
มาร์ค์ถกกตร.เลือกผบ.ตร.ใหม่ปลายส.ค.
ก.ตร.มีมติเลื่อนการประกาศใช้โครงสร้างตำรวจใหม่ไป 7 ก.ย. และตั้งคณะอนุกรรมการสอบกรณี "ศิริโชค" ระบุมีการซื้อขายตำแหน่งระดับนายตำรวจ อภิสิทธิ์สอนมวยวอลเปเปอร์ส่งข้อมูลให้สภาสอบ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา(สบ10) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผบ.ตร. จเรตำรวจ และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า วันนี้ก.ตร.มีมติในที่ประชุมในเรื่องสำคัญ 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกนายสุเทพได้นำเรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งตำรวจระดับรองผบก.-ลงมา ที่ปรากฎข่ามตามสื่อมวลชน มานำเสนอซึ่งในที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง นายสุเทพ ได้แจ้งข้อมูลให้ทราบว่าได้ทำหนังสือขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวจากผู้ที่ปรากฎชื่อตามสื่อมวลชน
พร้อมทั้งมีการตั้งคณะอนุก.ตร. ชุดพิเศษมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ประกอบด้วยคณะกรรมการก.ตร. 7 ท่าน เป็นก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ก.ตร.โดยตำแหน่ง 2 ท่าน โดยมีนายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน มีพล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ พล.ต.อ.บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ พล.ต.ท.อำนวย ดิษฐกวี พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.ซึ่งเป็นก.ตร.โดยตำแหน่ง เป็นคณะกรรมการ โดยให้อนุก.ตร.ตรวจสอบเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จและรายงานให้ก.ตร.ทราบภายใน 15 วัน
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เรื่องที่สองเป็นเรื่องที่พล.ต.อ.วิเชียร ได้เสนอที่ประชุมก.ตร.ถึงมติก.ตร.เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมาที่ก.ตร.มีมติให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโดยการยกเว้นหลักเกณฑ์ทุกตำแหน่งต้องเข้าที่ประชุมก.ตร.เพื่อพิจารณา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องยกเว้นหลักเกณฑ์มีเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบ กองทะเบียนพลต้องไปตรวจสอบรายชื่อ จึงจำเป็นต้องเลื่อนเวลาให้พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษาออกไป จากเดิมที่มีกำหนดให้พ.ร.ฎมีผลบังคับใช้ วันที่ 16 สิงหาคม เป็นวันที่ 7 กันยายน ซึ่งจะมีเวลาเพียงพอให้มีการเตรียมการแต่งตั้ง รองผบก.-ลงมา
โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า กระบวนการแต่งตั้งนั้นคนที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายคือ ผบ.ตร.หรือรักษาราชการแทนผบ.ตร.เป็นคนดำเนินการแต่งตั้ง ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจมาตรา 56 ให้อำนาจผบ.ตร.ในการแต่งตั้ง และให้รองผบ.ตร.และจเรตำรวจเป็นกรรมการในการแต่งตั้ง ซึ่งการแต่งตั้งทั้งหมดก็ให้มีผลพร้อมกันในวันที่พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการมีผลบังคับใช้ และไม่มีผลกับการแต่งตั้งระดับนายพลที่ผ่านไปแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเพียงแต่เลื่อนเวลาไปเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะส่งผลกระทบกับการแต่งตั้งวาระประจำปีหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ก็มีการอภิปรายกันในที่ประชุม เพราะเคยมีมติก.ตร.ให้การแต่งตั้งวาระประจำปี ระดับ ผบช.- ผบก.ให้แล้วเสร็จภายใน 31 สิงหาคม แต่ก็สามารถให้อำนาจก.ตร.ขอขยายเวลาได้ และเรื่องนี้ก็ไม่มีผลกับการเลือกผบ.ตร.คนใหม่เพราะไม่เกี่ยวกันเป็นคณะกรรมการคนละชุด เรื่องการเลือกผบ.ตร.ก.ต.ช.เป็นคนเลือก
