ข่าว

ที่นี่...แอนฟิลด์ ภาคขยาย

ที่นี่...แอนฟิลด์ ภาคขยาย

11 ก.ย. 2559

โดย...พันโชค ธัญญเจริญ [email protected]


               แม้หากมีใครพูดถึง “ทุ่งหญ้าแห่งความฝัน” ในกีฬาฟุตบอลแล้ว อาจไม่จำกัดถึงสนามกีฬาใหญ่โต หรือเป็นเพียงแค่สนามร้างข้างถนน ฟุตบอลใต้ทางด่วนก็ได้ แต่หากคำว่า “เดอะ ฟิลด์ ออฟ ดรีม” จะถูกพูดถึงโดยนักฟุตบอลอาชีพ แฟนบอลรวมถึงสื่อมวลชนแขนงต่างๆ คงมีเพียงทุ่งหญ้าไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับ เพราะหากทุ่งหญ้าแห่งนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นทุ่งหญ้าแห่งความฝัน เกมฟุตบอลบนทุ่งหญ้าแห่งนั้นก็ไม่ต่างจากเรื่องราวผจญภัยสุดหฤหรรษ์ก็ว่าได้ และสนาม แอนฟิลด์ ก็เป็นหนึ่งใน...เดอะ ฟิลด์ ออฟ ดรีม

               “แอนฟิลด์” สามารถเดินทางมาได้จากถนนหลักทุกสายที่มุ่งหน้าสู่เมือง ลิเวอร์พูล เนื่องจากตัวสนามอยู่ห่างจากใจกลางเมือง “ซิตี เซ็นเตอร์” เพียงแค่ 4.8 กิโลเมตร และ 6.4 กิโลเมตร จากถนนสาย เอ็ม 62, 11.2 กิโลเมตร จากสุดถนนสาย เอ็ม 57 กับ เอ็ม 58 หรือหากเห็นป้ายบอกทางมาซิตี เซ็นเตอร์ ก็มาสนามแอนฟิลด์ ถูกแน่นอน

               หากมาแอนฟิลด์ในวันธรรมดา สามารถจอดรถยนต์ได้ที่ลานจอดรถใน “เมน สแตนด์” อัฒจันทร์หลัก ซึ่งใช้เวลาต่อเติม 625 วัน ก่อนฤดูกาลแข่งขัน 2016-2017 เพื่อเพิ่มความจุอีก 8,500 ที่นั่ง ส่งผลให้เมื่อรวมอัฒจันทร์ทุกด้าน แอนฟิลด์ ภาคขยายจะรองรับผู้ชมได้ถึง 54,167 ที่นั่ง นอกจากนั้นยังมีบาร์ ศูนย์อาหาร ทางเดินลงสู่สนาม ลิฟต์ และร้านขายของที่ระลึกซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งถนน วอลตัน เบรค ที่มีกำหนดแล้วเสร็จในปีหน้า

               ส่วน “เซ็นทีนารีย์ สแตนด์” อัฒจันทร์ร้อยปี ยกเว้นวันที่มีการแข่งขัน เนื่องจากหากจอดรถยนต์ที่สองฝั่งอัฒจันทร์ดังกล่าวจะสะดวกต่อการเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ลิเวอร์พูล มากกว่า โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-17.00 น. แต่วันที่มีการแข่งขันจะปิดให้บริการก่อนเริ่มเกม 1 ชั่วโมง

               สำหรับที่นั่งของสนามแอนฟิลด์ ประกอบด้วย เมน สแตนด์ จากเดิม 9,575 ที่นั่ง เพิ่มเป็น 18,075 ที่นั่ง ฝั่งซ้ายเป็น “แอนฟิลด์ โรด สแตนด์” 9,116 ที่นั่ง และฝั่งขวาเป็น “ค็อป แกรนด์สแตนด์” 12,390 ที่นั่ง ส่วนฝั่งตรงข้ามเมน สแตนด์ คือ เซ็นทีนารีย์ สแตนด์ 11,411 ที่นั่ง นอกจากนั้นยังประกอบด้วย “แพดด็อก” ที่นั่งด้านล่างติดขอบสนามฝั่งเมน สแตนด์ 2,454 ที่นั่ง, ที่นั่งสำหรับคนพิการ 80 ที่นั่ง และที่นั่งสำหรับนักข่าว 344 ที่นั่ง รวมความจุ 53,870 ที่นั่ง (หายไป 297 ที่นั่ง ไม่ปล่อยให้นั่งเต็มความจุสนามเพื่อความปลอดภัย รวมถึงที่นั่งบางแห่งเป็นมุมอับเกินกว่าจะชมฟุตบอลด้วยความสนุก)

