ข่าว

เด้ง'2รองสว.-ด.ต.'สอบยัดยา-ซ้อมม้ามฉีก

เด้ง'2รองสว.-ด.ต.'สอบยัดยา-ซ้อมม้ามฉีก

10 ก.ย. 2559

ผบก.น.3 รุดเยี่ยมหนุ่มร้องถูกยัดยา-ซ้อมม้ามฉีก ยันให้ความเป็นธรรม พบบันทึกจับกุมมี ตร. 3 นาย สั่งเด้งเข้ากรุจนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น


               10 ก.ย. 59  ความคืบหน้าจากกรณี นายประเสริฐ บ่างสมบูรณ์ อายุ 60 ปี พร้อมด้วยนางจำรัญ บ่างสมบูรณ์ อายุ 57 ปี น.ส.ดาวเรือง บ่างสมบูรณ์ อายุ 34 ปี และนายสมัครชัย มะฮะหมัด อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นบิดา มารดา น้องสาว และเพื่อนสนิทของนายสมชาย บ่างสมบูรณ์ อายุ 35 ปี ร่วมกันเดินทางยื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.ดร.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 เมื่อวันที่ 9 กันยายน ภายหลังจากเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะที่นายสมชาย พร้อมด้วยนายสมัครชัย กำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แขวงและเขตมีนบุรี กทม. แต่จู่ๆ มีรถกระบะมาจอดบริเวณหน้าป้อมของหมู่บ้าน จากนั้นมีชายฉกรรจ์จำนวน 5 คน พากันลงมาจากรถแล้วเดินปรี่เข้ามาหาบุคคลทั้งสอง โดย 1 ใน 5 นั้นได้โชว์บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมบอกว่า “โทรศัพท์หาคนมาเคลียร์ซะ ไม่งั้นพวกมึงโดนคนละ 10 เม็ดแน่” และเรียกเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวเป็นอิสระคนละ 1 - 2 หมื่นบาท

               โดยระหว่างที่นายสมชายกำลังโทรศัพท์ติดต่อหาญาติ กลุ่มชายฉกรรจ์ได้เตะเข้าที่ชายโครงซ้ายและขวาอย่างแรง รวม 2 ครั้ง จนล้มฟุบนอนแน่นิ่งไป ส่วนนายสมัครชัยถูกเตะ 1 ครั้ง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นทั้งคู่หาเงินไม่ได้จึงถูกกลุ่มชายฉกรรจ์โยนถุงพลาสติก ซึ่งภายในบรรจุยาเสพติดไว้ตรงหน้า พร้อมทั้งถ่ายรูปบันทึกเอาไว้ ก่อนบังคับให้เซ็นชื่อยอมรับสารภาพ แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี นอกจากนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ทางครอบครัวของนายสมชายได้ทำเรื่องขอประกันตัว ซึ่งผลปรากฏว่า เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บก่อนหมดสตินอนล้มฟุบลง จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นทางแพทย์ระบุว่าม้ามฉีก หากมาไม่ทันภายใน 1 - 2 วัน อาจเสียชีวิตลงได้

               ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ดร.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 ได้เดินทางเข้าเยี่ยมพร้อมทั้งสอบถามอาการบาดเจ็บของนายสมชาย โดยมีนายประเสริฐ กับนางจำรัญ บิดาและมารดาให้การต้อนรับ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที

               พล.ต.ต.ดร.ชัยพร กล่าวว่า ในวันนี้ (10 ก.ย.) ตนเดินทางมาเยี่ยมอาการของคนไข้ และมอบขวัญกำลังใจ เนื่องจากทราบว่าอาการยังไม่ดีขึ้น รวมทั้งสอบถามรายละเอียดเบื้องต้นในเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากทางผู้เสียหายยังไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำ ทั้งนี้ จากการสอบถามทางแพทย์เรื่องอาการของคนไข้ ระบุว่า ม้ามมีร่องรอยการฟกช้ำข้างใน ส่งผลให้ฉีกขาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทางแพทย์ไม่ได้ทำการผ่าตัดแต่อย่างใด เพราะม้ามไม่ได้แตก ขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นตัว ส่วนในวันแรกพบว่ามีเลือดไหล แต่ได้ดูดออกและหยุดไหลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้คนไข้มีอาการป่วยแทรกซ้อนขึ้นมา ทางแพทย์จึงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

               พล.ต.ต.ดร.ชัยพร กล่าวอีกว่า เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทางครอบครัวของผู้เสียหาย และเสนอเรื่องถึงผู้บังคับบัญชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากพบว่าข้าราชการตำรวจทำผิดจริง ก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด เนื่องจากทำให้ตำรวจส่วนใหญ่เกิดความเสียหาย ส่วนการหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้นั้นไม่ยาก ต้องย้อนกลับไปดูใบบันทึกจับกุมของผู้เสียหายทั้งสองรายในคดียาเสพติด โดยนำรายชื่อตำรวจชุดจับกุมมาทำการสอบปากคำทุกนาย ซึ่งพยานก็จะสามารถไปชี้ตัวตำรวจกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่ทำผิดกฎหมาย ต้องนำตัวมาสอบปากคำในเบื้องต้น หากพบว่าต่ำกว่าซี 8 ต้องส่งตัวไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หรือตั้งแต่ซี 8 ขึ้นไป จะส่งตัวไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการภายใน 30 วัน นอกจากนี้ในส่วนเรื่องของวินัย ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการแล้วเพื่อรีบดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิด ถ้าพบว่าผิดวินัยร้ายแรงต้องไล่ออกทันที ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

               "เบื้องต้นได้แนะนำให้นายประเสริฐไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับทางพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เนื่องจากนายสมชายอยู่ระหว่างการพักฟื้นอาการบาดเจ็บ ยังไม่สามารถเดินทางข้าพบด้วยตนเองได้ โดยทางญาติและตัวผู้เสียหายไม่ต้องกลัวว่าผู้ใดจะมาข่มขู่ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาตามสายงานจะต้องรับผิดชอบหากพบว่ามีการกระทำดังกล่าว คำว่าเป็นผู้มีอิทธิพลเป็นข้าราชการไม่ยาก แต่ผู้มีอิทธิพลเป็นโจรห้าร้อยข้างนอกจะยากกว่านี้ นอกจากนี้หากผู้บังคับบัญชาตามสายงานนั้นๆ ยังไม่ดำเนินการ หรือปล่อยปละละเลยก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน" ผบก.น.3 กล่าวย้ำ

               รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบรายชื่อใบบันทึกจับกุมของผู้เสียหายพบว่า 3 ใน 5 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ส่วนอีก 2 คน อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ โดยทาง ผบก.น.3 ได้นัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ให้เข้ามารายงานตัว เพื่อทำการสอบสวนวินัยและข้อเท็จจริงในช่วงเย็นของวันนี้ต่อไป

 

เด้ง3ตร.สอบยัดยา-ซ้อมม้ามฉีก

               เมื่อเวลา 17.45 น. ผบก.น.3 เปิดเผยว่า ภายในวันนี้ (10 ก.ย.) เตรียมออกคำสั่งให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (กก.สส.บก.น.3) จำนวน 3 นาย มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (ศปก.น.3) และให้หยุดปฏิบัติงานด้านการสืบสวน จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารเพื่อยื่นให้ตนเซ็นคำสั่งอนุมัติ โดยทราบชื่อของตำรวจทั้ง 3 นายแล้ว ส่วนอีก 2 คน ที่ร่วมก่อเหตุตามพยานระบุคาดว่าเป็นสายตำรวจ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหาตัวนำมาสอบสวน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 19.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (บก.น.3) พล.ต.ต.ชัยพร ได้ลงนามในคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ที่ 139/2559 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อ 6 (2) จึงให้ ร.ต.อ.สมศักดิ์ วงศ์สมศรี รอง สว.กก.สส.บก.น.3 , ร.ต.ท.ศรายุทธ เจะเละ รอง สว.กก.สส.บก.น.3 และ ด.ต.เริงณรงค์ รัตนโสภณ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.3 ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (ศปก.น.3) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง