ข่าว

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่

11 ก.ย. 2559

เปิดโลกวันอาทิตย์.. โดย บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

          สื่อตะวันตกต่างประโคมข่าวใหญ่โตกรณีคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่หลายคนแห่งเกาะไข่มุกฮ่องกงได้สร้างปรากฎฏการณ์อันเหลือเชื่อขึ้นเมื่อได้รับเลือกเป็น ส.ส.หน้าใหม่ในสภานิติบัญญัติของฮ่องกงว่าจะเป็นตะวันทอแสงสำหรับอนาคตใหม่ของเกาะแห่งนี้ที่สักวันหนึ่งจะแยกตัวเป็นอิสระจากใต้การปกครองของแผ่นดินแม่ตามความฝันของส.ส.หนุ่มอนาคตไกลเหล่านี้ ที่ไม่สนใจความผูกพันทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งไม่สนใจพันธสัญญาของคนโตตัวเล็ก เติ้ง เสี่ยวผิง ที่ว่าจีนจะปกครองฮ่องกงแบบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” เป็นเวลาอย่างน้อย 50 ปี


          ไม่ทราบว่าสื่อตะวันตกบางสำนักจะจงใจบิดเบือนประวัติศาสตร์หรือไม่ จึงใช้วลีสั้นๆ เพียงวลีเดียวบิดเบือนความเป็นจริงทั้งหมดว่า “ฮ่องกงเป็นอดีตอาณานิคมของอังกฤษ” เสมือนหนึ่งไม่รู้ว่าอดีตเจ้าอาณานิคมฉายาพระอาทิตย์ไม่เคยตกดินได้บีบบังคับเช่าฮ่องกงจากจีนเป็นเวลา 99 ปี หนึ่งในลูกหลานแดนมังกรที่เข้ามาร่วมบุกเบิกเกาะนี้รุ่นแรกๆ ก็คือ หวง เฟยหง หมอแผนโบราณและปรมาจารย์ด้านกังฟูฉายาบาทาไร้เงาที่บริษัทสร้างภาพยนตร์ของฮ่องกงและฮอลลีวู้ดนำประวัติไปสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแล้วครั้งเล่าและยิปมัน ครูคนหนึ่งของบรู๊ซ ลี ดาราชื่อดังจากภาพยนตร์ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง ที่จบชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่มแน่น หลังหมดสัญญาเช่า 99 ปี แดนผู้ดีเก่าได้ทำพิธีส่งคืนเกาะฮ่องกงให้แก่จีนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ขณะนี้ฮ่องกงมีสถานะเป็นเขตบริหารพิเศษฮ่องกง หรือเป็นเขตปกครองตนเองริมฝั่งทางใต้ของจีน

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่

 โจชัว หว่อง (กลาง ) นาธาน หลอ (ขวา) / ภาพ AFP 


          อย่างไรก็ดี นาธาน หลอ วัย 23 ปี หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของการเคลื่อนไหวทางการเมืองในฮ่องกง และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมือง “เดโมซิสโต” ร่วมกับ โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชื่อดังวัย 19 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งใน ส.ส.หน้าใหม่ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติอายุน้อยที่สุดของฮ่องกง รีบแถลงยืนยันว่าอุดมการณ์ของเดโมซิสโตไม่ใช่การแยกเอกราช เพียงแค่ต้องการให้มีประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเฉพาะการให้ชาวฮ่องกงมีสิทธิและเสรีภาพในการตัดสินใจอนาคตทางการเมืองมากขึ้นเท่านั้น “ผมไมใช่นักต่อสู้เพื่อเอกราช ผมแค่ต้องการให้ชาวฮ่องกงมีสิทธิที่จะกำหนดอนาคตตัวเองเท่านั้น” 
          นาธาน หลอ ให้ความเห็นด้วยว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งเป็นการเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่การชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2557 ที่รู้จักกันในชื่อ “การปฏิวัติร่ม” ที่มี โจชัว หว่อง เป็นแกนนำคนสำคัญ เพื่อเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง เป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของการเตรียมการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ในแผ่นดินใหญ่ โดยพรรคเดโมซิสโตจะพยายามผลักดันให้มีการลงประชามติเพื่อตัดสินอนาคตของฮ่องกงภายในอีก 10-20 ปีข้างหน้า

 

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่

คนรอเข้าแถวใช้สิทธิยาวเหยียดจนต้องเลื่อนเวลาปิดหีบ /ภาพ AFP


          สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงจำนวน 70 คน เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ได้แบ่ง ส.ส.ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็น ส.ส.เขตจากการเลือกตั้งโดยตรงรวม 35 คน ปรากฏว่านักการเมืองสายประชาธิปไตยได้ 19 ที่นั่ง ขณะที่พรรคการเมืองสายนิยมรัฐบาลจีนได้ 16 ที่นั่ง กลุ่มที่สอง เป็นผู้แทนจากระบบโควตากลุ่มวิชาชีพต่างๆ จำนวน 30 คน ซึ่งเป็นการเลือกตั้งโดยอ้อมจากกลุ่มตัวแทนที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้ว จนถูกโจมตีว่าไม่โปร่งใส เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากจีน กลุ่มสุดท้ายหรือกลุ่มสภาเขต จำนวน 5 คน ที่มาจากการเลือกของประชาชนทั้งหมด


อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่

 

          ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ผู้นำปักกิ่งไม่ใช่น้อย เนื่องจากกลุ่มนักการเมืองสายเรียกร้องประชาธิปไตยรวมไปถึงกลุ่มท้องถิ่นนิยมฮ่องกงได้รับเลือกตั้งเข้ามาถึง 30 คน จาก 70 คน ถือว่ามากพอสำหรับการเสนอให้มีการพิจารณาหรือคัดค้านร่างกฎหมายที่เสนอโดย ส.ส.สายตรงปักกิ่ง ในจำนวนนี้ 6 คนเป็นนักการเมืองหัวก้าวหน้าวัยหนุ่มสาวที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดบนเกาะไข่มุกแห่งนี้ ที่สำคัญเหนืออื่นใด แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ใช่การเลือกผู้ว่าการเกาะฮ่องกง แต่ผู้สังเกตการณ์หลายคนเชื่อว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลกระเทือนโดยอ้อมต่ออนาคตของเหลียง ชุน-อิง ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงคนปัจจุบันว่าจะมีโอกาสสวมหัวโขนต่อเป็นสมัยที่ 2 หรือไม่


          แน่นอน แรงกระเพื่อมนี้ย่อมส่งผลโดยตรงต่อแดนมังกรจีน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมา รัฐบาลปักกิ่งจะคัดค้านเสียงแข็งต่อกระแสเรียกร้องให้ฮ่องกงแยกตัวเป็นเอกราช  สำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าของรัฐบาลปักกิ่งรีบแถลงยืนยันสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะผู้บริหารฮ่องกง และ “คัดค้านอย่างถึงที่สุด” ต่อกิจกรรมใดๆ ทั้งในและนอกสภา ที่บ่งบอกถึงความต้องการแยกตัวออกจากแผ่นดินใหญ่ หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ กระบอกเสียงของปักกิ่งให้ความเห็นว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะปลุกกระแส “แนวคิดของการแยกเอกราช” ให้กว้างไกลออกไป


          ขณะที่รัฐมนตรีฝ่ายกิจการรัฐธรรมนูญของฮ่องกงให้ความเห็นว่าทางที่ดีที่สุดก็คือพยายามทำให้กลุ่มหัวก้าวหน้าที่มีท่าทีสุดโต่งให้ลดทอนความสุดโต่งลง กลายเป็นพวกสายกลาง ส่วน ส.ส.ฝ่ายที่สนับสนุนจีนบอกว่าการแยกตัวเป็นอิสระไม่มีทางเป็นจริงขึ้นมาได้ และไม่ควรจะเป็นประเด็นหลักของการเคลื่อนไหวต่างๆ
ด้านนักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า การขึ้นมาของกลุ่มหัวก้าวหน้าจะทำให้สภานิติบัญญัติและฮ่องกงยิ่งตกต่ำหรืออลหม่านวุ่นวายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีแนวโน้มว่าจะผลักดันให้เกิดการเผชิญหน้ากับคณะผู้บริหารฮ่องกงและรัฐบาลปักกิ่งมากขึ้น
 

         โฉมหน้า ส.ส.หน้าใหม่ทั้ง 6 คนที่สนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิของชาวฮ่องกงที่จะกำหนดอนาคตของฮ่องกงเอง

 

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่

 