               และหากมาถึงแอนฟิลด์ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของลิเวอร์พูล หรือที่เรียกขานว่า “เดอะ ค็อป” ไม่ว่าจากที่ใดของโลก ควรไป อนุสรณ์ระลึกถึงเหตุการณ์ ฮิลส์โบโร ซึ่งมี “เดอะ ค็อป” 96 ราย เสียชีวิตในวันเสาร์ที่ 15 เมษายน 1989 โดยอนุสรณ์แห่งนี้จารึกชื่อของ “เดอะ ค็อป” ทั้ง 96 คนไว้ด้วย และมีเปลวไฟที่ไม่เคยดับในปล่องไฟแก้วซึ่งจัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 96 คน ยังได้รับการระลึกถึงอยู่เสมอ

 

ที่นี่...แอนฟิลด์ ภาคขยาย

ภาพ : เอเอฟพี

 

               รวมถึงรูปปั้นของ บิลล์ แชงค์ลีย์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ระหว่างปี 1959-1974 ที่ได้รับความเคารพนับถือจาก “เดอะ ค็อป” มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีคำพูดอมตะมากมายที่ยังถูกใช้และถูกพูดถึงทั้งจาก “หงส์แดง” หรือแม้จากทีมอื่นๆ จนกระทั่งทุกวันนี้

               และแน่นอนว่าหากมาเยี่ยมชมสนามแอนฟิลด์ แทบทุกคนต้องนำมือมาสัมผัสป้าย “ดิส อิส แอนฟิลด์” หรือที่นี่แอนฟิลด์ อันเป็นสัญลักษณ์และมีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องจากเจตนาครั้งแรกนั้นคือการข่มขวัญทีมเยือน แต่ต่อมานักฟุตบอลลิเวอร์พูลหลายคน ก่อนลงสนามต้องนำมือไปสัมผัสป้ายดังกล่าวเปรียบเสมือนโชคลางไปแล้ว

               เช่นเดียวกับ “ประตูเพสลีย์” ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1999 เป็นอนุสรณ์ระลึกถึง บ็อบ เพสลีย์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ระหว่างปี 1974-1983 ซึ่งประสบความสำเร็จในด้านถ้วยรางวัลหลักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีม เนื่องจากนำ “ไลเวอร์เบิร์ด” เป็นแชมป์ ดิวิชั่น 1 (พรีเมียร์ลีก) 6 สมัย, ลีกคัพ 3 สมัย, สโมสรยุโรปถ้วย ยูโรเปี้ยนคัพ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก) 3 สมัย, ยูฟ่า คัพ (ยูโรปาลีก) 1 สมัย และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย

               แต่หากมาในวันแข่งขันก็อาจจะตื่นเต้นกับผู้คนและสนุกกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ กว่า 1,000 คน ตั้งแต่เจ้าหน้าที่สนาม 400-420 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 65 นาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 13 คน เจ้าหน้าที่จากหน่วยพยาบาลเซนต์จอห์น 49 คน รับผิดชอบโดยเฉลี่ย 1 คน ต่อแฟนบอล 1,000 คน, บุรุษพยาบาล 6 คน พนักงานทำความสะอาด 16 คน พนักงานขายของในร้านกาแฟ บาร์ และรอบสนามแข่งขัน 180-200 คน พนักงานดูแลประตูเข้าออกสนาม 100 คน และเจ้าหน้าที่ดูแลสนาม 24 คน

               ซึ่งเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายจะมาถึงสนามก่อนเริ่มเกมประมาณ 5-6 ชั่วโมง ส่วนสนามแอนฟิลด์ต้องตรวจสอบความปลอดภัยของตัวสนามตั้งแต่ 07.00 น. ของวันแข่งขันตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ภายใน ระบบกล้องวงจรปิด และไฟส่องสนามทุกดวง ความเรียบร้อยของประตูทางเข้าออกทุกด้าน ซึ่งถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และแบ่งแยกแฟนบอลเหย้า-เยือน ระบบเตือนอัคคีภัย ซึ่งเชื่อมต่อสัญญาณตรงไปยัง “หน่วยดับเพลิงเมอร์ซีย์ไซด์” ห้องวิทยุควบคุมการแข่งขันสมัยใหม่ ระบบเครื่องกระจายเสียงในสนาม รวมถึงห้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นทั้งหมด 4 ห้อง
และจะเปิดให้แฟนบอลเข้าอัฒจันทร์ครึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มเกม ส่วนแขกในห้องรับรองพิเศษจะได้เข้าก่อนเริ่มเกม 3 ชั่วโมง เพื่อรับประทานอาหาร

               แม้เราอาจไม่เคยได้สัมผัสสนามแอนฟิลด์ด้วยตัวเอง แต่เรื่องเล่าขานของคนที่เคยไปจากรุ่นสู่รุ่น หรือภาพจากสื่อต่างๆ ก็ทำให้เราตรึงใจได้เสมอมา...และแม้แต่จนวันนี้ภาพของ “แอนฟิลด์” ก็ยังทำให้เราได้สนุกสนาน ติดตรึงใจเรามาเกินกว่าครึ่งชีวิต เรารู้จักสถานที่แห่งนี้มานานกว่าเพื่อนหลายคนของเราเสียอีก หรือมิใช่ ?

 

-----------------------------

(ที่นี่...แอนฟิลด์ ภาคขยาย : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ [email protected])