จี้ธนารักษ์เอาผิดโครงการก่อสร้างบนกำแพงเมือง
อนุกรรมการเมืองเก่าแพร่ จี้ธนารักษ์เอาผิดโครงการก่อสร้างบนกำแพงเมืองแพร่
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 กันยายน 2559 นายชินวร ชมภูพันธ์ อนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าแพร่ นายธีรวุฒิ กล่อมแล้ว เครือข่ายลูกหลานเมืองแพร่ ได้เดินทางไป ตรวจสอบโครงการก่อสร้างลานเอนกประสงค์ของเทศบาลเมือแพร่ ที่บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองแพร่ เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างเป็นตามมติของคณะอนุกรรมการเมืองเก่าแพร่ ที่มีการประชุมและมีมติให้ระงับการก่อสร้าง จากคณะอนุกรรมการเมืองเก่าที่ได้มีมติ ไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559
นายชินวรณ์ อ้างถึงการประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าแพร่เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 ที่มีนายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ที่ ห้องประชุมเวียงโกศัย ศาลากลางจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย พระครูวิจิตรสรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร นายนิพันธ์ บุญหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นางนิรมล มณีคำ ผู้อำนวยการกรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 น่าน วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ นายเสรี ทรงศักดิ์ รองนายก อบจ.แพร่ ได้ประชุมพิจารณาแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าแพร่ 5 ด้าน คือ ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและผังเมือง ด้านสาธารณูปโภค ด้านอาคารและสภาพแวดล้อม ด้านอนุรักษ์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ สถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตย์ และด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรม
ส่วนประเด็นที่มีความขัดแย้งและมีการร้องเรียนจากประชาชน 2 โครงการที่ก่อสร้างในเขตเมืองเก่าแพร่ คือ โครงการสร้างหลังคากันแดดของโรงเรียนนารีรัตน์ และโครงการก่อสร้างลานเอนกประสงค์เทศบาลเมืองแพร่ นั้น นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาโครงการก่อสร้างหลังคาเหล็กรูปโดมของโรงเรียนนารีรัตน์ จังหวัดแพร่ และโครงการก่อสร้างลานกิจกรรมบริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองแพร่ โครงการแรกที่ประชุมมีมติ ไม่เห็นชอบมีการก่อสร้าง 21 เสียง และเห็นชอบ 1 เสียง ถือว่าที่ประชุมได้พิจารณาไม่เห็นชอบให้มีการก่อสร้าง ส่วนโครงการก่อสร้างลานกิจกรรม ให้ ทางเทศบาลเมืองแพร่ดำเนินการแก้ไขแบบเพื่อให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์พัฒนาเมืองเก่าแพร่และยื่นขออนุญาตกับกรมศิลปากร ธนารักษ์จังหวัดแพร่ ก่อน โดยแบบการก่อสร้างจะต้องสอดคล้องกับภูมิสถาปัตยกรรมของเมืองเก่าแพร่
นอกจากนี้ในที่ประชุม นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ นักโบราณคดีชำนาญพิเศษ รก.สศก.ที่ 7 น่าน กล่าวว่า จากแนวกำแพงเมืองคูเมืองเก่าแพร่ เราจะวางแนวเขตกันชน อีก 10 เมตรจากแนวกำแพงเมือง คูเมืองแพร่ออกไป และเรื่องของการบุกรุกกำแพงเมือง มี นายสุรัตน์ วังใน ได้ร้องเรียนไปที่กระทรวงมหาดไทย ว่า เนื่องจากกำแพงเมืองแพร่ เป็นเขตโบราณสถาน มาตรา 32 ห้ามบุกรุกทำลาย ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.โบราณสถาน ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์ และทางกรมศิลปากรได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว ส่วนกำแพงเมืองคูเมืองแพร่ จะขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานหรือไม่นั้น จะมีแตกต่างเพียง หากขึ้นทะเบียนโบราณสถานผู้บุกรุกทำลาย จะถูกปรับเกิน 1 ล้านบาท จำคุกไม่เกิน 10 ปี และหากไม่ขึ้นทะเบียน ปรับไม่เกิน 7 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 7 ปี การดำเนินการใดๆ บนกำแพงเมือง คูเมืองแพร่ จะต้องได้รับการอนุญาตจากกรมศิลปากร และธนารักษ์
ส่วนทางด้าน ธนารักษ์จังหวัดแพร่ กล่าวว่า จากการสำรวจของธนารักษ์ในปี 2541 กำแพงเมืองคูเมืองแพร่มีพื้นที่ 155 ไร่ 2 งาน 66 ตารางวา และสำรวจผู้อยู่บนกำแพงเมืองคูเมืองในปีเดียวกัน จำนวน 371 ราย มีเอกสารสิทธิ 260 ราย ที่เหลือเป็นผู้ครอบครองดิน และไม่ยินยอมเข้าระบบในการถือครองที่ดินกับกรมธนารักษ์ ซึ่งเราจะมีการจัดการสงเคราะห์ที่อยู่อาศัยให้ อยู่แล้ว
นายชินวร กล่าวว่า เมื่อมาตรวจสอบแล้วยังพบว่า โครงการก่อสร้างของลานเอนกประสงค์ของเทศบาลเมืองแพร่ ยังมีการดำเนินการก่อสร้างอยู่ ซึ่งที่ประชุมให้ระงับการก่อสร้างและปรับแบบ และให้ขออนุญาตจากกรมศิลปากรก่อน ขณะที่ทางโรงเรียนนารีรัตน์ยืนยันในที่ประชุมว่า ยกเลิกโครงการก่อสร้างหลังคากันแดดของโรงเรียนนารีรัตน์ไปก่อน ซึ่งการที่โครงการก่อสร้างของเทศบาลเมืองแพร่ ได้ประสานไปยังธนารักษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่แล้ว และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป เพื่อจะให้อนุกรรมการเมืองเก่าไม่ถูกมองเป็นเพียงเสือกระดาษ



