
จะไปสู่4.0เริ่มจากเรื่องง่ายแต่ทำยาก
คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
เมื่อท่านเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่จะเห็นชัดเจนคือ ถนนหนทาง ตามตรอกซอกซอย รวมทั้งบ้านเรือนของคนญี่ปุ่นจะสะอาดมาก เมื่อเดินไปตามท้องถนนจะไม่เห็นถังขยะตั้งวางไว้เลย และไม่มีถุงดำใส่ขยะตั้งเป็นระยะๆ แต่อย่างใด แม้ในวันศุกร์ตอนค่ำๆ ถึงดึกดื่นตามสถานีรถไฟในญี่ปุ่นตรงพื้นที่พักคอย จะมีคนมาดื่มเบียร์กระป๋องกันเป็นกลุ่มๆ มีการวางทิ้งพอควร แต่พอตอนเช้ากลับพบแต่ความสะอาด
ทำไมคนในประเทศนี้ทำได้...เขามีสองแขน สองขา สองตา หนึ่งจมูก ผิวเหลือง ผมดำ เคยทุกข์เคยยาก ทำเกษตรแล้วมาเป็นอุตสาหกรรมเหมือนประเทศเราใช่หรือไม่ คำตอบคือ ใช่ แล้วทำไมเขาทำได้ ขณะที่เราไปได้แค่พยายาม หรือเราทำได้เพียง “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็ยังอยู่ที่นั่น” เรื่องที่ผมกล่าวมานี้มันเป็นเรื่องง่ายที่จะทำ แต่มันยากที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง เพราะมันต้องทำกันทุกบ้าน ทุกคน ทุกวัย ทุกอาชีพ ทำจนเป็นวัฒนธรรม ทำจนเป็นนิสัย ทำจนอยู่ในสายเลือด จนถึงดีเอ็นเอ
เมื่อเราหันกลับมามองสังคมไทยที่อยากได้แบบเขา แต่เราไม่ยอมทำแบบเขา ไม่ยอมคิดจะทำแบบเขา ไม่ยอมแม้แต่จะเป็นคนทำคนแรกแบบเขา ไม่ยอมแม้แต่จะสร้างระบบมารองรับให้ทำแบบเขา ไม่ใช่เราไม่เคยคิด ไม่เคยทำ โครงการตาวิเศษเห็นนะ ก็เคยโด่งดังมาพักหนึ่ง อีกตัวอย่างหนึ่งคือสมัยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ถนนหนทางในกรุงเทพฯ ก็ดูเหมือนจะสะอาดสะอ้านขึ้นมาพักใหญ่ เพราะความ “ใส่ใจและเอาจริง”
เมื่อผมหรือท่านผู้อ่านได้อ่านข่าวที่ท่านนายกรัฐมนตรีระบุไว้ความว่า "ขณะที่บนถนนต้องประชาสัมพันธ์ ให้คนไม่ทิ้งขยะ เราต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ เรากำลังมีคนเข้ามาเที่ยว 30 ล้านคน เพื่อการท่องเที่ยวด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเห็นถุงอยู่ 2-3 ถุง และเฝ้าดูว่าจะมีใครเก็บหรือไม่ ปรากฏว่ามีแต่คนเดินผ่าน ส่วนฝรั่งก็ถ่ายรูป คนไทยภูมิใจที่สร้างขยะได้ ส่วนฝรั่งภูมิใจที่ถ่ายรูปขยะได้ ต่างคนต่างภูมิใจ คนไทยต้องคิดใหม่ อย่าคิดแต่ว่าในรถและบ้านตัวเองต้องสะอาด แต่ข้างนอกช่างมัน”
เพราะมันคือ หัวใจของการคิดถึงสังคม ไม่คิดเห็นแก่ตัว ถ้ายังก้าวข้ามเรื่องง่ายๆ แต่ทำยากมากๆ นี้ไม่ได้
1.การสร้างสรรค์ การคิดสร้างสรรค์แบบร่วมกันคิดร่วมกันทำเพื่อประเทศไทย 4.0 จะมาได้อย่างไร
2.การเสียสละไม่คิดว่าเป็นภาระ แต่เริ่มทำจากตนเอง โดยไม่มีข้ออ้างว่าคนอื่นต้องทำก่อน ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า คิดได้ก่อนแล้วลงมือทำให้เห็นผล ทำแบบนี้ประเทศไทย 4.0 มันจะมาได้จริงหรือไม่
3.นิสัย No Action Talk Only ต้องเลิก ถ้าไม่เลิก ไทยจะไป 4.0 ได้อย่างไร
4.การขนขวายหาความรู้ ความเข้าใจในเทคโนโลยี เท่าทันกับสิ่งนั้น รู้ทั้งข้อดีข้อเสีย มองทะลุว่าจะเอามาต่อยอดได้อย่างไร ประเทศไทย 4.0 จะมาได้จริงหรือไม่
ก้าวให้พ้นจากปัญหาเรื่องง่าย ทำยาก เช่น การจัดการขยะ ดังคำที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ไว้ ทำแบบนี้ไทยแลนด์ 4.0 มันจะมาได้จริงหรือไม่



