ข่าว

DSI แถลงข้อข้องใจปมอดีตที่ดินฯผูกคอ

DSI แถลงข้อข้องใจปมอดีตที่ดินฯผูกคอ

09 ก.ย. 2559

ดีเอสไอ แจงยิบกล้องวงจรปิด49ตัวไม่เสีย ดูภาพเรียลไทม์ได้ปกติ แต่เซิฟเวอร์บันทึกภาพมีปัญหา โชว์สัญญาจ้างเหมาปรับปรุงระบบใหม่ตั้งแต่เม.ย.59 - 27 ต.ค.59


  
          9 ก.ย. 59 - พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ แถลงข้อเท็จจริงชี้แจงกรณีมีข้อสงสัยเรื่องกล้องวงจรปิดของดีเอสไอ สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดินพังงา ผู้ต้องหาคดีทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดินในพื้นที่จังหวัดอันดามันกว่า 1,000 แปลง ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการถูกควบคุมตัวในห้องขัง โดยระบุว่า ช่วง 10 วันที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามพูดให้น้อยที่สุด เนื่องจากคดีที่เกิดขึ้น ตำรวจสน.ทุ่งสองห้องและคณะกรรมการกลางที่กระทรวงยุติธรรมตั้งขึ้นมาอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด สำหรับกรณีกล้องวงจรปิดยืนยันว่ายังใช้งานได้ตามปกติมีเพียงระบบบันทึกภาพที่ผิดปกติ บันทึกได้บ้างไม่ได้บ้างเพราะเป็นระบบที่ใช้งานตั้งแต่ปี 50 ซึ่งดีเอสไอตรวจสอบพบความผิดปกติผิดตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา จึงได้ทำบันทึกรายงานและขอซ่อมแซมไปแล้ว โดยมีสัญญาว่าจ้างติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดใหม่ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จวันที่ 27 ต.ค. ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งระบบใหม่ แต่ระบบเดิมก็ยังสามารถดูภาพในระบบเรียลไทม์ได้ตามปกติ                                 
          พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า ภาพวงจรปิดในวันเกิดเหตุว่าบริเวณชั้นล่างคือชั้น จี จะมีศูนย์ควบคุมกล้องทั้งหมดในตึกจำนวน 49 ตัว เมื่อพบว่าระบบบันทึกภาพมีปัญหา ดีเอสไอจึงย้ายกล้องสำรองจากอาคารสถาบันการสอบสวนพิเศษ มาติดตั้งที่ชั้นจีซึ่งเป็นทางเข้าออกหลัก จำนวน 4 ตัว  สามารถบันทึกภาพบุคคลเข้าออกในบริเวณอาคารดีเอสไอได้ทั้งหมด เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นเวลาหลัง 18.00 น. ดีเอสไอจะปิดทางเข้าออกทุกทางเหลือไว้แค่ประตูด้านหน้าตึกชั้นจี เท่านั้น ที่สำคัญการเข้าออกภายในตัวอาคารจะต้องมีบัตรแตะประตูของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ส่วนลิฟต์จะเปิดให้เพียงตัวเดียวด้านในตัวอาคาร บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าออกได้ โดยกล้องวงจรปิดก็สามารถบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอได้นำภาพทั้งหมด ทั้งภาพนิ่งที่เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ขณะช่วยชีวิตนายธวัชชัย ภาพกล้องวงจรปิดรวมทั้งระบบเซิร์ฟเวอร์ส่งให้พนักงานสอบสวนและคณะกรรมการทุกชุดได้ทำการตรวจสอบแล้ว โดยในส่วนของพิสูจน์หลักฐานได้ส่งภาพที่บันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.-30ส.ค. ไปตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นหลักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ รวมถึงระบบบันทึกการเข้าออกอาคารหลังเวลา 18.00 น.                               
