
ตามรอยพระราชปณิธาน “สมเด็จย่า"
ชาวไทยภูเขาต่างเรียกขานพระองค์ที่เสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์ว่า “แม่ฟ้าหลวง” พระสมัญญาอันหมายถึง “แม่ผู้ยิ่งใหญ่จากฟากฟ้า”
การเดินทางอันยาวไกลต้องอาศัยความอดทน เช่นเดียวกับพันธกิจการ “ปลูกคน” ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ค่อยๆ เติบโต งอกงาม อย่างมั่นคงแข็งแรง โดยเส้นทางนี้เริ่มต้นจาก “โครงการผู้นำเยาวชนชาวเขา” เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ณ ไร่แม่ฟ้าหลวง (อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวงในปัจจุบัน) จ.เชียงราย ที่ไม่เพียงให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กชาวเขาจากถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือเท่านั้น หากยังปลูกรักหลากเรื่องราวลงในใจเยาวชนเหล่านั้นด้วย ทั้งความรักในการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่ทันโลก รวมถึงความรักในวัฒนธรรมและถิ่นกำเนิดเพื่อไม่หลงลืมคุณค่าแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน
ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ
ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า นับแต่ปี 2507 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดาร รวมถึงดอยสูงทางภาคเหนือที่เสมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสม่ำเสมอ ชาวไทยภูเขาต่างเรียกขานพระองค์ที่เสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์ว่า “แม่ฟ้าหลวง” พระสมัญญาอันหมายถึง “แม่ผู้ยิ่งใหญ่จากฟากฟ้า” ซึ่ง ดอยตุง ในจังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2531 เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลจัดสรรยังเข้าไปไม่ถึง อาณาเขตกว่า 90,000 ไร่มีสภาพเป็นเขาหัวโล้นใจกลางสามเหลี่ยมทองคำ เต็มไปด้วยการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำไร่หมุนเวียนและปลูกฝิ่น หรือแม้แต่ปัญหาการค้าประเวณีที่นำมาซึ่งโรค HIV/AIDS เป็นปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะแก้ไขได้สำเร็จ แต่ด้วยพระราชปณิธานอันมุ่งมั่นของสมเด็จย่าและพระวิสัยทัศน์ที่ทรงเล็งเห็นว่า ความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก รวมถึงการหาเลี้ยงชีพในทางที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ล้วนมีสาเหตุจากความยากจนและขาดโอกาสทั้งสิ้น พื้นที่อันโล้นแล้งและผู้คนที่แร้นแค้นหมดหวังจึงกลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์และอนาคตที่สดใสอีกครั้ง ดอยตุงทุกวันนี้กลับมาเขียวชอุ่ม ทุ่งฝิ่นกลายเป็นป่าต้นน้ำผืนใหญ่ ผู้คนกว่า 11,000 คน มีอาชีพสุจริตและรายได้ที่มั่นคง ซึ่งความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริงจากหลักการพัฒนาที่มีคน เป็นศูนย์กลางจากการดำเนินงานของ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามพระราชปณิธานไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี แต่ที่เขาไม่ดี เพราะขาดโอกาสและทางเลือก” และ “ปลูกป่า ปลูกคน”
ชาวเขามีอาชีพ
เพชรัช วิบูลศรีกุล หรือ อาฉาย ชาวจีน-อาข่า เป็นหนึ่งในตัวอย่าง การปลูกคน ซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่ดอยตุงที่ตัดสินใจกลับมาทำงานที่บ้านเกิดและพัฒนาชุมชนของตนเอง หลังจากเคยทำงานที่โรงงานเซรามิกของดอยตุง และไปทำงานที่ไต้หวันนานถึง 6 ปี เมื่อกลับมายังหมู่บ้านสวนป่าอีกครั้ง เขามองหาการปักหลักในบ้านเกิดอย่างมั่นคง จึงเริ่มศึกษางานด้านการเกษตร จนมีไร่เสาวรสเป็นของตัวเอง เมื่อพัฒนาตัวเองสำเร็จ เขาหันมาพัฒนาหมู่บ้านผ่านการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์ ถ่ายทอดภูมิปัญญาของพี่น้องอาข่าให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส โดยหวังว่าหมู่บ้านสวนป่าแห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของคนที่อยู่กับป่าได้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ตามพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จย่าอย่างแท้จริง
ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล
หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า ทุกวันนี้ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้รับการยอมรับให้เป็นธุรกิจเพื่อสังคมอันดับต้นๆ ของประเทศที่ผสมผสานแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนกับการพัฒนาศักยภาพของชุมชนด้านการผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการตลาด โดยหวังว่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งให้คนอื่นนำไปปรับใช้ได้ต่อไป ตอนนี้เราวางแผนที่จะเป็นฐานช่วยต่อยอดธุรกิจเพื่อสังคมอื่นๆ ให้ยืนขึ้นได้ ดังที่สมเด็จย่าเคยมีพระราชดำรัสไว้ว่า “เมื่อพอใช้แล้ว ก็ช่วยคนอื่นตามความสามารถ” เพื่อการพัฒนาในวงกว้างต่อไป



