ข่าว

จัดไป ! สนช.ผ่านงบ 60 วงเงิน 2.733 ล้านล้าน

จัดไป ! สนช.ผ่านงบ 60 วงเงิน 2.733 ล้านล้าน

08 ก.ย. 2559

สนช.ผ่านฉลุย งบประมาณปี 60 วงเงิน  2.733 ล้านล้าน หลังที่ประชุมใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง


  
          8 ก.ย. 59 - ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 วงเงิน 2,733,000 ล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ในฐานประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการฯได้มีการปรับลดทั้งสิ้นจำนวน 17,980,242,800 บาท โดยพิจารณาถึงความสอดคล้องกับร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นโยบายความมั่งคงแห่งชาติ แผนแม่บทระดับชาติ นโยบายสำคัญของรัฐบาล ยุทธศาสตร์การจัดการในการจัดสรรงบประมาณประจำปี ตลอดจนเป้าหมายในการดำเนินงาน ความคุ้มค่า ความพร้อม ศักยภาพในการดำเนินงาน รวมทั้งคำนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณในปีที่ผ่านมาประกอบการพิจารณาอย่างเข้มงวด คือ 1.โครงการหรือรายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือหมดความจำเป็น หรือได้ดำเนินการไปแล้ว 2.รายการที่มีเป้าหมายดำเนินงานที่ไม่ชัดเจน มีความจำเป็นน้อย มีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนและไม่ประหยัด 3.รายการที่มีผลดำเนินการล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ และคาดว่าจะไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันในปีงบประมาณ 2560       
          นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า 4.รายการงบประมาณต่างๆที่สามารถประหยัดได้ และ 5.รายการที่สามารถใช้เงินจ่ากแหล่งอื่นนอกเหนือจากเงินงบประมาณ เช่น เงินรายได้หรือเงินสะสมที่เหลืออยู่ในหน่วยงานต่างๆ และเงินรายได้จากกองทุน หรือเงินทุนหมุนเวียนเป็นต้น ส่วนการปรับเพิ่มงบประมาณจำนวน 17,980,242,800 บาท เท่ากับจำนวนที่ปรับลดลง เพื่อจัดสรรให้ส่วนราชการกองทุน เงินทุนหมุนเวียน หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล หน่วยองค์กรอิสระของรัฐ และงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับกรณีมีความจำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง มีงบประมาณรองรับการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในระยะต่อไป รวมทั้งเพื่อเตรียมการรองรับการดำเนินงานตามร่างกรอบยุทธศาสตร์ 20 ปีระหว่างปี 25560-2579 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ.25560-2564 นอกจากนี้กมธ.ได้ให้มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณปี 2560 รวมทั้งสิ้น 10,680,485,300 บาท เนื่องจาก 3 หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เปลี่ยนแปลงสถานะที่กฎหมายมีผลบังคับแล้ว และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปลี่ยนแปลงงบประมาณ แผนงานบุคลากรภาครัฐไปตั้งที่กรมการท่องเที่ยว 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาเรียงตามมาตราซึ่งมีทั้งหมดจำนวน  59 มาตรา โดยมีสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นเพียง 2 คน คือ นายสมชาย แสวงการ และนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ โดย นายวัลลภ อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการตัดงบประมาณในมาตรา 10 กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ในส่วนของกรมกิจการเด็กและเยาวชน  มีการตัดงบส่วนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน 9.4 ล้านบาทที่ตัดออกไปถึง 4 ล้านบาททั้งที่ควรมีงบประมาณเพื่อจัดกิจกรรม สร้างจิตสำนึก สร้างผู้นำ ป้องกันไม่ให้เด็กไปมั่วสุม ตามหาโปเกม่อน น่าคิดว่า หากข่าวออกไปว่ารัฐบาลนี้ตัดงบเด็กออกไปถึงครึ่งหนึ่งจะมีการตอบคำถามนี้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีการตัดงบในส่วนของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่ถูกตัด จำนวน 150 ล้านบาท  แต่ โครงการส่งเสริมและพัฒนาคนไร้ที่พึ่งและขอทาน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสมากในสังคมไทย มีการตัดไปถึง 106 ล้านบาท  มีการให้ไปเกลี่ยกันภายใน แต่กลับไปเกลี่ยเอาคนไร้ที่พึ่งที่ถือว่าชีวิตตกต่ำที่สุดแล้วออกไปแบบนี้ ไม่เอะใจกันเลย ตนอยากให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเกลี่ยที่ผิดอย่างรุนแรง และควรกรุณาให้การดูแลคนเหล่านี้ให้มากกว่านี้   
โดยหลังจากใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในวาระสาม และให้ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป ด้วยคะแนน 183 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง พร้อมทั้งรับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ  
          จากนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนครม. ได้กล่าวขอบคุณสมาชิก สนช.ว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยนายกฯได้ติดตามการประชุมเป็นระยะๆ ตั้งแต่วาระ ที่ 1 ซึ่งนายกฯมีความพอใจ และชื่นชมการทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยตนขอขอบคุณคณะกรรมาธิการฯ และสมาชิก สนช.ที่ใช้ความวิริยะอุตสาหะในการพิจารณาในระยะเวลาที่จำกัด ซึ่งร่างพ.ร.บ.งบประมาณนี้จะนำไปใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค. ปี 2559 ถ้าดูผิวเผินก็เหมือนกับการใช้ในแต่ละปี แต่ครั้งนี้อาจมีความแตกต่าง เพราะเป็นการนำงบประมาณไปใช้ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2559 - 30 ก.ย. 2560 ซึ่งช่วงสุดท้ายตามโรดแม็พของรัฐบาล เป็นปีสุดท้ายของแผน และขั้นตอนช่วงที่ 2 เพราะจากนั้นจะเข้าสู่การเลือกตั้ง และมีรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ 3  ซึ่งปลายช่วงที่ 3 ถือว่าสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างรัฐบาลเก่า และรัฐบาลใหม่ สิ่งสำคัญคือจะมีเหตุการณ์หลายเกิดขึ้น คือการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีบทบัญญัติหลายบทที่จะบังคับใช้ โดยไม่เกี่ยวกับบทเฉพาะกาล เรียกว่าช่วงออกฤทธิ์ แปลว่าการใช้จ่ายงบประมาณจะเข้าสู่ระบบการตรวจสอบภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ และยังมีร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายงบ คือร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ และร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังภาครัฐ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสนช.ในเร็วๆนี้  
          “ทั้งหมดนี้เพื่อให้สมาชิกรับทราบและมั่นใจว่าการใช้จ่ายงบประมาณในปีนี้จะเป็นตัวอย่างของการใช้งบประมารณของรัฐบาลต่อๆไป ดังนั้นรัฐบาลขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้จ่ายงบประมาณทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ และคำแนะนำของสมาชิก” นายวิษณุ กล่าว.