ข่าว

ร่วมวิจัยต้นแบบ"ระบบน้ำหมุนเวียน"เลี้ยงลูกปลานิลเชิงพาณิชย์!

ร่วมวิจัยต้นแบบ"ระบบน้ำหมุนเวียน"เลี้ยงลูกปลานิลเชิงพาณิชย์!

08 ก.ย. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

          ไบโอเทคจับมือภาคเอกชนร่วมวิจัยพัฒนาต้นแบบระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อการเลี้ยงลูกปลานิลเชิงพาณิชย์

         สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือโครงการร่วมวิจัยพัฒนาต้นแบบระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อการ เลี้ยงลูกปลานิลเชิงพาณิชย์กับบริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฟาร์มสตอรี่ จำกัด (ป.เจริญฟาร์ม) ณ จ.ฉะเชิงเทรา มีนัทธชัย พวงประดิษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน) ปรัชญา นวไตรลาภ กรรมการบริษัท ฟาร์มสตอรี่ จำกัด (ป.เจริญฟาร์ม) และ ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผอ.ไบโอเทค สวทช.เป็นตัวแทนร่วมลงนาม

        โครงการร่วมวิจัยพัฒนาต้นแบบระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อการเลี้ยงลูกปลานิลเชิงพาณิชย์ เป็นการพัฒนาระบบถังต้นแบบเพื่อใช้เป็นระบบบำบัดสำหรับบ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็ก ซึ่งคาดว่าจะเป็นรูปแบบของถังอเนกประสงค์ ที่จะมีความยืดหยุ่นในการประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ มีต้นทุนที่ไม่สูง สามารถส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานำไปใช้งานในฟาร์มได้ โดยการพัฒนาระยะแรกจะเน้นที่ระบบสำหรับเลี้ยงลูกปลานิลขนาดเล็ก และในระยะต่อไปจะพัฒนาไปสู่ระบบเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ความหนาแน่นสูงเพื่อการบริโภค

 

ร่วมวิจัยต้นแบบ"ระบบน้ำหมุนเวียน"เลี้ยงลูกปลานิลเชิงพาณิชย์!

                 จากซ้ายไปขวา คุณปรัชญา นวไตรลาภ - คุณนัทธชัย พวงประดิษฐ์ - ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง

 

        ทั้งนี้ โครงการ ร่วมวิจัยและพัฒนาฯนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ฟาร์มสตอรี่ จำกัด (ป.เจริญฟาร์ม) และ ไบโอเทค สวทช. โดยคาดว่าจะสามารถพัฒนาระบบต้นแบบหมุนเวียนน้ำเพื่อการเลี้ยงลูกปลานิล ขนาด 2.5-30 กรัม/ตัว ที่มีความหนาแน่นลูกปลาสูงสุด 30 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

         เป็นระบบที่ติดตั้งในสภาวะโรงเรือน สามารถเลี้ยงลูกปลาได้โดยมีการเติบโตใกล้เคียงกับปลาที่เลี้ยงในบ่อดิน ธรรมชาติเพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบไปสู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ต่อไป ซึ่งการเลี้ยงปลาด้วยความหนาแน่นสูงนี้จะช่วยลดความต้องการพื้นที่และแรงงาน ลงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับระบบบ่อดินธรรมชาติที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

         โดยระบบต้นแบบสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรใช้งานในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงปลามีความยั่งยืน ลดความเสี่ยงเรื่องของการจัดหาและควบคุมคุณภาพน้ำภายในบ่อเลี้ยง และยังสามารถประยุกต์ไปใช้กับสัตว์น้ำชนิดอื่นๆได้อีกด้วย