ข่าว

'เสรี รุ่งสว่าง'แจ้งความเพลง'เรียกพี่ได้ไหม'ถูกทำซ้ำ

'เสรี รุ่งสว่าง'แจ้งความเพลง'เรียกพี่ได้ไหม'ถูกทำซ้ำ

11 ก.ย. 2559

'เสรี รุ่งสว่าง'พร้อมเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงเข้าแจ้งความเพลง'เรียกพี่ได้ไหม'ถูกละเมิดทำซ้ำ

           เมื่อเวลา15.00น.วันที่11กันยายน2559 นายธนเดช เดชะพงศ์ธนา อายุ 65 ปี เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง “เรียกพี่ได้ไหม”และเพลงอื่นๆอีกกว่า1000เพลง และ นายกิตติกร หรือเสรี รุ่งสว่าง อายุ 63 ปี ศิลปินนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังพร้อมทนายความเดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.สงคราม บัวพันธุ์ สารวัตรสอบสวน สภ.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันหลังมีผู้นำลิขสิทธิ์เพลงในการครอบครองของตนไปทำซ้ำดัดแปลงขึ้นมาใหม่ออกมาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยนำเอกสารการถือสิทธิ์ครอบครองเพลงและแผ่นซีดีที่มีการทำละเมิดลิขสิทธิ์มามอบให้เป็นหลักฐาน

           นายธนเดชกล่าวว่าที่ต้องเดินทางมาแจ้งความในวันนี้เพราะตรวจสอบพบว่ามีบริษัทเพลงแห่งหนึ่งได้มีการทำแผ่นซีดีเพลงเอ็มพี3ใช้ชื่ออัลบั้มว่าลูกทุ่งมาตรฐานขนานแท้ เสรี รุ่งสว่าง ออกมาวางขายตามร้านสะดวกซื้อและร้านค้าต่างๆทั่วประเทศ โดยไม่ได้มีการขออนุญาตจากตน แต่กลับนำเพลงเรียกพี่ได้ไหม ผิดด้วยหรือที่ขี่เหร่ ไอ้หนุ่มเครื่องไฟ อะเมซิ่งสุพรรณ รวม4เพลงของเสรี รุ่งสว่างไปเปลี่ยนทำนองทำดนตรีใหม่โดยเสียงนักร้องยังเป็นเสียงเดิมกับของต้นฉบับ ตนจึงได้สอบถามไปยังนักร้องก็ได้รับคำตอบยืนยันว่าไม่เคยไปร้องเพลงออกอัลบั้มดังกล่าวแต่อย่างใด จึงได้ชวนให้นายเสรีเดินทางเข้ามาให้ปากคำเพื่อลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทดังกล่าวยังนำผลงานเพลงของศิลปินคนอื่นๆที่ตนถือกรรมสิทธิ์อยู่มาทำใหม่อีกหลายคน โดยหลังจากนี้ตนจะให้ทนายความทำหนังสือถึงบริษัทดังกล่าวเพื่อให้หยุดการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง หลังจากแจ้งเรื่องไปแล้วบริษัทดังกล่าวยังไม่มีการแก้ไขก็จะพิจาราณาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด ส่วนร้านสะดวกซื้อที่เป็นตัวแทนจำหน่ายก็จะทำหนังสือให้หยุดขายเพราะถือว่าทำผิดกฎหมาย

           ด้านนายเสรี รุ่งสว่างกล่าวว่าตนทราบเรื่องดังกล่าวจากนายธนเดชได้โทรศัพท์มาสอบถามตนว่าได้ไปร้องเพลงออกอัลบั้มใหม่ให้กับบริษัทเพลงใดบ้างหรือเปล่า ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยไปร้องใหม่แต่อย่างใด ที่ตนร้องมีเพียง2อัลบั้มคืออัลบั้มแรกร้องให้กับบริษัทโฟร์เอสเมื่อปี พ.ศ.2542และอัลบั้มล่าสุดเมื่อปี2558ที่ตนทำขึ้นเองโดยมีการบันทึกเสียงใหม่เท่านั้นส่วนนอกเหนือจากนี้ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนอย่างแน่นอนจึงเดินทางมาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานส่วนเรื่องคดีความนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของกรรมสิทธิ์ดำเนินการต่อไป