ข่าว

นักธุรกิจดังถูก'กิมเอ็ง'อ้างเป็นลูกบุญธรรมถูกตุ๋นหลายล้าน

นักธุรกิจดังถูก'กิมเอ็ง'อ้างเป็นลูกบุญธรรมถูกตุ๋นหลายล้าน

08 ก.ย. 2559

นักธุรกิจดังถูก'กิมเอ็ง'อ้างลูกบุญธรรมให้ปากคำ กองปราบฯสอบนาน6ชม. ระบุถูกตุ๋นหลายล้าน

          จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)ได้จับกุมนางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือนางกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ 62 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1563/2559 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” หลังมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรม ในลักษณะแอบอ้างเบื้องสูง หลอกลวงให้คนหลงเชื่อ มอบเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีนางกมนทรรศน์ เป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 2,979,300 บาท ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะขยายผลติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้อีก 2 รายคือ นายถาวร พวงประทุม อดีตข้าราชการที่ทำงานในสำนักพระราชวัง และนายสมศักดิ์ สิริยาคม อดีตข้าราชการที่ทำงานในสำนักพระราชวัง ผู้ร่วมกระทำความผิด ที่ติดต่อขอเข้ามอบตัวในเวลาต่อมานั้น

               ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 7 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดคลี่คลายคดีได้เชิญตัวนายชัยสงค์ จิระอัครพงษ์ อายุ 36 ปี นักธุรกิจชื่อดัง เข้าให้ปากคำในฐานะพยานกับพนักงานสอบสวน บก.ป. โดยประเด็นที่สอบปากคำนายชัยสงค์เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับความสนิทสนมกับนางกิมเอ็งว่า ได้รู้จักกันอย่างไร พร้อมกับประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนพบข้อมูลว่านายชัยสงค์รู้จักและสนิทสนมกับนางกิมเอ็งและไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งมีภาพถ่ายร่วมกันหลายครั้ง อย่างไรก็ตามตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากว่าแม้นายชัยสงค์จะระบุเป็นผู้เสียหาย แต่ยังมีหลายประเด็นที่ชุดสืบสวนยังคลางแคลงใจ ซึ่งต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรถที่นางกิมเอ็งใช้ เพราะเมื่อตรวจสอบชุดสืบสวนก็พบข้อมูลว่าเป็นรถของนายชัยสงค์

               ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง เมื่อเวลา 21.10 น. นายชัยสงค์  พร้อมนายวิชัย ตันโนงาม ทนายความส่วนตัวได้เดินออกจากห้องสอบปากคำ ก่อนที่นายชัยสงค์จะกล่าวว่า ตนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ โดยรู้จักกับนางกิมเอ็งได้ไม่ถึงเดือน และรู้จักกันเมื่อครั้งวันคัดเลือกนักแสดงละครเฉลิมเกียรติ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยบริษัทภักดีชนก โดยกิมเอ็งเข้ามาตีสนิท พูดคุย ก่อนจะติดต่อกันเรื่อยมา ในส่วนของกระแสข่าวที่ว่าตนและนางกิมเอ็งเป็นแม่-ลูกบุญธรรมกันนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แต่นางกิมเอ็งได้สมอ้างกับบุคคลอื่นว่า เป็นแม่บุญธรรมตน ในส่วนที่ปรากฏรถเบนซ์ สีดำ ทะเบียน สว 26 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่นางกิมเอ็งใช้ แต่ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นรถของตนนั้น ขอยืนยันว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถของตนจริง ซึ่งตนได้นำรถคันดังกล่าวไปดูแล และรับรองผู้ใหญ่เท่านั้น 

               "อยากขอฝากไปถึงสื่อมวลชนว่า ภายหลังที่มีการนำเสนอข่าวออกไป ผมก็ได้รับความเสียหายทางธุรกิจและชื่อเสียง และภรรยาผมก็เครียด ตอนนี้ก็ป่วยอยู่ จึงอยากจะขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนว่า ผมเป็นผู้เสียหาย ถูกนางกิมเอ็งหลอกไปจำนวนหลายล้านบาท การเข้าให้ปากคำในวันนี้(7 ก.ย.)เป็นการให้ปากคำในฐานะพยานเท่านั้น อยากฝากถึงผู้ที่ถูกนางกิมเอ็งหลอก และเป็นผู้เสียหายมาติดต่อให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี สำหรับการสืบสวนต่อไป”นายชัยสงค์ กล่าว