
รถเมล์ร่วม"207"จ่ายอ้วก...!!!
"ศาลแพ่ง พิพากษา“สั่ง"คนขับ"รถเมล์ร่วมสาย 207-เจ้าของสัมปทานเดินรถ” จ่ายเงินชดเชยกว่า 16 ล้าน หลัง“ ขสมก.”ฟ้องประมาทไม่ปิดประตู ทำนักศึกษาเอแบค ตกรถปี 47
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาศาลมีคำพิพากษาคดี ที่องค์การสื่อสารมวลชนกรุงเทพ (ข.ส.ม.ก.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทวิม แสงเดช อดีตพนักงานขับรถโดยสาร , นายขจร อจลวิญ์ หรือธนะสิทธิ์ วรโชติหิรัญศิริ เจ้าของรถโดยสาร , บริษัท 207 เดินรถ จำกัด และนายเชาวน์ กระแสร์ชล โดยนายกัมปนาท กระแสชล ทายาท ในฐานะผู้รับสัมปทานเดินรถโดยสาร ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 4 เรื่องละมิด จากกรณีเมื่อวันที่ 14 ก.ย.47 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถโดยสารประจำทางสาย 207 วิ่งระหว่าง ม.ราม 1 – ม.ราม 2 ได้ประมาทเลินเล่อไม่ปิดประตูทางขึ้นรถ จนเป็นเหตุให้ น.ส.ปิยะธิดา หรือหุย โชติมนัส นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค พลัดตกจากรถได้รับบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา กระทั่งนายนำ และนางลักษณา โชติมนัส บิดามารดา ของผู้ตายได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ และพวกจำเลยโจทก์จึงวางเงินเพื่อชำระหนี้แทนวกจำเลยไปก่อนต่อศาลแพ่ง ตามคำพิพากษาของศาลที่มีคำพิพากษาให้โจทก์ และพวกจำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมแก่บิดามารดาผู้ตายเป็นเงินจำนวน 16,286,173.49 บาท โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องไล่เบี้ยให้พวกจำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 17,022,936,89 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ7.5 ของเงินต้น
โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า นายทวิม จำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำละเมิด โดยจำเลยที่ 2 - 4 เป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้าง ซึ่งนายกัมปนาท จำเลยที่ 4 มีข้อตกลงความรับผิดในมูลละเมิดตามสัญญาการประกอบการให้เดินรถโดยสารประจำทางที่ทำกับโจทก์ จึงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายเต็มตามสัญญา ร่วมกับจำเลยที่ 1 ส่วนจำลยที่ 2 , 3ไม่ใช่คู่สัญญา ก็ให้รับผิดเฉพาะมูลจากการละเมิดเท่านั้น ซึ่งโจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายได้คนละ 1 ใน 4 จากจำนวนหนี้
จึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมกันชดใช้เงิน 16,286,173.49 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ของเงินต้นหลังวันที่ 16 ก.พ.58 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ให้ชดใช้เงิน 4,017,543.37 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ7.5 ของเงินต้น หลังวันที่ 16 ก.พ.58 เป็นต้นไป
ผู้สื่อข่าวร่ายงานว่า สำหรับนายทวิม แสงเดช โชเฟอร์รถเมล์สาย 207 ศาลอาญา ได้มีคำพิพากษาให้จำคุก 3 ปี ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และถึงแก่ความตาย นายทวิมให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และคดีถึงที่สุดแล้ว



