ข่าว

 "ธานี”ชื่นมื่นเชิญ“วิเชียร”ร่วมประชุมรับฟังคดีสนธิ

"ธานี”ชื่นมื่นเชิญ“วิเชียร”ร่วมประชุมรับฟังคดีสนธิ

13 ส.ค. 2552

ส่งเก๋ง"ส.ต.ท.วรวุฒิ"ให้ พฐ. ตรวจพิสูจน์พันคดียิง "สนธิ" โฆษกดีเอสไอแจงผลสอบกรณี “วรวุฒิ ” นำรถของกลางไปใช้ รู้ผลสรุปใน 2 สัปดาห์ พร้อมลงโทษวินัยแก่ผู้อนุมัตินำของกลางไปใช้นอกราชการ ส่วนกรณีงัดตู้เก็บสำนวนคดีฆ่าแขวนคอยังไม่แน่ชัดว่าเป็นคนนอกหรือคนใน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯจะนำรถยนต์เชฟโรเลต ซาฟีร่า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ศว 8051 กรุงเทพมหานคร ของ ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์ข่าว บช.ปส. ช่วยราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีดังกล่าวและได้อายัดรถไว้ไปตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกหาลายนิ้วมือแฝง และรายละเอียดอื่น ๆ ที่จะนำไปเชื่อมโยงคดีได้ โดยจะนำรถคันดังกล่าวไปตรวจสอบพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถของกลางในคดียาเสพติดที่ดีเอสไอขยายผลตรวจยึดมา และส.ต.ท.วรวุฒินำมาใช้ก่อนจะถูกออกหมายจับกุมนั้น ช่วงบ่ายวันนี้ ที่กรมสอบส่วนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)จะเปิดแถลงข่าวชี้แจงถึงการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดในส่วนของดีเอสไอต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.สุรพล  พินิจ ชอบ ผบก.พฐ. กล่าวถึงขั้นตอนการตรวจสอบรถต้องสงสัยที่ชุดสืบสวนนำมาให้ว่า หลังจากที่ได้รถมาทางกองพิสูจน์หลักฐานจะทำการตรวจเก็บหลักฐานเพื่อใช้ ประกอบคดี เช่น ลายนิ้วมือแฝง เส้นผม เส้นขน เขม่าดินปืน สภาพรถทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับคดี ส่วนจะทราบผลตรวจเมื่อไรนั้นยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากการตรวจบางอย่างต้องใช้เวลา โดยจะเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเองในวันพรุ่งนี้เพราะวันนี้ไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างจังหวัด

ดีเอสไอคาด2สัปดาห์รู้ผลสอบ"วรวุฒิ"ใช้รถของกลางยิง"สนธิ"

 พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  และโฆษก ดีเอสไอ ชี้แจงกรณีตำรวจตรวจยึดรถของกลางคดียาเสพติดของ ดีเอสไอ ได้จากบ้านแม่ภรรยา ส.ต.ท.วรวุฒิ ว่า ดีเอสไอ มีรถที่ใช้ปฏิบัติงานจาก 3 ประเภท คือ รถที่ซื้อมา รถเช่า และรถของกลางที่ถูกตรวจยึดได้จากคดีต่างๆและดีเอสไอขอใช้ประโยชน์ ซึ่งรถของกลาง ที่ตรวจยึดได้ที่บ้านแม่ยายส.ต.ท.วรวุฒิ เป็นรถของกลางคดียาเสพติดที่ได้รับอนุมัติถูกต้องจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้ ดีเอสไอ นำมาใช้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนทางธุรการของ ดีเอสไอ ในการจัดระบบการยืมเบิกใช้รถ

 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบแล้ว โดยจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ โดยคณะกรรมการตรวจสอบ จะตรวจสอบกรณีไม่ถูกต้องทุกกรณีที่มีการนำรถดังกล่าวไปใช้ และจะมีการลงโทษทั้งทางวินัยและปกครอง ซึ่งเป็นการตรวจสอบภายในองค์กรของดีเอสไอ ส่วนเรื่องทางคดี ดีเอสไอไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจึงไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้

