ข่าว

สปท.เปิดเวทีชำแหละร่างพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส-ร่างกม.พรรคการเมือง

สปท.เปิดเวทีชำแหละร่างพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส-ร่างกม.พรรคการเมือง

12 ก.ย. 2559

กมธ.การเมือง ฯชูหลักการการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมสมาชิกสปท.เสียงแตกทั้งหนุนและค้านให้มท.จัดการเลือกตั้งแทนกกต.

 

           12ก.ย.-ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสปท. เรื่องข้อเสนอการจัดทำร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งส.ส. โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานสปท.การเมือง กล่าวรายงานว่า เจตนารมณ์สำคัญของการร่างกฎหมายคือต้องการให้การปฏิรูปมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการเสนอให้การเลือกตั้งมีความสุจริตเที่ยงธรรมจึงเป็นหัวใจสำคัญ สิ่งที่ก มธ.เสนอ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เช่นการให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) การให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย เข้ามาช่วยสนับสนุนกกต.ในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งแนวทางข้อเสนอดังกล่าวแม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางที่สร้างความเข้าใจผิด แต่ขอเรียนว่าเป็นเจตนาอันดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้การเลือกตั้งไปกระทบพรรคใดพรรคหนึ่ง ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย แต่เป็นแนวทางที่จะแก้ปัญหาเดิมที่ผ่านมา ว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของประชาชน ไม่ใช้จ่ายเงินมากเกินไป ไม่เป็นเรื่องของการลงทุนหรือธุรกิจการเมือง

             “ข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเราก็ยอมรับ แต่ข้อเสนอต่างๆ ก็มาจากสมาชิกที่มีประสบการณ์ แต่คนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาจะมีผมและนายวันชัยสอนศิริ ในฐานะโฆษก กมธ.ปฏิรูปประเทศด้านการเมืองที่ มีหน้าที่ต้องตอบคำถามกระสุนเลยตกเยอะหน่อย เลยกลายเป็นตำบลกระสุนตกแต่ไม่เป็นไร มันอาจจะกลายเป็นสนามรบ กระสุนมันเลยมาเยอะ แต่เราก็จะชี้แจงถึงเหตุผลที่มาที่ไปว่าหากดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวจะมี ผลดีอย่างไร ที่จะให้การเลือกตั้งดีขึ้นกว่าเดิม”นายเสรีกล่าว

            ด้านนายวันชัย กล่าวว่า ตนอยากให้สมาชิกทุกคนได้พูดและวิพากษ์วิจารณ์กันมากๆ เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ ถ้าอภิปรายกัน 4-5 คนแล้วเรื่องผ่านนักการเมืองและประชาชนทั้งประเทศจะบอกว่าสิ่งที่เราผ่านไปนั้นไม่ได้พิจารณา ให้รอบด้าน แม้กมธ.จะพิจารณากันครบถ้วนและรอบด้านแล้วก็ตาม ยืนยันว่าความคิดนี้อยากให้เป็นความคิดของ สปท.ทั้งสภา เรื่องนี้เคยผ่านสภาไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่รัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านประชามติ เมื่อรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว ทาง กมธ.จึงเอาเนื้อหามาปรับปรุงให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาทาง กมธ.ถูกวิพากษ์วิจารณ์แต่ต่อไปนี้หากจะวิจารณ์ก็ต้องเป็นเรื่องของ สปท.ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด

              ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย กมธ.ปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า ทุกครั้งที่ีมีการปฏิวัติ เหตุผลคือการทุจริต ซึ่งสปท.เกิดจากคำสั่งของคสช. ดังนั้นสิ่งที่กมธ.การเมืองกำลังเสนอถือเป็นหัวใจของคสช.ว่าที่ทำมานั้นจะเสียของหรือไม่เสียของ ถ้าการเลือกตั้งครั้งหน้ากลับไปเป็นเหมือนเดิมบอกได้อย่างเดียวว่า คสช.เสียของ ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สปท.ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกันทำให้เสียของ เพราะเรามีหน้าที่ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นอยากให้สมาชิกช่วยอภิปราย ติติง เพราะหากออกไปก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันเท่ากันหมด หากสมาชิกไม่เข้าใจ ต้องซักให้เข้าใจ ถ้ารับไม่ได้ก็อย่ารับรายงานฉบับนี้ อย่าเกรงใจ เพราะรับแล้วมันคือทิศทางทางการเมืองที่จะกำหนดว่าเราแพ้หรือชนะหลังการปฏิวัติครั้งนี้ โดยรายงานนี้กำหนดให้การเลือกตั้งถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน หากทำไม่ได้คนที่รับหนักคือ คสช.ยืนยันว่า ไม่ได้เสนอให้คสช.คุมเลือกตั้งแต่มาช่วยดูแลการเลือกตั้ง

