ข่าว

กกร.คงเป้าเศรษฐกิจปีนี้โต 3-3.5%

กกร.คงเป้าเศรษฐกิจปีนี้โต 3-3.5%

06 ก.ย. 2559

กกร.ยังไม่ปรับเป้าเศรษฐกิจ ยืนกรอบ 3-3.5% ส่วนส่งออกมีโอกาสติดลบ 2% ถึง 0% เอกชนห่วงบาทแข็งซ้ำเติม ด้านสมาคมแบงก์อัดสินเชื่อหนุนธุรกิจโรงแรมเพิ่มศักยภาพแข่งขัน

               นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุมกกร. ยังคงกรอบประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปีนี้ที่ 3.0-3.5% แม้ในไตรมาสแรกจีดีพีจะขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจขยายตัวสูงกว่าประมาณการ โดยเฉพาะกรอบล่าง โดยจะมีการพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป ขณะที่การส่งออกปีนี้น่าจะขยายตัวติดลบ 2.0% ถึง 0% 

               สำหรับจีดีพีไตรมาส 2 ปี 2559 ของไทยที่ขยายตัว 3.5% สูงกว่าคาดการณ์นั้น เป็นผลจากปัจจัยเฉพาะคือ การบริโภคของครัวเรือน ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจรวมในเดือนกรกฎาคม 2559 การฟื้นตัวเริ่มช้าลง โดยการใช้จ่ายของภาครัฐชะลอลง การบริโภคของครัวเรือนขยายตัวชะลอลง เพราะเร่งซื้อสินค้าคงทนไปในช่วงก่อนหน้า สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ที่กลับมาติดลบ ส่วนการลงทุนค่อนข้างทรงตัว นอกจากนี้ การส่งออกหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เป็นการหดตัวในเกือบทุกตลาดหลัก ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ต่างจากการส่งออกของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค อันสะท้อนถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

               ทั้งนี้ กกร.มีความเป็นห่วงประเด็นความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แม้ว่าจะยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ส่งออก ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมและมีการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินและราคาสินทรัพย์ต่างๆ

               “การดูแลค่าเงินเป็นดุลพินิจของธาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่ง ธปท.ดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว แม้เงินบาทแข็งค่าแต่ก็มีทั้งได้เปรียบและเสียเปรียบ ซึ่งหลายสำนักคาดการณ์ว่าในช่วงปลายปีนี้ เงินบาทจะอ่อนค่าลงอีก  เป็นผลจากการไหลออกของเงินทุน” นายปรีดีกล่าว

               นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมให้เข้าถึงสินเชื่อเพื่อการปรับปรุง พัฒนา และยกระดับคุณภาพสถานที่ประกอบการ  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโรงแรมของไทยให้สูงขึ้น ดังนั้น สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกได้ร่วมกันพิจารณาโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยกำหนดเงื่อนไขการให้กู้ในแนวทางเดียวกันให้เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการโรงแรม ให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 80% ของวงเงินลงทุน และเป็นสินเชื่อระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี มีระยะเวลาการเบิก 1 ปีหลังจากได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว โดยแต่ละธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้ตามดุลพินิจ

               “กกร.มองว่าการท่องเที่ยวยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ และใกล้ถึงฤดูกาลท่องเที่ยว จึงเห็นว่าหากมีการปรับปรุงโรงแรมให้ดีขึ้นจะมีส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาช่วงปลายปีนี้” นายปรีดี กล่าว

               ด้านนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในเดือนตุลาคมนี้ กกร.จะมีการพิจารณาปรับประมาณการจีดีพีในส่วนของกรอบล่างเพิ่มขึ้น ซึ่งยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะอยู่ที่ระดับใด ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดย ส.อ.ท.อยากให้ภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ รวมถึงเร่งรัดโครงการการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของระบบรางและการบริหารจัดการน้ำ ส่วนค่าเงินบาทนั้น เอกชนมองว่าระดับที่เหมาะสมและแข่งขันได้จะอยู่ที่ประมาณ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทยังแข็งน้อยกว่าคู่แข่ง