 ต่อข้อถามว่า มีรถและยุทโธปกรณ์ของ ดีเอสไอ กี่รายการที่ส.ต.ท.วรวุฒินำไปใช้ พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ดีเอสไอ ขอใช้รถของกลางคดียาเสพติดจาก ป.ป.ส. 5 คันและยืมรถจักรยานยนต์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเข้าใจว่ารถที่ส.ต.ท.วรวุฒิ มีเพียง 2 คันตามที่เป็นข่าว เชื่อว่าจะไม่มีอีก ซึ่งดีเอสไอไม่ได้นิ่งนอนใจแต่จะตรวจสอบและหาคนรับผิดชอบกรณีมีผู้นำรถของกลางไปใช้นอกราชการ ส่วนการตรวจสอบอุปกรณ์หรืออาวุธปืน ได้รับรายงานจากนายทะเบียนอาวุธปืนว่า อาวุธอยู่ครบ ส.ต.ท.วรวุฒิ ไม่เคยนำไปใช้ อย่างไรก็ตาม เรื่องการทำงานของหน่วยงานสืบสวนสอบสวน กฎหมายเปิดให้ทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นได้เป็นเรื่องปกติ คนในกรมสอบสวนคดีพิเศษทำงานร่วมกับหน่วยราชการอื่นๆหลายร้อยคน บางคนจึงไปมีความเกี่ยวข้องกันแบบเพื่อนร่วมงาน

 พ.ต.อ.ณรัชต์ ยังกล่าวถึงกรณีตู้เก็บสำนวนคดีฆ่าแขวนคอวัยรุ่นกาฬสินธุ์ของสำนักคดีอาญาพิเศษถูกงัดว่า อธิบดีดีเอสไอ ได้ตั้งพ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คาดว่าจะสรุปได้ใน 2 สัปดาห์ ขณะนี้ จึงไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เป็นคนนอกหรือคนในดีเอสไอ ที่ก่อเหตุดังกล่าวและยังไม่ชัดเจนถึงสาเหตุของการงัดตู้ดังกล่าว

 รายงานข่าวเปิดเผยว่า บริเวณตู้เก็บสำนวนคดีฆ่าแขวนคอวัยรุ่นกาฬสินธุ์ สำนักคดีอาญาพิเศษ ไม่มีกล้องวงจรปิดจับภาพอย่างชัดเจน มีเพียงกล้องวงจรปิดจับภาพเฉพาะบุคคลเข้าออกภายในสำนักคดี จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบุคคลภายนอกเข้ามาภายในสำนักคดี นอกจากนี้ลูกบิดประตูห้องก็ไม่ถูกงัดหรือทุบทำลาย มีเพียงมือจับซึ่งเป็นรูกุญแจไขเปิดปิดตู้เท่านั้นที่ถูกเจาะเป็นรูกลวง จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่า บุคคลที่เข้ามางัดตู้เก็บสำนวนเป็นคนในดีเอสไอ เนื่องจากสำนวนคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างให้พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ลงนามในคำสั่งฟ้อง พนักงานสอบสวนก็จะนำสำนวนคดีพร้อมหลักฐานทั้งหมดส่งให้อัยการพิจารณา

 "ธานี”ชื่นมื่นเชิญ“วิเชียร”ร่วมประชุมรับฟังคดีสนธิ

 รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา(สบ10) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ได้เรียก พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ(191) มาสั่งเตรียมการเรื่องรักษาความสงบปลอดภัยในการชุมนุมถวายฎีกาขออภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของกลุ่มคนเสื้อแดง และการตัดสินคดีกล้ายางที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นจำเลยที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนับสนุนมาร่วมจำนวนมาก

 นอกจากนี้ มีรายงานว่า พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เชิญให้ พล.ต.อ.วิเชียร เข้าร่วมรับฟังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี รวมทั้งรับฟังปัญหาข้อขัดข้องในคดี ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 1 อาคาร 1 ตร.ในเวลา 14.00น.วันที่ 14 สิงหาคม