ข่าว

เล็งใช้‘โคกโพธิ์โมเดล’ดึงมวลชนดูแลรถไฟ3จว.ใต้

เล็งใช้‘โคกโพธิ์โมเดล’ดึงมวลชนดูแลรถไฟ3จว.ใต้

08 ก.ย. 2559

 ผู้ว่าการการ รฟท. เล็งสร้าง "โคกโพธิ์โมเดล" ต้นแบบการดึงมวลชนเข้ามามีส่วนร่วม  ขณะที่คนร้ายยังลอบวางระเบิด ชุด รปภ.ครู พื้นที่ อ.เทพา ชาวบ้าน รับบาดเจ็บ 1 ราย

              ความคืบหน้าด้านการแก้ปัญหารถไฟในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลังจากที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดขบวนรถไฟในพื้นที่อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานีเมื่อวันที่3 กันยายนที่ผ่านมาและต้องหยุดเดินรถไฟใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกขบวนติดต่อกันเป็นวันที่5

              ล่าสุดในวันนี้(8ก.ย.) นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ  รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่เพื่อติดตามความคืบการการซ่อมแซมรางที่ถูกลอบวางระเบิดและแผนรักษาความปลอดภัยการเดินรถไฟในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

              โดยก่อนที่จะเข้าประชุมกับฝ่ายความมั่นคง ทางผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ ได้พบกับกลุ่มพนักงานงานรถไฟที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟหาดใหญ่เพื่อให้กำลังใจพร้อมกับรับหนังสือสรุปข้อเสนอของพนักงานรถไฟที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงที่ต้องการให้ทางการรถไฟเร่งดำเนินการรวม6 ข้อ

              ทั้งเรื่องของการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มขึ้น ปรับปรุงรถจักรรถพ่วงและอุปกรณ์ต่างๆให้สมบูรณ์มากที่สุดและให้เสริมพื้นเหล็กของโบกี้พนักงาน จัดให้มีโครงการอาวุธปืนเพื่อป้องกันตัวตามที่ทหารแนะนำมา เรื่องของการปูนบำเหน็จให้กับผู้ประสบเหตุ ให้มีเงินเสี่ยงพิเศษกรณีเข้าพื้นที่เสี่ยงซึ่งอันตรายกว่าการปฏิบัติงานทั่วๆไป และการพิจารณาเงินทดแทนการบาดเจ็บและเสียชีวิตต้องครอบคลุมถึงการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบด้วย

              จากนั้นผู้ว่าการรถไฟได้เข้าประชุมร่วมกับศูนย์ภาคใต้การรถไฟแห่งประเทศ ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ทั้งตำรวจทหารและฝ่ายปกครองเพื่อสรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาพรวมของการเดินรถไฟทั้งหมด

              ทั้งแผนการทำงานของฝ่ายต่างๆ การลาดตระเวนเส้นทางพื้นที่เสี่ยงรวมทั้งแผนฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุกับรถไฟ  แต่สิ่งที่ทางผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งให้ทุกฝ่ายแก้ไขคือด้านมวลชนที่ยังเป็นจุดอ่อนทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบสามารถก่อเหตุกับรถไฟอยู่

              โดยมีแนวคิดที่จะสร้าง "โคกโพธิ์โมเดล" เพื่อให้เป็นต้นแบบในการดึงมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลความปลอดภัยและขยายไปยังพื้นที่อื่นๆตลอดแนวเส้นทางรถไฟในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

              ส่วนความคืบหน้าการซ่อมแซมรางรถไฟขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดหากเป็นไปได้จะให้แล้วเสร็จในวันที่10หรือ11กันยายน เพื่อให้บริการชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลฮารีรายอซึ่งจะมีขึ้นในวันที่12 กันยายนนี้


คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตชด.ชุด รปภ.ครู

              ส่วนความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15-20 กก.นำไปซุกซ่อนไว้ในท่อระบายน้ำใต้พื้นถนนสายพรุชิง- กระอาน พื้นที่บ้านพรุชิง หมู่7 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา จุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ขณะรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองครูจำนวน 6 นายขับผ่านมา คนร้ายกดระเบิดขึ้น โชคดีรถเจ้าหน้าที่ขับผ่านไปได้ก่อนทำให้รอดปลอดภัยทุกนาย แต่มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 คนขณะขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาพอดีถูกแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บ

              ล่าสุดช่วงสายวันที่ 8 ก.ย พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สส.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.ปัญญวัฒน์ เพชรชุม ผกก.สภ.ห้วยปลิง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน9 และชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนทางเข้าหมู่บ้านพบหลุมระเบิดกว้างประมาณ 1.50 เมตร ลึก 50 เซนติเมตร

              รอบบริเวณมีเศษชิ้นส่วนระเบิดตกกระจายเกลื่อน มีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน คกน 205 สงขลา ล้มตะแคงเสียหาย 1 คันและถนนพังเสียหาย โดยมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 คนพลเมืองดีช่วยนำส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อ นายเจะหนิ ดอเล๊าะ อายุ 72 ปีอยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 7 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา บาดเจ็บแขนขาถลอก ศีรษะแตก ร่างกายบอบช้ำจากแรงอัดของระเบิด เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดกั้นพื้นที่และกันชาวบ้านให้ออกจากที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย

              โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเคลียร์พื้นที่พร้อมกับเก็บเศษชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่ตกกระจายบนถนน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15-20 กก.บรรจุถังน้ำยาแอร์นำเอาไปวางซุกซ่อนไว้ในท่อระบายน้ำใต้พื้นถนนจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร รอจนรถของเจ้าหน้าที่ขับรถผ่านมาจึงกดชนวนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีรถเจ้าหน้าที่ผ่านไปก่อนทำให้ปลอดภัยมีเพียงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 คน

              จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนชุดคุ้มครองครูประมาณ 6 นายได้ขับรถลานตระเวนผ่านมาคนร้ายจึงกดชนวนระเบิดขึ้นแต่โชคดีที่รถเจ้าหน้าที่ผ่านไปก่อน และเป็นจังหวะที่นายเจะหนิ ดอเล๊าะ ชาวบ้านได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาพอดีพอถึงท่อลอดถนนเกิดระเบิดขึ้นถูกแรงระเบิดอัดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายมุงทำร้ายเจ้าหน้าที่ และต้องการสร้างสถานการณ์ให้เชื่อมโยงกับสามจังหวัดชายแดน โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อหาเบาะแสคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

 
ชาวพิษณุโลกอุดหนุนซื้อผลไม้ 5 จว.ชายแดนใต้

              บรรยากาศที่บริเวณศาลหลักเมือง หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก ได้มีประชาชนแห่มาเลือกซื้อผลไม้ ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก ได้จัดงานจำหน่ายผลไม้ตามโครงการส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิตของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี2559จังหวัดพิษณุโลก ในระหว่างวันที่ 7 - 9 กันยายน 2559

              ทั้งนี้เพื่อเชื่อมโยงการจำหน่ายผลผลิต ( ผลไม้ ) จากแหล่งผลิตของ5จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี สงขลา นราธิวาส และสตูล ไปยังจังหวัดปลายทางและประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคผลไม้ของประชาชน

              ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ราคาพิเศษถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป โดยทุเรียน หมอนทอง กิโลกรัมละ80บาท มังคุดกิโลกรัมละ35บาท เงาะกิโลกรัมละ40บาท องุ่นกิโลกรัมละ70บาท และลองกองกิโลกรัมละ45บาท ซึ่งบรรยากาศวันนี้มีประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก แห่มาซื้อตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาจนกระทั่งบ่ายโมง แต่ก็ต้องผิดหวังไปจำนวนมากปรากฏว่าผลไม้ที่มาจำหน่ายหมดเกลี้ยง ทำให้มีประชาชนที่มาหาซื้อผิดหวังกลับไป

              อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ทางกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก ได้สั่งผลไม้แต่ละชนิดให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะลองกองที่สั่งมาเพิ่มเป็น 6 ตันมาจำหน่าย ให้กับประชาชน