ต่อข้อถามที่ว่าการประชุมก.ตร.เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาห่างกับการประชุมก.ตร.ครั้งนี้เพียงไม่กี่วันก.ตร.ก็มีมติให้เลื่อนการประกาศพ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการฯออกไป ทำไมเมื่อครั้งที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดถึงกัน พล.ต.อ.วัชพล กล่าวว่า ครั้งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งได้ชี้แจงว่ามีการเตรียมการเรื่องการแต่งตั้งเอาไว้แล้ว แต่เมื่อที่ประชุมก.ตร.มีมติยกเว้นในหลายๆ ข้อ ทุกรายที่เข้าเงื่อนไขการยกเว้นต้องเข้าที่ประชุมก.ตร. จึงมีความจำเป็นต้องใช้เวลามากขึ้นในการดูรายละเอียดเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอก.ตร. ซึ่งต้องทำอย่างรอบคอบ ชัดเจนและโปรงใส ยิ่งมีข่าวเรื่องการซื้อขายตำแหน่งขึ้นมาก็ต้องยิ่งรอบคอบ ซึ่งการแต่งตั้งระดับรองผบก.- ลงมา ก็มีทั้งที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นและหมุนในระนาบเดียวกัน ซึ่งตอนนี้สำนักงานกำลังพลก็อยู่ระหว่างเตรียมพร้อมด้านเอกสารต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 6 สิงหาคม ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการนัดคณะกรรมการการแต่งตั้งประชุมแต่อย่างใดเนื่องจากโผการแต่งตั้งโยกย้ายยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากการพิจารณาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งไม่เป็นจริงจะพิจารณาฟ้องกลับหรือไม่ พล.ต.อ.วัชพล กล่าวว่า เรื่องนี้คงยังตอบไม่ได้ต้องรอพลการพิจารณาของคณะกรรมการก่อน ส่วนจะเรียกบุคคลที่ออกมาเปิดเผยเรื่องการซื้อขายตำแหน่งมาสอบหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของอนุก.ตร.ตนเองไม่สามารถตอบได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการมาเปิดเผยเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเพื่อเป็นการทำลายชื่อเสียงของพล.ต.อ.พัชรวาท พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวข้องกัน
ต่อข้อถามที่ว่านายกรัฐมนตรีพูดทำนองว่า พล.ต.อ.พัชรวาทเป็นตอในการทำคลี่คลายคดีการลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เรื่องนี้มีการดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.วัชรพล กล่าววา ทราบว่าเรื่องนี้มีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องอยู่แล้วโดยมีเลขาธิการก.พ.เป็นหัวหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรอยู่แล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.พัชรวาท หลังจากเสร็จการปฏิบัติราชการภาคใต้จะลาพักยาวและเดินทางไปประเทศแถบยุโรปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม เพื่อหลีกทางให้พล.ต.อ.วิเชียรเป็นคนทำโผแต่งตั้งโยกย้าย
อภิสิทธิ์ถกก.ตช.เลือกผบ.ตร.คนใหม่ปลายส.ค.นี้
เมื่อเวลา 16.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามถึงการที่ก.ตร.เลื่อนประกาศโครงสร้างใหม่ของสตช.ไปเป็นวันที่ 7 ก.ย.จะมีผลกระทบต่อการพิจารณาโผรายชื่อระดับรองผบก.หรือไม่ว่า คงไม่มีผลกระทบเพราะเป็นการตัดสินใจของก.ตร.เองว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ราบรื่นที่สุดเนื่องจากต้องไปดำเนินการในเรื่องของคำสั่ง การยกเว้นคุณสมบัติและเรื่องต่างๆ ดังนั้นเข้าใจว่าก.ตร.ต้องไปดูว่าทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดสุญกาศและเมื่อเดิมกำหนดประกาศในกลางเดือนส.ค.ทำไม่ทันก็ต้องเลื่อนออกไป
ต่อข้อถามว่า การเลื่อนประกาศใช้โครงสร้างใหม่ของสตช.จะทำให้ปัญหาความขัดแย้งในสตช.บรรเทาลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนสันนิษฐานว่าเป็นอย่างนั้นเพราะก.ตร.คงต้องเลือกวันที่คิดว่าจะทำให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้ปัญหาคือมีความคาบเกี่ยวกันกับการจัดทำรายชื่อโยกย้ายกับการประกาศโครงสร้างใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนี้ เมื่อถามว่า ทำไมไม่ให้ผบ.ตร.คนใหม่มาจัดทำรายชื่อเหล่านี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อถึงจุดที่มีปัญหาก็ต้องพิจารณาแต่ชั้นนี้ตนเข้าใจว่าก.ตร.คงพิจารณาเพื่อให้ทุกอย่างเดินไปได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกำหนดการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ตช.) ที่นายกฯเป็นประธานเพื่อเลือกผบ.ตร.คนใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การประชุมจะมีขึ้นประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนส.ค.นี้ และไม่น่าจะเกินกว่านี้และตนหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะได้บุคคลที่จะมาเป็นผบ.ตร.คนใหม่
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนปัญหาการซื้อขายตำแหน่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ตามข้อมูลที่นายศิริโชคออกมาเปิดเผยว่า ตนได้แนะนำเรื่องนี้ว่าในส่วนของส.ส.นั้นควรนำเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะได้ไม่มีความแคลงใจกันว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารหรืออะไรทั้งสิ้น แต่ให้เป็นการตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนก.ตร.ก็มีกลไกของ ก.ตร.อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายศิริโชค ระบุว่าได้มอบข้อมูลเบื้องต้นให้นายกฯแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายศิริโชคได้เล่าเรื่องดังกล่าวเชิงปรึกษากับตน ซึ่งตนเห็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาก็ให้ส่งเรื่องไปยังฝ่ายนิติบัญญัติโดยใช้ช่วงทางของกรรมาธิการฯ เมื่อถามว่า นายกฯคิดว่าจะเอาผิดในเรื่องนี้ได้หรือไม่เพราะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่คนที่นำข้อมูลมาให้ว่าพร้อมจะยืนยันข้อมูลหรือไม่
นายสุเทพ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ตนได้ร่างหนังสือเพื่อส่งถึงนายศิริโชคเป็นทางการว่าให้นายศิริโชคส่งเอกสารหลักฐานและพยานที่เห็นว่า มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างที่นายศิริโชคได้พูดกับสื่อ เพื่อตนจะได้นำมาเป็นหลักฐานประกอบการสืบสวน สอบสวน เพราะเราปล่อยให้มีการซื้อขายตำแหน่งกันอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้านายศิริโชคมีหลักฐานเอกสารต้องส่งให้ เราได้ดำเนินการ ส่วนที่นายศิริโชคระบุจะส่งเอกสารหลักฐานไปให้คณะกรรมาธิการตำรวจของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการด้วยนั้นก็ไม่เป็นไรเป็นเรื่องของนายศิริโชค แต่ตนจะทำหนังสือไป
นายสุเทพ กล่าวว่า ในการประชุม ก.ตร.วันเดียวกันนี้ ตนจะปรึกษากับคณะกรรมการ ก.ตร. เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีข้อกล่าวหาการซื้อขายตำแหน่งใน สตช. ด้วย เพราะในการประชุมคณะกรรมการ ก.ตร.เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ร.ต.อ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ในฐานะกรรมการก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านได้บอกว่าเราต้องดำเนินการเพื่อทำให้เรื่องนี้กระจ่างชัด เพื่อปกป้องรักษาศักดิ์ศรีของคนดีๆ เพราะตำรวจมีอยู่ถึง 2-3 แสนคน ถ้าไปพูดกันอย่างนี้ ตำรวจดีๆ จะเสียกำลังใจ ส่วนใครที่วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งจริงๆ ก็ต้องสอบสวนเอามาดำเนินการ ทั้งนี้ตนจะสอบถาม ก.ตร.ว่ากรรมการสอบสวนควรจะมีใครบ้างและควรใช้เวลาสอบสวนนานเท่าไหร่ เพราะในก.ตร.มีผู้มีความรู้ ระบบงานของตำรวจดีอยู่หลายท่านและเป็นผู้ใหญ่คงจะให้คำปรึกษาตนได้ ขณะนี้ยังไม่ได้มองว่าจะให้ใครเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวน เรียนตรงๆ ตนมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงานตำรวจ 7 เดือนก็รู้จักตำรวจน้อย
