
ปิดคดีดังในสหรัฐ ฆาตกรรับลักพาด.ช.ไปฆ่าข่มขืน 27 ปีก่อน
ฆาตกรรับสารภาพลักพาตัว ข่มขืนและฆ่า ด.ช.วัย 11 เมื่อ 27 ปีที่แล้ว ปิดฉากคดีสะเทือนขวัญชาวอเมริกันที่นำไปสู่การออกกฎหมายขึ้นทะเบียนผู้กระทำผิดทางเพศทั่วประเทศ
นายแดนนี ไฮน์ริช ชายวัย 53 ปีในรัฐมินนิโซตา รับสารภาพในศาลเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น (7 ก.ย.) ว่าเป็นคนลักพาตัว ข่มขืนและสังหารด.ช.จาคอบ เวทเทอร์ลิง วัย 11 ขวบ ในคดีสะเทือนขวัญเมื่อ 27 ปีก่อน ที่ต่อมา กลายเป็นแรงผลักดันให้รัฐสภาสหรัฐออกกฎหมาย ให้ทุกรัฐต้องขึ้นทะเบียนผู้ต้องคดีความผิดทางเพศ ขณะภาพโปสเตอร์ใบหน้ายิ้มแย้มของด.ช.เวทเทอร์ลิง กลายเป็นสัญลักษณ์ถึงอันตรายจากนักล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และเด็กไร้เดียงสาที่ตกเป็นเหยื่อและไม่สามารถคลายปมได้
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2532 มือปืนคลุมหน้าลักพาตัวเวทเทอร์ลิง ขณะกำลังขี่รถจักรยานอยู่ใกล้บ้านของเขา กับพี่/น้องชายและเพื่อนอีกคน ในเมืองเซนต์ โยเซฟ รัฐมินนิโซตา
ถึงแม้ว่าพนักงานสอบสวนพยายามเต็มที่และสื่อให้ความสนใจ แต่ก็ไม่สามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้
อย่างไรก็ดี พนักงานสอบสวนเพ่งเล็งไฮน์ริชมานานแต่ไม่มีหลักฐานมากพอ จึงหันไปมุ่งสอบอีกคดีหนึ่ง เป็นกรณี ด.ช.จาเร็ด เชียร์ล วัย 12 ปี ถูกผู้ร้ายข่มขืนในเมืองโคลด์ สปริง รัฐเดียวกัน ก่อนด.ช.เวทเทอร์ลิงหายตัวไป 9 เดือน เพราะเชื่อว่าสองคดีนี้เกี่ยวข้องกัน
หลังจากใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่มีในปี 2532 พนักงานสอบสวนพบว่า ดีเอ็นเอของไฮน์ริชตรงกับเสื้อของด.ช.เชียร์ล จึงได้ใช้เป็นหลักฐานขอออกหมายค้นบ้าน และพบว่าเขามีภาพลามกอนาจารเด็กจำนวนมากอยู่ในครอบครอง แต่เนื่องจากคดีข่มขืนด.ช.เชียร์ลหมดอายุความแล้ว ไฮน์ริชจึงไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาข่มขืน แต่เป็นข้อหามีภาพอนาจารเด็ก 25 กระทง ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
การสารภาพผิดว่า ข่มขืนด.ช.เชียร์ล และเวทเทอร์ลิง ถือเป็นส่วนหนึ่งของการตกลงยุติคดี
การยอมรับว่าเป็นคนลงมือ ทำให้พนักงานสอบสวนตามไปขุดพบโครงกระดูกของเวทเทอร์ลิง ณ จุดที่ถูกฝังไว้เมื่อ 27 ปีที่แล้วได้เมื่อสัปดาห์ก่อน
หนังสือพิมพ์ มินเนอาโปลิส สตาร์ ทริบูน รายงานว่า ไฮน์ริช ได้เล่ารายละเอียดชั่วโมงท้ายๆต่อหน้าพ่อแม่ของเหยื่อด้วยว่า หลังจากลักพาตัว เขาสวมกุญแจมือเด็กและจับนั่งเบาะหน้ารถ เด็กชายถามเขาว่า ผมทำอะไรผิด
จากนั้น ฆาตกรพาเด็กลงจากรถใกล้เหมืองแห่งหนึ่ง จับแก้ผ้าและข่มขืน เด็กชายร้องไห้และบอกว่าหนาว และวิงวอนขอให้ปล่อยกลับบ้าน แต่ไฮน์ริช ตัดสินใจยิงเด็กตายและนำศพไปฝัง
แพตตี เวทเทอร์ลิง มารดาของเหยื่อ กล่าวว่า เธออยากบอกกับลูกว่าเสียใจมาก และรู้สึกเจ็บปวดสุดบรรยายเมื่อรู้นาทีสุดท้ายของลูกชาย
หลังลูกชายหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พ่อและแม่ของเด็ก กลายเป็นนักรณรงค์ช่วยเหลือเด็กที่สูญหาย ก่อตั้งศูนย์ทรัพยากรจาคอบเวทเทอร์ลิงเพื่อป้องกันการเอาเปรียบเด็ก



