ข่าว

พาณิชย์วางเป้าส่งออกปีหน้าลุ้นโต3%

พาณิชย์วางเป้าส่งออกปีหน้าลุ้นโต3%

08 ก.ย. 2559

พาณิชย์ถกส่งออกปีหน้าคาดโต 3% จากปีนี้น่าจะขยายตัวในช่วงติดลบ 2 ถึงบวก 2% มองแอฟริกา-ออสเตรเลียโตมากสุด ด้าน “สุวิทย์” มอบนโยบายทูตพาณิชย์สู่โมเดลไทยแลนด์ 4.0

               แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคร.) หรือทูตพาณิชย์ ได้มีการหารือถึงสถานการณ์การส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า รวมทั้งจัดทำยุทธศาสตร์การผลักดันการส่งออก โดยในปีนี้การส่งออกคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยช่วงระหว่างติดลบ 2 ถึงบวก 2% จากเป้าหมายการทำงานที่เติบโต 5% ส่วนปีหน้าได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกไว้ว่าจะขยายตัวที่ 3% โดยตลาดแอฟริกา และทวีปออสเตรเลีย เติบโตมากที่สุด คือเติบโต 5%

               ส่วนตลาดตะวันออกกลางเติบโต 3.3% อเมริกาเหนือ บวก 2.9% ลาตินอเมริกา ติดลบ 0.1% ยุโรป บวก 1.0% ส่วนในเอเชีย จีนเติบโต 3% ฮ่องกง บวก 2% ไต้หวัน +3% ญี่ปุ่นบวก 1% ส่วนเกาหลีใต้ไม่เติบโต ขณะที่อาเซียน ขยายตัว 2.5% และเอเชียใต้ ขยายตัว 2%

               “กลยุทธ์การผลักดันการส่งออกนั้น จะผลักดันเป็นรายคลัสเตอร์ เชื่อมโยงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งซัพพลายเชน มุ่งสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และเน้นการทำน้อยได้มาก ขายสินค้าที่สร้างกำไรสูง รวมทั้ง การขยายช่องทางการตลาดผ่านออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ ตลอดจนมุ่นเน้นธุรกิจนวัตกรรมและธุรกิจเชิงสร้าง และขยายลู่ทางตลาดใหม่กับสินค้าศักยภาพดั้งเดิม”แหล่งข่าว ระบุ

               ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายแก่ทูตพาณิชย์ จาก 58 แห่งจากทั่วโลก ว่าปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งไม่สามารถเติบโตได้ด้วยเครื่องจักรเดิมๆ อีกต่อไป ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายการขับเคลื่อนผ่านนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ทูตพาณิชย์เองก็จะต้องปรับบทบาทใหม่ ที่นอกจากจะมุ่งเน้นด้านการค้าสินค้าแล้ว จะต้องมุ่งไปสู่ด้านการค้าบริการ และการลงทุนให้มากขึ้น

               “ในระยะสั้นเรายังต้องให้ความสำคัญในเรื่องการส่งออกสินค้า แต่ในอนาคตเราจะดูอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ทูตพาณิชย์จะต้องมาช่วยกันในการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด และมองหาโอกาสทางธุรกิจจากภายนอก จากทั่วโลกเข้ามาในประเทศ เพื่อให้ไทยสามารถสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น จากเดิมที่เราพอจะมีการพัฒนาด้านนวัตกรรมอยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่เป็นนวัตกรรมสินค้า แต่อนาคตจะเป็นเรื่องนวัตกรรมทางธุรกิจเช่น กูเกิล อูเบอร์ เฟซบุ๊ค แอร์บีเอ็นบี เป็นต้น” นายสุวิทย์ กล่าว