
เพิ่มปริมาณน้ำ“อ่างฯพระปรง”มุ่งภาคเกษตร-รักษานิเวศน์
โดย - สุรัตน์ อัตตะ
“ลุงมีที่ดิน13ไร่ ก่อนที่จะมีอ่างเก็บน้ำพระปรง ปลูกมันสำปะหลังให้ผลผลิตประมาณ100ตันต่อปี ขายได้ตันละ1,000บาท1ปีมีราคาประมาณ100,000บาท จากนั้นก็มาปลูกอ้อยทั้ง13ไร่ ให้ผลผลิตปีละ300ตันตอนนั้นขายได้ตันละ400บาท ปีหนึ่งๆก็มีรายได้ดีขึ้นมาหน่อยคือ120,000บาท หรือเดือนละประมาณ 10,000บาท แต่เมื่อมีการสร้างอ่างฯพระปรง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้น้ำอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ลุงได้เปลี่ยนอาชีพใหม่มาทำการเกษตรผสมผสาน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น รายได้มั่นคง สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพการเกษตรได้"
ลุงวศิน วะโฮรัมย์ เกษตรกรบ้านห้วยชัน ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับอานิสงค์จากอ่างฯพระปรงย้อนอดีตให้ฟัง ก่อนจะเป็นอย่างทุกวันนี้ทำการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยทำบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามแดง(กุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด)สร้างรายได้ประมาณเดือนละ 50,000 บาท ปลูกปาล์มน้ำมัน 360 ต้นสร้างรายได้ประมาณเดือนละ 30,000 บาท มะนาว 100 ต้น สร้างรายได้ประมาณเดือนละ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังปลูกมังคุดอีก 20 ตัน แต่เพิ่งปลูกยังไม่ให้ผลผลิต เท่ากับว่า ณ ปัจจุบันลุงวศินมีรายได้ต่อเดือนไม่น้อย 85,000 บาท หรือ ปีละกว่า1.02 ล้านบาท ถือว่าเป็นรายได้ดีมากสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ชนบท
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทานบอกว่ากรมชลประทานมีแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำพระปรงจากปัจจุบันที่ทีปริมาณความจุในระดับกักเก็บ 97 ล้านลูกบาศก์เมตร ให้สามารถเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็น 112 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จะมีปริมาณน้อยกว่าปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีของลุ่มน้ำ แต่ก็ใช้หลักการบริหารจัดการน้ำให้สอดคลองกับปริมาณน้ำท่าที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งได้ ซึ่งถือเป็น1ใน25โครงการในการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำของแหล่งน้ำเดิม ตามยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำระยะ20ปี(2560-2579)
รองอธิบดีกรมชลประทานย้ำด้วยว่าการเพิ่มความมั่นคงเรื่องน้ำภาคการผลิตนั้น จำเป็นจะต้องเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งตามยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่ได้ขยายระยะเวลาดำเนินเป็น20ปีดังกล่าวนั้น กำหนดที่จะหาปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อีกไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และขยายพื้นที่ชลประทานอีก 18.8 ล้านไร่เต็มศักยภาพของพื้นที่การเกษตรภายในปี2579
ทั้งนี้ลุ่มน้ำพระปรง เป็น 1 ใน 4 ลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำปราจีนบุรีมีครอบคลุมพื้นที่ในเขต อำเภอวัฒนานคร และอำเภอเมืองสระแก้วมีปริมาณน้ำท่าตามธรรมชาติรายปีเฉลี่ยประมาณ 640.51ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีลำน้ำย่อยสายสำคัญของลุ่มน้ำคือ ห้วยพระปรงน้อย ห้วยยาง ห้วยชัน ห้วยพระปรง โดยลำน้ำคลองพระปรงจะไหลผ่านอำเภอวัฒนานคร และอำเภอเมืองสระแก้วไปบรรจบกับลำน้ำคลองพระสะทึงที่บ้านปากน้ำอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี
“การเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำของอ่างฯพระปรง นอกจากจะเพิ่มความมั่นคงเรื่องน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานเดิมแล้ว ยังจะสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่ชลประทานในช่วงฤดูแล้งได้เพิ่มขึ้นรวมทั้งยังช่วยผลักดันน้ำเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงและปรับคุณภาพน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ในคลองธรรมชาติด้านท้ายอ่างฯซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่สำคัญอีกด้วย"รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวทิ้งท้าย
การเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำของอ่างฯพระปรง นอกจากจะเพิ่มความมั่นคงเรื่องน้ำภาคการผลิตแล้ว ยังช่วยผลักดันน้ำเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงและรักษาระบบนิเวศน์ด้านท้ายอ่างฯอีกด้วย



