
“โชคทวี” ลุยพาทีมขึ้นดิวิชั่น 1
เรื่อง...โสภณ เพชรแท้
ทำผลงานได้แบบลงตัวสำหรับการเข้ามาคุมทีมฟุตบอล “ยักษ์แสด” อุดรธานี เอฟซี เป็นปีแรก ด้วยการนำทัพจบผลงานอันดับ 1 ของตาราง จาก 14 ทีม ลงแข่ง 26 นัด ชนะ 18 เสมอ 4 แพ้ 4 รวม 58 แต้ม ขณะที่อันดับ 2 ของตาราง คือ อุบลราชธานี เอฟซี มี 53 แต้ม นี่ถือเป็นเครดิตส่วนหนึ่งที่ต้องยกให้ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย ที่เคยพาทัพช้างศึก ทำผลงานเป็นแชมป์ซีเกมส์ 2015
หลังจบภารกิจการร่วมทำฟุตบอลทีมชาติในฐานะมือขวา ของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในเดือนม.ค. ถัดจากนั้น “โค้ชโชค” ก็ไปแสวงหาความท้าทายด้วยการเข้ารับงานคุมทีมอุดรธานี เอฟซี ถือเป็นการเข้ารับงานคุมทีมฟุตบอลอย่างเต็มตัว เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของตัวเองนับตั้งแต่การลาออกจากงานประจำที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับงานประจำในแบบอาชีพด้วยการเป็นโค้ชฟุตบอล
“ผมถือว่าเรื่องนี้คือการได้รับเกียรติอย่างยิ่ง ทั้งจากประธานสโมสร คุณสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ที่อยากให้ผมเข้ามาดูแลทีม เราคุยกันหลายเรื่องจนทุกอย่างลงตัว ก่อนหน้าที่ผมจะรับงานให้อุดรธานี เอฟซี มีหลายทีมที่คุยกับผม ทั้งทีมในกรุงเทพฯ และทีมในโซนภาคกลาง แต่ผมตัดสินใจที่จะรับงานให้อุดรธานี เอฟซี เพราะถือว่าทุกคนให้เกียรติและเชื่อมั่นในตัวผม พร้อมที่จะเดิมพันร่วมกับผม” โชคทวี ให้สัมภาษณ์ “คม ชัด ลึก"
หลังการเข้ามารับงานสิ่งที่ “โค้ชโชค” ลงมือทำคือ ปรับรูปแบบการเล่น เอาสไตล์การทำทีมชาติที่เคยผ่านงานมาแล้วมาใช้เป็นสูตรการทำให้อุดรธานี เอฟซี และความทุ่มเทที่ทำลงไปทั้งฤดูกาลก็ไม่สูญเปล่า เพราะผลงานตลอดฤดูกาลในลีกโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือการเป็นจ่าฝูงในแบบม้วนเดียวจบ
“อุดรธานี เอฟซี ผมถือว่าที่นี่คือความท้าทายที่เข้ามาทำงานกับการได้เป็นโค้ชฟุตบอลอาชีพแบบเต็มตัว ผมลาออกจากงานเพื่อจะได้มีเวลาโฟกัสในงานภาคสนามที่ต้องใช้เวลาแบบเต็มตัว ผมยอมมาหาประสบการณ์ในดิวิชั่น 2 เพื่อให้ตัวเองมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สิ่งที่ผมทำไปกับอุดรธานี คือ ปรับเปลี่ยนทีมให้เกิดความบาลานซ์มากที่สุด เป็นงานที่หนักพอสมควร ผมรับรู้ถึงความคาดหวังของทุกคน ทุกคนอยากเห็นทีมก้าวไปข้างหน้า"
โชคทวี กล่าวว่า งานกับอุดรธานี เอฟซี ถือว่าทุกอย่างพัฒนาขึ้น ทั้งฤดูกาลสิ่งที่คิดอยู่โดยตลอด คือการจบผลงานในแบบเกมต่อเกมไม่ได้คิดไปไกลถึงการเป็นแชมป์ประจำโซน เนื่องจากช่องว่างระหว่างผู้เล่นเริ่มลดลง จะเห็นว่านักฟุตบอลแม้แต่ทีมในไทยลีก ทีมจากดิวิชั่น 1 ก็มาค้าแข้งอยู่ดิวิชั่น 2 นี่จึงทำให้ช่องว่างของแต่ละทีมลดลง เพียงแต่กับอุดรธานี เอฟซี ถือว่าสิ่งที่ทุ่มเททำลงไปนับตั้งแต่เข้ามารับงานในเดือนก.พ.เป็นต้นมาไม่สูญเปล่า ทำให้ทีมจบผลงานเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ด้วยการเป็นแชมป์ประจำโซน
บทสรุปที่ลงตัวในการคุมทัพของ “โค้ชโชค” แต่สิ่งที่กำลังจะท้าทายอดีตโค้ชทีมชาติไทยนับจากนี้ไปคือ การพาต้นสังกัดก้าวไปให้ถึงดิวิชั่น 1 ภายในเดือนพ.ย.นี้ ทุกอย่างจะมีคำตอบ