          “หลักฐานทุกอย่างดีเอสไอได้ส่งให้สน.ทุ่งสองห้อง และพิสูจน์หลักฐานตำรวจแล้วว่ามีการลบหรือแก้ไขข้อมูลหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ดีเอสไอมีเจ้าหน้าที่นับพันคน แต่หากมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องปกป้อง ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาห้องควบคุมของดีเอสไอไม่เคยมีปัญหา เพิ่งเกิดปัญหาครั้งนี้เป็นครั้งแรก เรามีระบบการควบคุมตัวเป็นไปตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ภายในห้องควบคุมตัวไม่มีกล้องวงจรปิด แต่จะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งพื้นที่ส่วนกลางในตัวอาคาร คือ บริเวณหน้าลิฟต์ และพื้นที่ส่วนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ในส่วนห้องควบคุมผู้ต้องหา มีประตูล็อคไฟฟ้าชั้นนอกอนุญาตเฉพาะเจ้าหน้าที่ ผู้เข้าออกต้องแตะบัตรแสดงตัว ในส่วนห้องคุมขังล็อคด้วยระบบกุญแจนิรภัย กำกับตัวผู้ถือกุญแจเฉพาะเจ้าหน้าที่เช่นกัน” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว                 
          อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า เข้าใจว่าก่อนหน้านี้สังคมมีข้อสงสัยหลายอย่างเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวทั้งเรื่องการรายงานเท็จกับผู้บังคับบัญชา เช่น การโทรศัพท์แจ้งรถพยาบาลว่าเกิดเหตุผู้ต้องหาเป็นลมหมดสติทั้งที่ผู้ต้องหาผูกคอตาย เรื่องวัสดุที่ใช้ว่าเป็นเสื้อทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นถุงเท้า ทุกประเด็นขณะนี้ได้มีการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทุกรายแล้ว เริ่มจากชุดจับกุม จนถึงชุดควบคุมตัว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพื่อรอให้ได้ข้อสรุปในชั้นสอบสวนของสน.ทุ่งสองห้องและการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการกลางระดับกระทรวงที่มีบุคคลภายนอกเข้าร่วม เรื่องจริงเป็นอย่างไรวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ทุกประเด็น เมื่อมีคำตอบออกมาแล้วตนก็จะตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้น สำหรับรปภ.ที่เข้าไปปฐมพยาบาลจากการสอบปากคำให้การเคยได้รับการอบรมมาก่อน หลังพบเห็นเหตุการณ์ได้ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อนำกุญแจนิรภัยมาเปิดห้องขังเข้าไปปฐมพยาบาล         
          พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวถึงประเด็นถุงเท้าที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นถุงขนาดสั้น จะใช้ผูกคอได้อย่างไร โดยอธิบายประกอบภาพว่า ตั้งแต่ชั้นจับกุมและชั้นแจ้งข้อกล่าวหาจะพบว่าผู้ต้องหาสวมถุงเท้าคู่เดิม สีเทา ขนาดยาว ความยาวประมาณครึ่งแข้ง แต่ขณะที่ผู้ต้องหายืนเพื่อถ่ายภาพทำประวัติอาชญากรรมถุงเท้าที่เป็นยางยืดได้ร่นลงมาอยู่ที่ข้อเท้า จึงทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นถุงเท้าสั้นแค่ข้อเท้า                 
          ด้านนายชัยณรงค์ กล่าวหลังฟังคำชี้แจงจากดีเอสไอว่า ตนได้รับฟังคำอธิบายไปแล้วเช่นเดียวกันที่ดีเอสไอชี้แจงกับสื่อ ขณะนี้พอใจในส่วนหนึ่งแต่จะขอรอฟังผลจากชันสูตร ผลการสืบสวน รวมทั้งผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งนิติเวชและนิติวิทยาศาสตร์         

