
"เทือกลั่นใช้ตำรวจรับมือเสื้อแดง17ส.ค.
สุเทพ ระบุ ใช้ตำรวจรับมือกลุ่มเสื้อแดง 17 ส.ค.นี้ เผย ไม่มีรายงานด้านการข่าวเรื่องก่อเหตุรุนแรง ด้านชินวรณ์ แนะ ไม่ควรประมาท นปช. เชื่อ มีเลศนัย เหตุเปลี่ยนวันยื่นถวายฎีกา เป็น 17 ส.ค. ตรงวันพิจารณาคดีกล้ายางกระทบความขัดแย้งวงกว้างมากขึ้น
(13ส.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือกลุ่มเสื้อแดงที่จะยื่นถวายฎีกาในวันที่ 17 ส.ค. ว่า ยังไม่มีเบื้องต้นจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยก่อน ถ้ากำลังตำรวจไม่พอ ก็ขอกำลังทหารเข้าช่วยได้ การที่ประชาชนเข้ามารวมตัวกันนั้นสามารถทำได้ ตราบใดที่ไม่ทำผิดกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมายก็เป็นเรื่อง
เมื่อถามว่ามีการรายงานด้านการข่าวเกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์รุนแรงบ้างหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร แต่เจ้าหน้าที่ก็ติดตามอยู่ตลอด
ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประเมินความเคลื่อนไหวกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในการยื่นถวายฎีกาซึ่งตรงกับวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองจะมีการพิจารณาคดีกล้ายางของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจเกิดความวุ่นวายหรือไม่ว่า คิดว่าวันนี้คงได้มีการหารือกัน แต่ตนคิดว่ารัฐบาลไม่ควรจะประมาท เพราะการเปลี่ยนระยะเวลาในการยื่นถวายฎีกาของกลุ่มเสื้อแดง ทำให้เห็นเหมือนกับว่ามีเลศนัย ต้องการหวังผลทางการเมือง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือ รัฐบาลต้องสร้างปัญญาให้เกิดความเข้าใจกับประชาชนทั่วไปว่า กระบวนการที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงดำเนินการอยู่นี้อาจจะกระทบต่อความขัดแย้งในวงกว้างมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วยอธิบายให้ชัดเจนกรณีที่ระบุว่ากลุ่มเสื้อแดงมีเลศนัยทางการเมืองหมายถึงอะไร ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ทุกคนคิดด้วยความเป็นห่วงว่าเดิมทีเดียวการจะมายื่นถวายฎีกาช่วงที่เป็นวันมหามงคลนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ท้ายที่สุดแกนนำกลุ่มเสื้อแดงก็เลื่อนมาเป็นวันที่ 17 ส.ค.ซึ่งตรงกับวันที่มีการตัดสินคดีนายเนวิน เหมือนกับการกระทำที่ต้องการให้เห็นว่า ถ้ามีฝ่ายหนึ่งมาให้กำลังใจในการพิจารณาศาล อีกฝ่ายหนึ่งก็จะใช้โอกาสนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งของบุคคลทั้ง 2 ฝ่าย หรืออาจมีการปะทะกันของคนทั้ง 2 ฝ่ายได้ ซึ่งไม่อยากให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น จึงขอร้องให้ทุกฝ่ายอย่าใช้เงื่อนไขในสิ่งที่ตนเองดำเนินการเพื่อสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลเองต้องมีมาตรการในการทำความเข้าใจกับประชาชน