เมื่อถามว่า แสดงว่าก่อนหน้านี้ท่านไม่เคยได้ยินเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในสตช. มีแต่นายศิริโชคออกมาพูดเรื่องนี้คนเดียว นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เคยได้ยินเลย แต่เมื่อมีคนพูดเราต้องฟัง ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะท่านเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายศิริโชคก็เป็นลูกพรรคอยู่ในพรรคเดียวกัน ทำไมจึงไม่มีการสอบถามด้วยปากเปล่า นายสุเทพ หันมายิ้มก่อนกล่าวว่า ตั้งแต่ที่นายศิริโชคออกมาพูด ตนยังไม่เคยเจอหน้าก็พยายามหาตัวอยู่ แต่ตนทำหนังสือไปดีกว่า ต่อข้อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าการออกมาปล่อยข่าวผ่านสื่อมีวัตถุประสงค์อะไร ที่นอกเหนือจากการที่จะบอกข้อเท็จจริง นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมไม่พยายามจะมองอะไรในแง่ร้าย แต่จะทำตามความเป็นจริงคือ เมื่อคุณศิริโชคได้พูดจาอย่างนี้ก็ถือว่าคุณศิริโชคกล่าวหาผู้คนในสตช. ถ้าคุณศิริโชคจะกรุณาให้ความร่วมมือต้องบอกผมว่า คนที่คุณศิริโชคกล่าวหานั้นชื่ออะไร ยศอะไร และคุณศิริโชคมีหลักฐานอะไร ก็ต้องบอก เพื่อผมจะได้สอบสวนได้ แต่เมื่อมาถึงขณะนี้แล้ว ถึงคุณศิริโชคจะไม่บอกผมก็ต้องสอบสวนอยู่ดี”
ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งขึ้น จะสอบทั้งข้อกล่าวหาจากฝ่ายนายศิริโชคและจะไปสอบข้อมูลก่อนหน้านี้ที่มีข้อกล่าวหาจากฝ่ายตำรวจว่ามีฝ่ายการเมืองคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีไปวิ่งเต้นฝากตำรวจ เมื่อไม่ได้จึงเกิดความไม่พอใจด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนั้นตนก็ได้ยินแต่ข่าวเหมือนกัน กรณีที่กล่าวหาว่ามีการซื้อขายตำแหน่งใน สตช.ได้ชื่อคนกล่าวหาแล้วคือ นายศิริโชค แต่เราจะต้องหาผู้ที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะสอบสวนได้ ส่วนที่มีข่าวว่า มีนักการเมืองไปวิ่งเต้นโยกย้ายตำรวจมันมีแต่ข่าว เป็นข่าวลือ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนกล่าวหา และนักการเมืองที่เขากล่าวหาไปวิ่งเต้น ตนไม่ทราบว่าชื่ออะไร แต่ถ้าสมมุติว่ามีคนกล่าวหาเป็นใคร และผู้ถูกกล่าวหาเป็นใคร ตนก็จะได้ดำเนินการได้ เพราะข้อนี้มีกฎหมายอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า นายศิริโชคระบุว่าได้เคยคุยถึงข้อมูลดังกล่าวกับนายกรัฐมนตรีบ้างแล้ว ในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับ สตช.ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีบ้างหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมไม่ค่อยได้อยู่ใกล้นายกรัฐมนตรีที่จะไปคุยเรื่องอะไรพรรค์อย่างนี้ ผมไม่ได้ไปอยู่ใกล้ที่จะไปคุนโน้น คุยนี้เล็กๆ น้อยๆ อะไร เรื่องใหญ่ๆ เท่านั้นที่นายกรัฐมนตรีจะสั่งผม ผมก็รับหน้าที่ว่าท่านใช้ให้ผมทำอะไร มอบหมายให้ทำอะไร ผมก็ทำเรื่องเหล่านั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีเองระบุว่า ท่านก็ไม่อยากให้คนรอบข้างไปยุ่งกับเรื่องของตำรวจ นายกรัฐมนตรีกำกับเฉพาะเรื่องนโยบายจึงดูเหมือนว่า นายกรัฐมนตรีปรามแล้วแต่นายศิริโชคไม่ฟังหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอความกรุณาให้ถามนายกรัฐมนตรี ตนตอบแทนท่านไม่ได้ หลังจากที่มีข่าวออกมานายศิริโชคก็ไม่เคยติดต่อมาที่ตน ตนพยายามหาตัวอยู่ 2 สัปดาห์ก็ไม่เจอ ไปประชุมพรรคก็ไม่เจอเขา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าคณะกรรมการตรวจสอบออกมาแล้วไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหานายศิริโชคต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่า อย่าเพิ่งพูดอย่างนี้เลย ให้ตนได้ไปดำเนินการก่อนว่าผลจะเป็นอย่างไร หลักการของตนไม่อยากจะให้คนทะเลาะกัน และถ้าคนจะต้องทะเลาะกัน ก็ควรจะทะเลาะโดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลักจึงคุ้มค่าที่จะทะเลาะกัน ไม่ใช่เอาเรื่องความพอใจหรือไม่พอใจส่วนตัวมาทะเลาะกัน อย่างนี้ตนไม่เข้าไปยุ่งด้วย แต่กรณีที่นายศิริโชคให้สัมภาษณ์สื่อ เข้าข่ายเป็นเรื่องส่วนรวม เราไม่ควรจะให้ใครมาซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนเป็นนักการเมืองมานาน เคยเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ข้าราชการทั้งที่กระทรวงเกษตรฯ คมนาคม จะรู้จักตนดีว่าตนพยายามช่วยปกป้องข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการดีๆ ถ้าเขาได้รับการเลื่อนชั้น เลื่อนตำแหน่ง แล้วต้องเสียเงินอย่างนี้ตนยอมไม่ได้
เมื่อถามว่า การที่นายศิริโชคออกมาพูดเรื่องนี้เป็นระยะๆ เป็นการเขี่ยบอลให้ดำเนินการต่อเข้าไปจัดการความโปร่งใสต่างๆใน สตช.ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ดีแล้ว ถ้าเขาพูดโดยเรียกร้องให้ไปตรวจสอบ ตนก็ต้องไปตรวจสอบอยู่แล้ว เพราะมีคนออกมากล่าวหาอย่างชัดเจน แต่ถ้านายศิริโชคจะช่วยมันต้องระบุเป้าหมาย ตนไปสอบสวนตำรวจตั้ง 3 แสนคน ชาติหน้าก็สอบสวนไม่จบ ต่อข้อถามว่าเรื่องนี้นายศิริโชคออกมาพูดเองหรือมีใบสั่งให้นายศิริโชคออกมาส่งสัญญาณ นายสุเทพ กล่าวว่า ทำไมสื่อไม่ไปถามนายศิริโชค ถ้าอย่างนั้นตนจะไปตอบแทนเขาได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงแล้วจะมีการเลื่อนการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายโผเล็กระดับรองผู้บังคับการ และสารวัตรลงมา ออกไปให้มีผลวันที่ 1 ต.ค.เลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพยายามรักษามารยาทที่จะไม่พูดชี้นำ ก.ตร. ต้องรอดูผลภายหลังการประชุม ก.ตร.ในวันเดียวกันนี้ การทำงานบางอย่าง เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไม่ใช่อำนาจของตน แต่เป็นอำนาจของ ก.ตร. ตนเป็นประธานแต่จะไม่พูดชี้นำหรือพูดไปก่อนที่คณะกรรมการจะมีมติ ทั้งหมดไปว่ากันในที่ประชุม นั่นคือการเคารพต่อคณะกรรมการ
กมธ.ตร.เตรียมสอบวิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่งตำรวจ
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อ-ขายตำแหน่ง ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจประจำปี ว่า จะรอดูข้อมูลหลักฐานจากผู้ที่ทราบเบาะแส โดยเฉพาะจาก นายศิริโชคที่ออกมาเปิดเผย พร้อมเรียกร้องผู้ที่มีข้อมูล และหลักฐานที่จ่ายเงินแล้วไม่ได้ตำแหน่ง หรือเป็นเพียงพยานบุคคล แจ้งมายังกรรมาธิการฯ โดยยืนยันจะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัติไว้ และมั่นใจจะตรวจสอบได้ แต่จะไม่ขอรับบัตรสนเท่ห์ จะรับเพียงผู้ร้องเรียนที่เปิดเผยตัวตนชัดเจนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จะยังไม่เรียกนายศิริโชคเข้าให้ข้อมูล หรือเริ่มตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่มีการแต่งตั้งโยกย้าย พร้อมกันนี้ ไม่ต้องการให้มองเรื่องนี้เป็นการเมืองหรือการแก้เก้อ ใครพูดอะไรไว้ต้องรับผิดชอบและทั้งหมดต้องดูที่พยานหลักฐาน ยอมรับว่า เรื่องการซื้อขายตำแหน่งมีทุกยุคทุกสมัย และการที่มีข่าวออกมาในช่วงนี้จะปรามได้บางส่วน



