เคล็ดลับสุขภาพดีจากเกาหลี
หากพูดถึงสมุนไพรที่มีมาแต่โบราณในประเทศเกาหลีนั้น แน่นอนว่า “เห็ดหลินจือ” ต้องอยู่ในอันดับต้นๆ
สุขภาพดีในยุค พ.ศ.นี้ ใครว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะร่างกายเราแม้จะเป็นสิ่งที่อยู่กับมนุษย์มาตั้งแต่เกิด แต่ก็ต้องห้ามปล่อยปะละเลย ยิ่งหากพูดถึงสมุนไพรที่มีมาแต่โบราณในประเทศเกาหลีนั้น แน่นอนว่า “เห็ดหลินจือ” ต้องอยู่ในอันดับต้นๆ ที่คนเกาหลีใช้มาอย่างยาวนาน การแพร่กระจายของวัฒนธรรมเกาหลีได้เข้าไปสู่ประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ที่คนไทยใจรักสุขภาพให้ความสำคัญไม่แพ้กัน
ชูพงษ์ เลาหะพรสวรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนเจอร์ ไบโอเทค จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการนำผลิตภัณฑ์ หลินจือมิน เข้ามา เพราะได้ค้นพบศาสตร์โบราณของประเทศเกาหลีที่มีมาอย่างยาวนาน นั่นคือ เห็ดหลินจือ หรือรู้จักกันในวงกว้างว่า ราชันแห่งสมุนไพร (King of Herbs) ที่เรียกได้ว่าอยู่คู่กับคนเกาหลีมายาวนานกว่า 2 พันปี โดยเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพร และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ นอกจากนั้น เห็ดหลินจือยังนับเป็นเทพเจ้าแห่งชีวิต (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง จนคนทั่วโลกต่างยกย่องเห็ดหลินจือว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพร นอกจากจะมีสรรพคุณที่เป็นเลิศแล้วยังปลอดภัยและรับประทานได้ในระยะยาว ไม่เป็นพิษต่อร่างกายอีกด้วย
นพ.ดำรงค์-ชูพงษ์ เลาหะสวรรค์
ด้าน นพ.ดำรงค์ เลาหะพรสวรรค์ กล่าวว่า จากจุดนั้นจึงเริ่มต้นศึกษาอย่างจริงจัง และพบว่าสรรพคุณของเห็ดหลินจือ มีมากมายหลายประการ เราจึงสนใจในผลิตภัณฑ์หลินจือมิน ที่เป็นต้นตำรับแท้จากประเทศเกาหลี โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญนั่นคือ เห็ดหลินจือ เป็นสารสกัดหลินจือแดงเข้มข้นที่มีคุณภาพสูง, วิตามินและแร่ธาตุ อาทิ เบต้า-แคโรทีน ส่งเสริมการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของกระดูก, ดีแอล-อัลฟาโทโคฟีรอล ลดการเกาะตัวกันของเกล็ด เป็นต้น แต่ที่มีความน่าสนใจ นั่นคือ การสกัดอยู่ในรูปของซอฟแคปซูลเจลซึ่งดูดซึมได้ 80–100 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลา 5–15 นาที ในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งดีกว่าแบบผง ที่ดูดซึมได้ 10–50 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลา 2-4 ชั่วโมงในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้ได้รับสารสำคัญอย่างครบถ้วน
นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล
นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมเสวนาวิชาการด้านสุขภาพหัวข้อ “การดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แพทย์แผนตะวันออก ผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน” โดย นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล ที่มาให้ความรู้เรื่องการดูแลร่างกายว่า ปัจจุบันแพทย์แผนจีนเน้น 2 เรื่องของการมีสุขภาพดี ได้แก่ 1) สุขภาพจากภายในร่ายกายของเราเอง หรือภูมิคุ้มกัน และ 2) สิ่งก่อโรคที่ทำให้ร่างกายไม่ปกติ หรือปัจจัยภายนอก เช่น อากาศที่ชื้น ฯลฯ ดังนั้น การดูแลสุขภาพของคนเราต้องสมดุลใน 2 ส่วนนี้ต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี รวมถึงอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี แต่การจะมีภูมิคุ้มกันที่ดีได้นั้น แพทย์แผนจีนมีความเชื่อว่าต้องอาศัยเรื่องของการขับพิษ ที่หากขับออกมามากไป ก็จะสูญเสียพลังงานได้ ควบคู่ไปกับการบำรุง แต่ก็จำเป็นต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะหากบำรุงมากไปก็อาจก่อให้เกิดโรคได้เช่นกัน ส่วนสมุนไพรจีนที่เน้นการขับพิษและบำรุง จะแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ ได้แก่ โสม และถังเช่า จะเป็นสมุนไพรที่ให้ฤทธิ์ทางร้อน ส่วนเห็ดหลินจือจะอยู่ในกลุ่มฤทธิ์กลางที่สามารถใช้บำรุงได้สม่ำเสมอ และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มกึ่งขับพิษและบำรุง อย่างไรก็ตามการรับประทานเพื่อการบำรุงร่างกายหรือการขับพิษตามแพทย์แบบจีน ต้องมีสมดุลที่ดี เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพดีในระยะยาว



