ข่าว

กทม-สธ. เร่งควบคุม"ไวรัสซิกา” พบผู้ป่วยในสาทร 22 ราย

กทม-สธ. เร่งควบคุม"ไวรัสซิกา” พบผู้ป่วยในสาทร 22 ราย

12 ก.ย. 2559

กทม แนะทำลายแหล่งลูกน้ำตัดวงจร“ยุงลาย”แพร่เชื้อ

 

           เมื่อวันที่ 12ก.ย.เวลา 09.30น.ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พ.ญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกทม.พร้อมด้วยนายวงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย น.พ.อนุตรศักดิ์ รัชตะทัต ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ไวรัสซิกาและมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดในกรุงเทพฯ

            พญ.วันทนีย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี2559จนถึงเดือนก.ย.ในพื้นที่กรุงเทพฯพบผู้ป่วยไวรัสซิกาทั้งหมด7รายโดยในแต่ละรายได้มีการลงพื้นที่สอบสวนพร้อมทั้งควบคุมโรคเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ได้รับรายงานในรายที่8ซึ่งได้รับรายงานจากโรงพยาบาลเอกชนเมื่อวันที่1ก.ย.ที่ผ่านมาในเขตสาทร สำนักอนามัยจึงได้ระดมเจ้าหน้าที่เพื่อลงพื้นที่สอบสวนทันทีโดยพบมีผู้ป่วยเพิ่มเติมอีก21รายและอยู่ระหว่างรอผลตรวจอีก30กว่ารายโดย1ใน21รายเป็นหญิงตั้งครรภ์ซึ่งได้ประสานสูตินารีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นทราบว่าผู้เป็นแม่ปลอดภัยแล้วแต่จะต้องตรวจสอบเด็กที่อยู่ในครรภ์ว่ามีผลกระทบกับสมองหรือไม่ขณะเดียวกันใน21รายมีจำนวน3รายที่เดินทางไปยังต่างจังหวัดจึงได้ประสานสธ.ลงพื้นที่สอบสวนและควบคุมโรคต่อไป ส่วนที่เหลือในพื้นที่เขตอื่นๆ กทม.จะประสานสำนักงานเขตให้ตรวจสอบในพื้นที่ว่ามีบุคคลใดสัมผัสผู้ป่วยเพิ่มเติมหรือไม่ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม

             “ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือผู้ป่วยไม่ให้เดินทางในระหว่างที่มีไข้ ส่วนที่กทม.ขอไม่ระบุเขตที่มีผู้ป่วยเพราะต้องการให้ทุกเขตเตรียมความพร้อมในการดูแลและป้องกัน อย่างไรก็ตามในพื้นที่เขตสาทรมี2ศูนย์บริการสาธารณสุขโดยกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ส่งทีมเข้ามาเพิ่มเติมพบว่ามีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำสูงมากแต่ขณะนี้ลดลงแล้ว”พญ.วันทนีย์กล่าว

             พญ.วันทนีย์ กล่าวต่อว่า สำหรับอาการของโรคไวรัสซิกาไม่ทำให้มีอาการรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตแต่จะมีการอาการมีไข้ปวดข้อออกผื่นตาแดง จึงต้องเฝ้าระวังอาการใน4กลุ่มเสี่ยงได้แก่1.หญิงตั้งครรภ์2.เด็กทารก3.กลุ่มที่มีอาการโรคปลายประสาทอักเสบและคนไข้ที่ปวดข้อตาแดงอยู่แล้วและ4.กลุ่มคนไข้ที่มีไข้ปวดข้อออกผื่นตาแดงที่สำคัญไวรัสไข้ซิกาและโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่มียุงลายเป็นพาหะดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนสถาบันการศึกษาสถานที่ทำงานทุกแห่งช่วยกันดูแลพื้นที่ไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพื่อตัดวงจรการเพาะพันธุ์และการแพร่ระบาดเนื่องจากไม่ว่าสถานที่ใดมียุงลายถือว่ามีความเสี่ยงทั้งหมด อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก หากภายใน30วันไม่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติม กทม.ถือว่าควบคุมโรคได้แต่หากมีผู้ป่วยเพิ่มเติม กทม.จะควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อไป

              ด้าน น.พ.วงวัฒน์ กล่าวว่า กรณีเคสที่สาทรเมื่อพบผู้ป่วย สำนักอนามัยลงพื้นที่ตรวจสอบว่ามีบุคคลใดสัมผัสผู้ป่วยเพิ่มเติมหรือไม่เพราะโรคดังกล่าวติดต่อทางยุงลายผู้ที่ติดเชื้อจะมีไข้1สัปดาห์จึงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ป่วยถูกยุงกัดเนื่องจากผู้ป่วยยังมีเชื้ออยู่ในกระแสเลือดอยู่ จากนั้นได้กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำในรัศมี100เมตรจากบ้านผู้ป่วยเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบและช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำตลอดจนควบคุมและติดตามสถานการณ์จนกว่าเหตุจะสงบลง

            ขณะที่ น.พ. อนุตรศักดิ์ กล่าวว่าตั้งแต่ต้นปี2559จนถึง31ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยทั่วประเทศจำนวน97รายใน16จังหวัดแต่สถานการณ์ขณะนี้ควบคุมได้โดยมี12อำเภอใน6จังหวัดที่อยู่ระหว่างควบคุมและค้นหาผู้ป่วยซึ่งหน่วยงานรัฐจะร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเข้มแข็งให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด