ข่าว

คสช.ไม่ปลื้มแผนกีฬาชาติ

คสช.ไม่ปลื้มแผนกีฬาชาติ

07 ก.ย. 2559

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่ปลื้ม แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 5 ฉบับ ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จแค่ 30 เปอร์เซนต์ พร้อมสั่งฉบับที่ 6 (พ.ศ.2560-2564) ต้องดีกว่าเดิม

                  “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคไทย ที่ ห้องประชุมสำนักงานโอลิมปิคไทย บ้านอัมพวัน เมื่อวันที่ 7 กันยายน โดยได้มีการสรุปผลการดำเนินการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เป็นเจ้าภาพเมื่อวันที่ 5-21 สิงหาคม โดย “บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่า บราซิล เจ้าภาพที่ประสบปัญหามากมายก่อนการแข่งขัน ถือว่าจัด “ริโอเกมส์” ได้ดีพอใช้ แม้ว่าจะไม่ดีที่สุดแต่ก็ต้องถือว่าสอบผ่านไปได้

                 สำหรับผลงานของนักกีฬาไทยซึ่งทำได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง จาก 2 กีฬาคือ ยกน้ำหนัก และเทควันโดนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ถือว่าน่าพอใจ แต่น่าเสียดายในบางกีฬาที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบคือความกดดันของนักกีฬาที่ได้รับการคาดหมายว่าจะคว้าเหรียญรางวัล ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องมีการแก้ไขโดยนักจิตวิทยา และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเตรียมนักกีฬาครั้งต่อไป นอกจากนี้ การแข่งขันบางชนิดกีฬามีการตัดสินที่ส่งผลกระทบต่อนักกีฬาไทย ซึ่งตนได้ย้ำเรื่องนี้อยู่เสมอว่า จะต้องมีการสนับสนุนคนไทยให้เข้าไปอยู่ในสหพันธ์กีฬา แม้จะต้องใช้เวลาและงบประมาณสูงแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว

​​​​​​​                  ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาการกีฬาของชาติ โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรมและจริยธรรม ได้กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำการประเมินแล้วว่า แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ประเทศไทยมีมา 5 ฉบับ นั้น ประสบความสำเร็จแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น เนื่องจากไม่ได้มีการนำยุทธศาสตร์ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กรมพลศึกษา มาบูรณาการ แต่เป็นไปลักษณะต่างคนต่างทำ และความสำเร็จ 30 เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องของงานประจำมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของการพัฒนา

​​​​​​​                  “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สั่งการมาแล้วว่า ในการจัดทำแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2560 – 2564) จะต้องมีการปฏิรูปใหม่ทั้งหมด ต้องสร้างผลสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งแผนฉบับใหม่นี้ จะต้องนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรีภายใน 2 สัปดาห์นี้ ก่อนจะเริ่มบังคับใช้ได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

​​​​​​​                  “บิ๊กอ๊อด” กล่าวในตอนท้ายว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการร่างแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จึงได้จ้างที่ปรึกษาเข้ามาดำเนินการ ซึ่งที่ปรึกษาดังกล่าว ก็ส่งคนมาสัมภาษณ์ตน และนำแผนของโอลิมปิคไทยไปดำเนินการ จนถึงขณะนี้ แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติฉบับที่ 6 ที่จะออกมานั้น ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อทำในเรื่องการพัฒนาการกีฬาของชาติอย่างแท้จริง และควรจะเป็น