
ทูตอังกฤษหนุนเรียกร้องปล่อยนักโทษการเมืองพม่า
ทูตอังกฤษเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของไทยในฐานะประธานอาเซียน ที่เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองในพม่าทั้งหมด ย้ำอียูและยูเอ็นกำลังพิจารณาเพิ่มมาตรการกดดันพม่า
(13ส.ค.) นายควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกฯ โดยใช้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนายควินตัน ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้หารือกับนายอภิสิทธิ์หลายเรื่อง เช่น เรื่องสถานการณ์ในพม่าที่นานาชาติได้ประณามการตัดสินของศาลพม่าในคดีนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านในพม่า และทางนายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ต่อเรื่องดังกล่าวอย่างรุนแรงแล้ว สำหรับตนเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของรัฐบาลไทยในฐานะประธานอาเซียน ที่ระบุว่าควรจะมีการปล่อยนักโทษการเมืองทุกคนทันที และการตัดสินของศาลก็ไม่ได้ช่วยทำให้กระบวนการสร้างความปรองดองในพม่าดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาในพม่าทางอียูจะมีการปรับเปลี่ยนมาตรการการกดดันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนมาตรการต่างๆจะไม่ได้ผล นายควินตัน กล่าวว่า เรากำลังพิจารณาอยู่ เพราะนานาชาติมีปฏิกิริยาที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของศาลพม่า เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าในเร็วๆนี้ทางอียูจะมีมาตรการกดดันออกมาใช่หรือไม่ นายควินตัน กล่าวว่า เรากำลังพิจารณากันในอียูและสหประชาชาติ ซึ่งจะมีการประชุมกันในเร็วๆนี้ เพราะสิ่งที่พม่าบอกว่าสำคัญที่สุดในการจัดการเลือกตั้งอย่างอิสระที่ทุกฝ่ายจะมีส่วนร่วม แต่การที่นางออง ซาน ซูจี ถูกลงโทษนี้ ถือเป็นการกีดกันไม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าแต่ทางพม่าก็ยังพยายามกีดกันนางออง ซาน ซูจี และไม่สนใจเสียงคัดค้านของนานาชาติอยู่แล้ว นายควินตัน กล่าวว่า พม่าเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งทางอาเซียนก็ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว และสมาชิกอาเซียนจะมีส่วนเชิญชวนให้ประชาชนชาวพม่าได้เข้าใจว่าจะเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ ซึ่งในการหารือตนยังได้หยิบยกเหตุการณ์ 6 ต.ค. และ 14 ต.ค. ที่มีการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมและนักศึกษา โดยในขณะนั้นนานาชาติก็ได้แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนว่ารับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราจึงต้องพยายามทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทางการเมือง
เมื่อถามว่าในการหารือครั้งนี้ได้มีการเสนอให้กลุ่มประเทศอาเซียนเรียกประชุมประเทศสมาชิกเป็นการฉุกเฉินเพื่อพิจารณาเรื่องของพม่าหรือไม่ นายควินตัน กล่าวว่า ตนเข้าใจว่านายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศคงจะหารือกับกลุ่มประเทศอาเซียนว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งนอกจากการออกแถลงการณ์ไปแล้วก็จะต้องมีการติดตามสถานการณ์ต่อไปด้วย
นายควินตัน กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับการลงทุนของชาวต่างประเทศในประเทศไทย ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้แสดงความเห็นด้วยว่าควรจะมีการยกเลิกมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่างๆ ซึ่งตนได้หยิบยกปัญหาการขออนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและลำบาก โดยนายอภิสิทธิ์ได้เห็นด้วยว่าจะต้องมีการปรับปรุง รวมทั้งยังได้หารือเกี่ยวกับการปราบปรามการใช้เอกสารปลอมในการขอวีซ่า ซึ่งมีน้อยแต่ถ้าพบก็จะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการจับกุมนอกสถานทูต โดยที่ผ่านมามีคนไทยขอวีซ่าเข้าอังกฤษปีละ 4.5 หมื่นคน ซึ่งทางสถานทูตปฏิเสธการออกวีซ่าให้ประมาณ 5 พันคน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 เท่านั้น และไม่ได้หมายความว่าใน 5 พันคนนี้ใช้เอกสารปลอม แต่คนที่ใช้เอกสารปลอมคือคนที่พยายามไปประเทศอังกฤษอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้อาจจะเป็นอาชญากร ผู้ค้ายาเสพติด หรือโสเภณีก็ได้ ดังนั้นทางสถานทูตอังกฤษจึงต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดที่สุดกับผู้ที่ใช้เอกสารปลอม นอกจากนั้นยังได้หารือเกี่ยวกับสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงและเกิดปัญหาอย่างรุนแรง อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไต้หวัน ที่มีผู้เสียชีวิต และมีความเสียหายจำนวนมาก ดังนั้นทางอังกฤษจะประสานงานและร่วมมือกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อหาวิธีประหยัดการใช้ไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม



