ข่าว

เปลือกไข่วิจิตรภูษิต” งานศิลป์นำโชค

เปลือกไข่วิจิตรภูษิต” งานศิลป์นำโชค

06 ก.ย. 2559

“เปลือกไข่วิจิตรภูษิต” งานศิลป์นำโชค สินค้าโอท็อปจากท้องถิ่นสู่ท้องฟ้า

                 ในที่สุดผลิตภัณฑ์ “เปลือกไข่วิจิตรภูษิต” ซึ่งเป็นสินค้าในโครงการหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หรือโอท็อป ประดับไฮเอนด์ ที่มีสีสันสวยงาม ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์จากฝีมือของกลุ่ม "เปลือกไข่วิจิตรภูษิต ที่มี "ภูษิต กาญจนศิริปาน" จาก ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นแกนนำ เปิดตัวผลิตภัณฑ์โอท็อปประชารัฐเพื่อจำหน่ายบนเครื่องบินไทย ภายใต้แนวคิดจากท้องถิ่นบินสู่ท้องฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปเป็นประธานพิธีเปิดตัวผลิตภัณฑ์เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสุธี มากบุญ รัฒนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และคณะผู้บริหารบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมพิธีอย่างคึกคัก

                       ระหว่างเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันในการพัฒนาสินค้าโอท็อปในทุกด้านและพร้อมส่งเสริมสนับสนุนการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี ความรู้วิชาการและบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา มาช่วยในกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ถือเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในโครงการนี้โดยเฉพาะด้านการคัดสรร ต่อยอดการพัฒนาสินค้าโอท็อป เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานให้สูงขึ้นเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักทั่วโลกอีกด้วย

                         ภูษิต เล่าที่มาของ “เปลือกไข่วิจิตรภูษิต” ว่าเกิดจากเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในปี 2540 ซึ่งตอนนนั้นเขาและภรรยา “ณภัสภรณ์ ตั้งจิตโชติวุฒิกุล” ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ภรรยาเครียดหนักเพราะไม่มีเงินเหลือแล้ว และยังต้องแบกภาระหนี้สินอีกหลายล้านบาท ถึงขนาดต้องไปสงบใจที่วัด ระหว่างนั้นภรรยาแอบไปนั่งเจาะไข่ไก่เพื่อฆ่าเวลาเล่นๆ พอเจาะมากๆ เข้าก็คิดว่ามันน่าจะเอาไปทำประโยชน์อะไรได้ จึงกลายเป็นจุดประกายความคิดของเปลือกไข่วิจิตรขึ้นมา กระทั่งกลับบ้านภรรยาพยายามนั่งเพ้นท์เปลือกไข่อยู่นานแต่ด้วยความที่ไม่มีพื้นฐานด้านศิลปะทำให้ผลงานที่ออกมายังไม่ดีนัก

                       “ผมเห็นถึงความพยายามและตั้งใจของภรรยาถึงลงมือช่วย เพราะผมมีความรู้ด้านศิลปะพอสมควร ประกอบกับความชอบในงานช่างอยู่ด้วย เริ่มจากเปลือกไข่ธรรมดามาเป็นงานเปลือกไข่วิจิตรที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา และมีการพัฒนาต่อยอดความวิจิตรขึ้นมาเป็นลำดับ พอดีเคยเห็นไข่ฟาแบร์เช ของรัสเซีย ซึ่งเป็นงานตกแต่งอัญมณีรูปไข่ที่เป็นของขวัญสำหรับเทศกาลอีสเตอร์แต่ไข่ฟาแบร์เชเป็นไข่ทำจากโลหะมีค่าหรือหินแข็ง ตกแต่งด้วยอัญมณีและการลงยา แต่ของผมเปลือกไข่วิจิตรภูษิตที่มาจากเปลือกไข่ เน้นในความเป็นมงคล คือ อย่างไข่เป็ดไข่ไก่ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ไข่นกกระจอกเทศแสดงถึงความดีงาม ไข่นกกระทาหมายถึงความโชคดีประกอบกับการสร้างรูปทรงที่เป็นมงคลอย่าง ช้าง ปลาทอง เป็นต้น ทำให้เป็นที่สนใจของลูกค้า” ภูษิต กล่าว

                      กระทั่งวันหนึ่ง ภูษิตมีโอกาสไปแสดงผลงานที่ประเทศอิตาลี สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ทำให้ลูกค้าต่างชาติสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะรับจ้างผลิต โดยลูกค้าไปแบรนด์ของตัวเอง ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยจะส่งขายตามร้านเครื่องประดับ ร้านจิวเวลรี่ ที่ขายให้นักท่องเที่ยว มีราคาตั้งแต่ชิ้นละหลักพันถึงหลักแสนบาท แต่ละปีจะมียอดสั่งตกปีราว 4 ล้านบาท ล่าสุดส่งให้บริษัทคิงเพาเวอร์ เพื่อนำจำหน่ายบนเครื่องบินภายใต้แบรนด์ “สิปป์” ส่งลอตแรกจำนวน 200 ชุด และจะส่งลอตที่สองในเร็วๆ นี้ ส่วนหน้าร้านมีโชว์รูมอยู่ที่ห้างสรรพสินเมกาบางนา (โซนไทยบาซาร์)

                      กระนั้นกว่าจะถึงวันนี้ “เปลือกไข่วิจิตรภูษิต” ภูษิต บอกว่า ต้องเผชิญมรสุมต่างๆ มากมาย แม้กระทั่งแทบไม่มีเงินทุนเลยจนกระทั่งนำผลิตภัณฑ์มาเข้าโครงการโอท็อป เพื่อต้องการเงินกู้แค่ 5 หมื่นบาท จนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ในวันนี้