
ถอนฟ้อง“สลายพธม.51”ปปช.รอเทียบคดี“สลายแดง 53”
“ป.ป.ช.”เผยปม ถอนฟ้อง“สลายพันธมิตรฯ”รอพิจารณาเทียบ ปม“สลายแดง 53” เหตุทั้งคู่ขอความเป็นธรรม ก.ย.นี้ ได้ข้อสรุป
7 ก.ย. -- พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาขอถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อปี 51 ว่า ทางคณะทำงานชุดของเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ได้สรุปเรื่องดังกล่าวพร้อมที่จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้บรรจุวาระเข้าสู่ที่ประชุม เนื่องจากเห็นว่าควรรอพิจารณาพร้อมกับกรณีที่แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขอให้ทบทวนมติคณะกรรมการป.ป.ช.กรณีตีตกข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี สลายการชุมนุมกลุ่มนปช.เมื่อปี 53 โดยมิชอบ เพราะถือว่าเป็นการร้องขอความเป็นธรรมมาทั้งสองกรณี ทางคณะกรรมการป.ป.ช.กำลังจะพิจารณาทั้งสองเรื่องไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเป็นการเทียบเคียงและศึกษารายละเอียดให้มากขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายต่างขอความเป็นธรรมเข้ามาที่ป.ป.ช.
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน และความรับผิดทางอาญา ดังนั้น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากเพื่อความชัดเจน จึงไม่สามารถสรุปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การร้องขอความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามหาหลักฐานใหม่มาเป็นเหตุผลในการสนับสนุน โดยกรณีสลายการชุมนุมปี 51 ผู้ถูกกล่าวหาได้ร้องขอความเป็นธรรมเรื่องการวินิจฉัยที่เขามีมูลกระทำความผิดทางอาญาแล้วมีพยานหลักฐานใหม่ที่จะให้คณะกรรมการป.ป.ช.ได้หยิบยกขึ้นมาไต่สวนเพิ่มเติม ส่วนกรณีสลายการชุมนุมปี 53 ได้มาขอให้คณะกรรมการป.ป.ช.หยิบยกขึ้นมาไต่สวนอีกหลังจากคณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาว่าคดีไม่มีมูลและให้ตกไป ซึ่งผู้กล่าวหาอยากให้มีการไต่สวนหาตัวผู้กระทำผิดในเชิงนโยบาย แต่ในเชิงปฏิบัตินั้น ตามกฎหมายก็ดำเนินการต่ออยู่แล้วโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดเดิม
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ทั้งสองคดีมีบริบทที่คล้ายกัน คณะกรรมการป.ป.ช.จึงต้องพิจารณาถี่ถ้วน ขึ้นอยู่กับว่ามีพยานหลักฐานใหม่ ๆ อย่างไร มีจริงหรือไม่ เพราะโดยกฎหมายหากไม่ใช่หลักฐานใหม่ คณะกรรมการป.ป.ช.ไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาไต่สวนได้อีก ส่วนรายละเอียดที่คณะทำงานสรุปมาให้คณะกรรมการป.ป.ช.นั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่จะต้องดูไปพร้อมกันทั้งสองคดี โดยหากบรรจุวาระการประชุม ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.จะต้องพิจารณาว่าเป็นหลักฐานใหม่หรือไม่ใหม่อย่างไร อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของคณะกรรมการป.ป.ช.
“คาดว่าจะหาข้อสรุปให้ได้ภายในเดือนก.ย.นี้ เพราะผมเองอยากให้เสร็จ ความจริงแล้วหลายเรื่องกรรมการอยากเร่งรัด ไม่ว่าคดีสำคัญอย่างไรพยายามที่จะพิจารณาให้แล้วเสร็จ ทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมืองในอดีตที่ผ่านมา หลายเรื่องชี้มูลความผิดส่งอัยการไปแล้ว บางเรื่องที่เป็นเรื่องถอดถอนได้ส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแล้ว” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว



