
ดึง“ค้าทอง-ร้านยา-ท่องเที่ยว”จดนิติบุคคล
สรรพากรตั้งเป้าดึงธุรกิจร้านทอง ร้านขายยา ท่องเที่ยว กว่า 1.2 แสนราย จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จูงใจด้วยมาตรการสนับสนุน ย้ำต้องจัดตั้งบริษัทภายใน 31 ธ.ค.60
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า สรรพากรเดินหน้าขยายฐานการจัดเก็บภาษีตามนโยบายของรัฐบาล โดยพบว่ามีหลายกิจการที่ทำธุรกิจ แต่เสียภาษีบนฐานเงินได้บุคคลธรรมดา อาทิ ธุรกิจค้าทอง ธุรกิจร้านขายยา ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว และอื่นๆรวมกว่าแสนราย ซึ่งเริ่มจากธุรกิจค้าทองคำ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียนและข้อดีของการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ปัจจุบันมีร้านค้าทองคำประมาณ 7,000 ราย และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วกว่า 5% คาดว่าจะทยอยจดทะเบียนมากขึ้น ส่วนธุรกิจร้านขายยานั้น ปัจจุบันมีราว 2 หมื่นแห่ง ซึ่ง 90% จดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา ในอนาคตคาดว่าทุกรายจะเข้าระบบ
ขณะที่วานนี้ (7ก.ย.)กรมสรรพากรได้จัดสัมมนา "ธุรกิจก้าวหน้า ร้านขายยาสู่สากล" เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจร้านขายยาที่เป็นสมาชิกสมาพันธ์คุณภาพร้านยาแห่งประเทศไทย(สพย.)ประกอบด้วย สมาคมร้านขายยา สมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย)และชมรมร้านขายยา มีสมาชิกกว่า 2.1 หมื่นราย ได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายการส่งเสริมให้ประกอบธุรกิจในรูปนิติบุคคล ส่วนระยะต่อไปจะดึงธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก นายหน้ารับจองที่พัก ธุรกิจให้เช่ารถนำเที่ยว มีประมาณ 1 แสนราย เข้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งได้ประสานงานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแล้ว
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุนและลดภาระการเป็นผู้ประกอบการนิติบุคคล ซึ่งจะต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 ได้แก่ ยกเว้นภาษีทางตรงและทางอ้อมสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ใดๆ หักรายจ่ายค่าจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ค่าทำบัญชี และค่าสอบบัญชีได้ 2 เท่า ลดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดจาก 2% เหลือ 0.01% และการโอนใบอนุญาตในการประกอบกิจการของบุคคลธรรมดาให้แก่นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นใหม่ได้ เป็นต้น