DSI แถลงข้อข้องใจปมอดีตที่ดินฯผูกคอ           
          ผู้สื่อข่าวรายงานหลังแถลงข่าว อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เพื่อความโปร่งใสและชัดเจนในประเด็นกล้องวงจรปิด ดังนั้นจะเปิดให้สื่อมวลชนและนายชัยณรงค์เข้าไปสังเกตการณ์ห้องควบคุมผู้ต้องชั้น 6 แต่ไม่อนุญาตให้เข้าในที่เกิดเหตุเนื่องจากตำรวจได้กันพื้นที่ไว้ตรวจสอบเพิ่มเติม  นอกจากนี้ยังให้เข้าไปตรวจสอบในห้องควบคุมระบบกล้องบันทึกภาพและมอร์นิเตอร์กล้องวงจรปิดของอาคาร ซึ่งมีกล้องทั้งหมด 49 ตัว  ซึ่งในห้องควบคุมพ.ต.อ.ไพสิฐ ได้ใช้ผ้าเช็คหน้าสาธิตการคล้องบานพับประตูว่าเป็นบานพับเหล็กขนาดใหญ่สามารถใช้ผ้าคล้องเพื่อแขวนคอได้  ส่วนกล้องวงจรบริเวณชั้น 6 มีกล้องทั้งใหม่และเก่ารวม 13 จุด               
          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในวันนี้(10 ก.ย.) อธิบดีดีเอสไอได้เปิดเทปบันทึกกล้องวงจรปิดประกอบการแถลงข่าวเป็นครั้งแรก โดยเป็นภาพแสดงให้เห็นตั้งแต่รถพยาบาลมาจอดหน้าตึกดีเอสไอเวลา  01.17 น. โดยทีมกู้ชีพได้นำอุปกรณ์ปฐมพยาบาลออกจากรถ มีรปภ.เดินนำเข้าอาคาร จากนั้นบุรุษพยาบาล 2 นาย นำเตียงเข็นผู้ป่วยมารับผู้ป่วย ซึ่งจะเห็นว่าลิฟต์ทั้ง 3 ตัว ถูกปิดห้ามใช้งานหลังเวลา 18.00 น. สามารถใช้ลิฟต์ขึ้น-ลง ได้เพียงลิฟต์ชั้นในเพียงตัวเดียว จากนั้นได้นำผู้ต้องหาลงมาถึงชั้น G เวลา 01.24 น. รถพยาบาลเคลื่อนออกจากดีเอสไอเวลา  01.27 น.กระบวนการเสร็จสิ้นภายในเวลา 10 นาที               

DSI แถลงข้อข้องใจปมอดีตที่ดินฯผูกคอ    
          นอกจากนี้ดีเอสไอยังได้นำภาพนิ่งที่บันทึกจากกล้องโทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่ชั้นจับกุมตัววันที่ 29 ส.ค. โดยแสดงถึงการจับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย มีการแสดงหมายจับ ก่อนนำตัวขึ้นรถยนต์เดินทางมายังดีเอสไอ และสอบปากคำ ทำประวัติอาชญากรก่อนส่งตัวเข้าควบคุมในห้องขัง ซึ่งมีภาพขณะนายธวัชชัยอยู่ในห้องควบคุมทั้งอิริยาบถการนั่งและนอนพักผ่อน โดยมีกล่องกระดาษสีน้ำตาลใส่ของใช้ส่วนตัวของนายธวัชชัยวางอยู่หน้าห้อง โดยมีรองเท้าและเข็มขัดวางทับอยู่บนกล่องกระดาษ ซึ่งยืนยันว่าเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยป้องกันไม่ให้ทำร้ายตัวเอง จึงไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหานำเข็มขัดและรองเท้าเชือกผูกรองเท้าเข้าไปในห้องคุมขัง นอกจากนี้ยังมีภาพนิ่งแสดงเหตุการณ์ขณะที่รปภ.เข้าไปปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจช่วยชีวิตผู้ต้องหาก่อนทีมแพทย์จะมาถึงดีเอสไอ ภาพขณะเคลื่อนย้ายผู้ต้องหาไปกู้ชีวิตต่อที่โรงพยาบาล.