่บทแล้ว กทม. จะนำเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการโครงการ ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) หากเห็นชอบจะขออนุมัติงบประมาณและดำเนินการหาผู้รับเหมามาดำเนินการ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสแรกของปี 2560 และใช้เวลาดำเนินการ 18 เดือน
ด้านนายวัชระ จงสุวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านสถาปัตยกรรมออกแบบโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บอกว่า กรณีมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการลอกเลียนแบบอาคารหอคอยสูง The Crystal Island ที่มีความสูง 450 เมตร ริมแม่น้ำมอสโคว ประเทศรัสเซีย ออกแบบโดย Norman Foster สถาปนิกชื่อดังชาวอังกฤษนั้น ยืนยันว่าเกิดจากความบังเอิญ ไม่ได้คิดลอกเลียนแบบ ซึ่งขณะนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้นโดยขึ้นอยู่กับคณะกรรมการโครงการจะเป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งวัตถุประสงค์หลักอาคารที่ออกแบบหลังนี้จะทำเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์กรุงเทพมหานคร และเพื่อให้เป็นจุดหมายตาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน



