
เกษตรฯปรับแผนการทำฝนหลวงในภาคเหนือให้เร็วขึ้น
07 ก.พ. 2552
กระทรวงเกษตรฯปรับแผนปฏิบัติการทำฝนหลวงในฐานภาคเหนือเร็วขึ้นก่อนกำหนด ต้อนรับฤดูแล้งปี 2552 โดยเริ่ม 2 ก.พ. 2552 เป็นต้นไป เพื่อลดปัญหาหมอกควันในจังหวัดภาพเหนือ
(7ก.พ.) นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก ได้รับการดูแลเฝ้าระวังและช่วงชิงสภาพอากาศในการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง ทันเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ โดยสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรได้มีการจัดอัตรากำลังคณะปฏิบัติประจำพื้นที่ 8 ศูนย์ปฏิบัติการครอบคลุมทั่วประเทศ และมอบหมายให้ติดตามข้อมูลและสถานการณ์ด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา การเพาะปลูก ความต้องการและความไม่ต้องการน้ำฝนของพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลาตลอดทั้งปี รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการฝนหลวงตามแผน ซึ่งวิเคราะห์จากความเหมาะสมของข้อมูลและสถานการณ์ของพื้นที่รับผิดชอบ หรือเมื่อมีการร้องขอนอกแผน นอกจากนี้หากสถานการณ์ภัยแล้งมีความผันแปรไปจากการวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือที่กำหนดไว้นี้ สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร จะได้ปรับแผนเป็นระยะ ๆ ตามความเหมาะสมต่อไป
อย่างไรก็ดีในการปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงฤดูแล้งปี 2552 จะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 และได้มีการปรับแผนการปฏิบัติงานในภาคเหนือตอนบน โดยให้เริ่มปฏิบัติงานเร็วขึ้นจากแผนปฏิบัติงานเดิมตามแผนป้องกันควบคุมปัญหาหมอกควันในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ดังนี้ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 1 (ภาคเหนือตอนบน) ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2552 รับผิดชอบช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แม่ฮ่องสอน และตาก โดยแผนปฏิบัติงานเดิม จะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 เป็นต้นไป แต่เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหามลภาวะ (หมอกควัน) ในจังหวัดภาคเหนือ จึงได้เริ่มตั้งฐานปฏิบัติงานเร็วขึ้น
ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 3 (ภาคกลาง) จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 2 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2552 รับผิดชอบช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา
ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 7 (ภาคใต้ตอนบน) ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 2 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2552 รับผิดชอบช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และราชบุรี ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 8 (ภาคใต้ตอนล่าง) ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 2 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2552 รับผิดชอบช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ นครศรีธรรมราช พัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง
ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 6 (ภาคตะวันออก) ตั้งหน่วยงานปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดระยองระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2552 รับผิดชอบช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี ชลบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครนายก ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 2 (ภาคเหนือตอนล่าง) ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม - 30 เมษายน 2552 สำหรับปฏิบัติงานรับผิดช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร
ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 4 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน) ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 1 - 30 เมษายน 2552 รับผิดชอบช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุดรธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครพนม สกลนคร เลย มุกดาหาร และศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 5 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) ตั้งหน่วยงานปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 1 - 30 เมษายน 2552 รับผิดชอบช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี



