
สบน.ปรับแผนใช้เงินไทยเข้มแข็งอัดฉีดก้อนแรกก.ย.นี้3หมื่นล.-ปี53กู้อีก7แสนล.
สบน.ปรับแผนการใช้เงินเอสพี 2 ใหม่เตรียมชงครม. 18 ส.ค.นี้หลังสรุปโครงการและวงเงินที่ต้องใช้ปีแรก คาดก้อนแรกเข้าระบบก่อน 3 หมื่นล้านบาทเดือนก.ย.นี้ ในโครงการทหาร บำรุงถนน เพิ่มทุนแบงก์รัฐ พร้อมเตรียมกู้อีกเงิน 7 แสนล้านในปีงบ 53
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า วันที่ 13 สิงหาคมนี้ สบน.ร่วมกับสำนักงบประมาณ จะประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (เอสพี2) เพื่อติดตามดูราคากลางของโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 55 วงเงินรวม 1.06 ล้านล้านบาททั้งหมดว่าแต่ละโครงการต้องใช้เงินจำนวนเท่าใดเพื่อปรับแผนใหม่อีกครั้งไม่ให้มีความซ้ำซ้อนกัน และวันที่ 14 สิงหาคม จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการเอสพี 2 ก่อนจะนำเสนอนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณา และนำเสนอต่อที่ประชุมครม.วันที่ 18 สิงหาคมนี้ เพื่ออนุมัติวงเงินครั้งสุดท้าย ก่อนที่เงินก้อนแรกจะเริ่มเบิกจ่ายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในเดือนกันยายนนี้ คาดว่าก้อนแรกจะอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการของกรมทางหลวงในการซ่อมบำรุงถนนทั่วประเทศ โครงการของทหาร และโครงการเพิ่มทุนให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐและภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2553 หรือเดือนตุลาคม-ธันวาคมนี้ ซึ่งเบื้องต้นมีโครงการที่มีความพร้อมใช้เงินปีแรกแล้ว 2 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ สบน.จะปรับแผนการใช้เงินเอสพี 2 ใหม่เนื่องจากขณะนี้มีเงินคงคลังมากขึ้น ทำให้การกู้เงินตามพ.ร.ก. 4 แสนล้านบาทเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 2 แสนล้านบาทนั้นไม่มีความจำเป็นแล้วหลังจากที่ออกพันธบัตรออมทรัพย์ไปเพียง 5 หมื่นล้านบาท โดยตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไปสบน.จะเริ่มระดมทุนเงินเข้ามารองรับโครงการไทยเข้มแข็งและเมื่อเข้าปีงบประมาณ 2553 จะระดมทุน 7 แสนล้านบาท โดยเป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลไตรมาสละ 1 แสนล้านบาท รวม 4 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือจะกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์(เทอมโลน) และออกพันธบัตรออมทรัพย์ (เซฟวิ่งบอนด์) ซึ่งจะออกบอนด์อายุ 5 ปี 10 ปี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยล่าสุด สบน.ได้ตั้งคณะกรรมการกู้เงินเพื่อโครงการไทยเข้มแข็ง เพื่อพิจารณาแนวทางการแปลงเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์เป็นพันธบัตรระยะยาว เนื่องจากขณะนี้แบงก์สภาพคล่องสูงมาก อีกทั้งดอกเบี้ยยังต่ำอยู่ จึงถือว่าเป็นจังหวะดีที่จะแปลงเป็นหนี้ระยะ 15 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี เพื่อขายให้บริษัทประกันชีวิตต่อไป โดยส่วนนี้อาจนำมาเพิ่มทุนแบงก์รัฐ
นอกจากนั้นในการจัดทำงบประมาณปี 2553 นี้ สบน.จะต้องขอตั้งงบเพื่อชำระดอกเบี้ยในส่วนของเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ประมาณ 1 หมื่นล้านบาทจากที่ได้ตั้งงบเพื่อชำระหนี้ไว้แล้ว 1.98 แสนล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่ได้จัดตั้งงบประมาณในส่วนนี้เอาไว้ อย่างไรก็ตาม สบน.ยอมรับว่า จากนี้ไปการระดมทุนอาจมีความยากลำบากมากขึ้น



