
"เกาะกูด ชายแดนน่านน้ำไทย-กัมพูชา
กรณีปราสาทพระวิหาร ยังคาราคาซัง ล่าสุดมีเรื่อง เกาะกูด เพิ่มเข้ามาให้น่าปวดเศียรอีก 1 แห่ง ด้วยประเด็นพื้นที่ทับซ้อนในน่านน้ำอ่าวไทย
เกาะกูด เป็นเกาะในทะเลฝั่งอ่าวไทย ตั้งอยู่ใกล้กับ “เกาะกง” ของกัมพูชา พื้นที่ทางทิศใต้ของเกาะกูดจรดน่านน้ำประเทศดังกล่าว จึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ในเขตการปกครอง
เดิมเกาะกูด เป็นตำบลที่ขึ้นอยู่กับ อ.แหลมงอบ แต่ความยากลำบากในการคมนาคมประกอบกับที่ตั้งซึ่งใกล้กับเกาะกงมาก ทางราชการจึงมีนโยบายเพื่อความมั่นคง และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยยกตำบลดังกล่าวขึ้นเป็น “กิ่งอำเภอเกาะกูด” เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2533
สำหรับหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเกาะกูด ปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อองเชียงสือ เจ้าเมืองไซ่ง่อนของญวณ หนีกองทัพองไกเซิน เจ้าเมืองกุยเยิน เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เมื่อปีขาล จัตวาศก จุลศักราช 1144 (พ.ศ. 2325) พระราชพงศาวดารระบุว่า องเชียงสือพร้อมด้วยบริวารได้พักอาศัยอยู่ ณ เกาะกูด
เกาะกูด เป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ จ.ตราด ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญขึ้นมาในช่วงรัชกาลที่ 5 เนื่องจากกรณีพิพาทเรื่องเขตแดนกับประเทศฝรั่งเศส ที่เข้ามายึดเมืองจันทบุรีเพื่อขมขู่ ทางสยามจึงจำเป็นต้องยกดินแดนบางส่วนของเมืองตราดให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อแลกกับการถอนกำลังจากเมืองจันทบุรี ดินแดนดังกล่าวก็คือ “เกาะกง” หรือ “เมืองประจันตคีรีเขต” ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการครอบครองของกัมพูชาหลังจากได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสนั่นเอง
ส่วนกรณี “เกาะกูด” ในคราวนี้ ก็ได้แต่หวังว่า เรื่องราวคงไม่ยืดเยื้อเหมือนปราสาทพระวิหาร ให้พี่น้องชาติพันธุ์สุวรรณภูมิอย่างไทยกับกัมพูชา ต้องขุ่นข้องหมองใจกันหลายเพลาจนเกินไป!
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