               จากนั้นเปิดให้สมาชิกสปท.ได้อภิปรายแสดงความเห็นกัน ซึ่งปรากฏว่ามีสมาชิกได้ท้วงติงรายงานว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราได้รับรายงานเมื่อช่วงเช้า มีเวลาศึกษาเนื้อหาสาระได้น้อย จึงไม่สามารถที่จะอภิปรายเนื้อหาสำคัญได้ครบถ้วน ควรจะเลื่อนการอภิปรายออกไปก่อน แต่กรรมาธิการฯยังยืนยันให้มีการอภิปราย แต่การลงมติขอให้เป็นวันที่13ก.ย.เพื่อให้เวลาสมาชิกได้ศึกษาก่อนที่จะมีการลงมติ ซึ่งที่ประชุมก็เห็นด้วย ทำให้มีการอภิปรายต่อ ซึ่งสมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นที่ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ภายใต้การกำกับดูแลของกกต. ที่ปรากฏว่า มีสปท.อภิปรายสนับสนุนและคัดค้านพอๆกัน โดยฝ่ายสนับสนุนให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งอาทิ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ เห็นว่า ปัจจุบันกกต.ไม่ได้เป็นผู้จัดการเลือกตั้งเองอยู่แล้ว เป็นเพียงแค่คนคุมนโยบาย จึงควรให้กระทรวงมหาดไทยมาจัดการเลือกตั้ง เพื่อลดภาระงานของกกต. แต่ควรให้หน่วยงานอื่นๆเช่น กระทรวงต่างๆตัวแทนพรรคการเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เข้ามามีส่วนร่วมจัดการเลือกตั้งด้วย เพื่อให้เกิดดุลยภาพในการทำงานไม่ใช่กระทรวงมหาดไทยอย่างเดียว

             ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง อาทิ นายนิกร จำนง อภิปรายว่า อาจจะสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ และข้อความที่ระบุให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ภายใต้การกำกับดูแลของกกต. เป็นการเขียนแบบกว้างๆ ยังมีความคลุมเครือ เชื่อว่า แม้เสนอไป กรธ.คงไม่ทำตาม เนื้อหาของสปท.การเมืองมีหลายส่วนดี และหลายส่วนไม่ดี ดังนั้นส่วนตัวขอใช้สิทธิงดออกเสียง  

              ขณะที่พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อภิปรายว่า การให้มหาดไทยเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง จะนำไปสู่ความเข้าใจผิดเป็นอย่างมาก และสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ เพราะตามรัฐธรรมนูญกกต.มีอำนาจบริหารสั่งการหน่วยงานต่างๆได้อยู่แล้ว การจัดการเลือกตั้งจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการมากกว่า

          พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน สปท. อภิปรายว่า ข้อเสนอหลายเรื่องของสปท.การเมืองมีความหมิ่นเหม่ อาทิ การห้ามผู้สมัคร และส.ส.บริจาคเงินทำบุญตามประเพณีในงานแต่งงาน งานศพ งานบวช เป็นการหลับหูหลับตาออกกฎหมาย ถามว่า ออกมาแล้วสามารถบังคับใช้ได้หรือไม่ ทำให้ขาดความศักดิ์สิทธิตั้งแต่เริ่มคิด เป็นแนวทางที่เป็นไปไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้ ส.ส.ตกนรกกันหมดที่ไปร่วมงานบุญแล้ว บริจาคเงินช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ควรกำหนดวงเงินขั้นต่ำที่สามารถบริจาคได้ เช่น 500 -1,000 บาท จะมีความเป็นไปได้มากกว่า ไม่ใช่เสนอแบบเอามันหรือสุดโต่ง ส่วนการเสนอให้สินบนนำจับแก่ประชาชนที่ชี้เบาะแสทุจริตเลือกตั้งนั้น อยากให้ยกเลิก เกรงว่า จะเกิดการสร้างเรื่อง เพื่อหวังเงินรางวัล ถือเป็นเรื่องอันตราย

             ต่อมาที่ประชุมได้พิจารณา รายงานข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยนายสมพงษ์ สระกวี ประธานคณะทำงานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง กล่าวรายงานว่าการปฏิรูปพรรคการเมืองเป็นเจตจำนงร่วมกันของ คสช.และแม่น้ำ 5 สาย ที่อยากเห็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีเสถียรภาพ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม พรรคการเมืองไม่ถูกครอบงำจากนายทุน เป็นสถาบันทางการเมืองที่แท้จริง ให้ประชาชนเป็นสมาชิกพรรคโดยสมัครใจ อย่างไรก็ตามส่วนตัวคิดว่า กมธ.ปฏิรูปประเทศด้านเมือง สปท.มาถึงโค้งสำคัญถ้าการเสนอล้มเหลวไม่เป็นผลก็เท่ากับการยึดอำนาจในเดือน พ.ค.2557 ล้มเหลว และการยึดอำนาจครั้งนั้นให้เหตุผลสำคัญว่าการยึดอำนาจครั้งนั้นเป็นการยึดอำนาจครั้งสุดท้ายเพื่อเข้ามาจัดสรรปฏิรูปการใช้อำนาจและตรวจสอบการใช้อำนาจ

             “ข้อเสนอ กมธ.ปฏิรูปประเทศด้านเมือง สปท.ไม่เคยมีการเสนอให้มีการเซตซีโร่พรรคการเมือง แล้วตั้งพรรคการเมืองใหม่ เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองมโนไปเอง ว่า คสช.จะตั้งพรรคการเมืองเองขึ้นใหม่ เพื่อให้นักการเมืองไหลเข้ามา กมธ.ไม่ได้มุ่งหวังทำลายพรรคการเมืองหรือนักการเมือง หรือต้องการทำลายระบอบประชาธิปไตย แท้ที่จริงเราอยากเห็นการดำเนินการของพรรคการเมืองเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรมและเชื่อโดยบริสุทธิ์ว่าการยึดอำนาจครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าหากเราไม่ร่วมมือกันการเมืองเดิมๆ ก็จะกลับมา”นายสมพงษ์ กล่าว

              ทั้งนี้ที่ประชุมได้ยุติการอภิปราย โดยนัดอภิปรายและลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับรายงานทั้ง 2 ฉบับในวันที่ 13 ก.ย.

///////////////////////////////////////////////////////