          1.นาธาน หลอ คุน จุง วัย 23 ปี ส.ส.หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่โดดเด่นที่สุดและเป็น ส.ส.ที่อายุน้อยที่สุด อดีตนักเคลื่อนไหวและแกนนำการประท้วงที่ยึดพื้นที่มงก๊กและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเดโมซิสโต ที่เรียกร้องให้ฮ่องกงมีสิทธิกำหนดใจตัวเองเคยต้องโทษจากการนำการประท้วงใหญ่ที่รู้จักในชื่อ “การปฏิวัติร่ม” เมื่อปี 2557 มีจุดยืนต้องการให้จัดประชามติถามใจชาวฮ่องกงในเรื่องอนาคตว่าจะเป็นเช่นใด ประกาศชัดว่าไม่ต้องการให้ฮ่องกงเป็นแค่อีกเมืองหนึ่งของจีนเท่านั้น

 

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่


          2.ซิกซ์ตัส “บักจิโอ” เหลียง จุง ฮัง  วัย 30 ปี หนุ่มใหญ่ชื่อแปลกจากภาษากรีก-โรมันโบราณที่แปลว่าขาวสะอาดเป็นมันวาวหรืองดงาม จากพรรคแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นพรรคท้องถิ่นนิยม หรือ "โลคัลลิสต์” ประกาศชัดเจนว่าต่อต้านนักท่องเที่ยวและผู้อพยพจากจีน รวมทั้งต้องการให้ฮ่องกงแยกตัวจากจีน โดยมีนโยบายที่เป็นรูปธรรมก็คือต้องการให้ฮ่องกงหาแหล่งน้ำสะอาดและแหล่งผลิตอาหารเองเพื่อลดการพึ่งพาจากจีนลง

 

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่


          3.เหยา-ไว่ ชิง อายุ 25 ปี จากกลุ่มแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่ พลิกล็อกจากม้ามืดกลายเป็น ส.ส.หน้าใหม่เมื่อสามารถโค่นล้มยักษ์ ส.ส.เก่าลงได้ ทั้งๆ ที่เพิ่งสนใจการเมืองได้ไม่นานโดยได้แรงบันดาลใจจากการปฏิวัติร่ม ทำให้อยากเป็นนักการเมืองที่ต้องการแยกฮ่องกงเป็นอิสระจากจีน และได้เริ่มก้าวแรกด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเมื่อปีที่แล้ว แม้จะแพ้แต่ก็แพ้อย่างสมศักดิ์ศรีเพราะเป็นเพียงนักการเมืองหน้าใหม่เท่านั้น

 

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่


 
          4.เอ็ดดี้ ฉู่ ฮอย ติ้ก  วัย 38 ปี เป็นม้ามืดอีกคนหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนเพราะแม้ว่าจะเป็นผู้สมัครอิสระแต่กลับได้รับเลือกด้วยคะแนน สูงสุดเป็นอันดับ 1 เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่ย้ำว่าการแยกตัวเป็นอิสระเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับชาวฮ่องกง

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่


          5.หลอ ซิ่ว ไหล วัย 40 ปี อดีตผู้ประท้วงและอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยโปลิเทคนิคที่มองว่าเป็นประชาธิปไตยสายกลางที่ชนะใจผู้ออกเสียงจากการโต้วาทีสดและอภิปรายตามสถานีวิทยุโทรทัศน์ เธอบอกว่า การแยกตัวจากจีนเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์เป็นฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง แต่ฮ่องกงจะต้องมีสิทธิปกครองตนเองให้มากที่สุด

อนาคตฮ่องกงในมือคนรุ่นใหม่


          6.เจิ้ง จุง ไท่ วัย 33 ปี นักวิชาการประจำมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคฮ่องกง ได้ชื่อว่าเป็นคนหัวก้าวหน้าที่สุดในบรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่าหัวก้าวหน้า จากกลุ่มซีวิก พาสชั่น กลุ่มการเมืองที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ประกาศตัวอย่างเปิดเผยว่า สนับสนุนให้ฮ่องกงแยกตัวเป็นเอกราชและสนับสนุนให้อนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมแท้ๆ ของฮ่องกง เคยถูกครอบครัวของนักศึกษาบางคนที่มหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคฮ่องกง กล่าวหาว่าเป็นตัวการยั่วยุให้มีการเดินขบวน แต่เจ้าตัวยืนกรานว่าชาวฮ่องกงจะต้องเคลื่อนไหวเพื่ออนาคตของเกาะนี้