
ธุรกิจตามประเพณี
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
สังคมไทยแต่ไหนแต่ไรมา มีประเพณีปฏิบัติมากมายตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นประเพณีปฏิบัติที่บรรพบุรุษต้องการให้รู้สึกถึงความมีมนต์ขลัง ต้องการให้เกิดความประทับใจและรับรู้ถึงการเกิดขึ้นของการกระทำนั้นๆ เช่น การบวช, การแต่งงาน ที่ต้องมีการกระทำตามประเพณีหลากหลายขั้นตอน ทั้งหลายเหล่านั้นเองที่คนสมัยใหม่เห็นว่าเป็นเรื่องความฟุ่มเฟือย หรือเป็นการกระทำในทำนอง “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ในขณะที่ฝ่ายผู้ที่ยังคิดจะทำตามประเพณีเองก็เห็นว่ายุ่งยากมากเรื่อง เสียเวลาและทำให้เหนื่อยยากไปเปล่าๆ จึงเกิดการกระทำขึ้นมาเป็นสองแนวทางในทุกวันนี้
แนวทางแรกคือตัดขั้นตอนการปฏิบัติตามประเพณีทั้งหมดลงไป เช่นเมื่อจะบวชก็ไปหาพระที่วัดแล้วก็จัดการปลงผมบวชเป็นพระเสร็จภายในวันเดียว ในขณะที่อีกแนวทางหนึ่งนั้นแม้จะยังอยากคงตามประเพณีเอาไว้ แต่ก็หันไปหาคนที่คิดว่ามีความรู้เข้ามารับจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้ลุล่วงลงไป โดยยอมจ่ายเงินเป็นค่าว่าจ้างในการจัดการงาน หรือที่เรียกกันว่าจ้างจัดอีเวนท์นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันนี้มีเกิดขึ้นมากมาย
แต่การว่าจ้างให้มีผู้รับจัดการงานประเพณีต่างๆ นั้น สิ่งที่ต้องพึงระวังคือคนที่มารับจ้างจัดซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มคนสาว ขาดความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมและประเพณีที่ถูกต้อง การจัดงานจึงมักจะอยู่ในลักษณะของ “หัวมังกุ ท้ายมังกร” เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ โดยที่ฝ่ายผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายเจ้าภาพเองก็คิดเพียงแค่ว่า “ทำให้มันครบถ้วนและเสร็จๆ ไป” เท่านั้นเองด้วย
ตัวอย่างเช่นงานแต่งงานในปัจจุบันนี้ ผู้จัดงานมักจะต้องมีธีมงานหรือแนวคิดว่าจะให้ออกไปในทิศทางใด เช่น ธีมแนวท้องทะเล, หาดทราย เพราะเจ้าบ่าวและเจ้าสาวชอบทะเล ในขณะเดียวกันชุดที่จะสวมไปงานของเพื่อนๆ ก็ต้องมีธีมว่าจะเป็นชุดแบบใดหรือสีใดต้องนัดกันแต่งให้เหมือนๆ กัน ในส่วนของรายละเอียดผู้รับจ้างจัดงานก็จะเป็นคนกำหนดเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ ตามแต่จะตกลงกันเอาไว้
ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งงานของคนหนุ่มคนสาวสมัยใหม่มากมาย ได้พบเห็นการจัดงานของผู้จัดอีเวนท์ที่ดูว่าน่าจะเอาแบบอย่างหรือคัดลอกมาจากอินเทอร์เน็ตจนทำให้ดูแปลกๆ ไป เช่น เมื่อเริ่มต้นจะยกขันหมากไปสู่ขอกันก็มีต้นกล้วยต้นอ้อยมีขนมนมเนยของหวานที่เป็นมงคลตามประเพณีที่มีมาแต่โบราณ ครั้นพอเสร็จสิ้นพิธีกรรมตรงนั้นไปแล้ว ต้นกล้วยต้นอ้อยก็ถูกวางกองทิ้งเอาไว้ที่หลังฉากพิธี ปล่อยจนเหี่ยวเฉาไปหรือถูกนำเอาไปทิ้งไว้ที่กองขยะรอรถเก็บขยะมาขนไปทิ้งต่อไป
ทั้งที่ในพิธีกรรมการปฏิบัติมาแต่โบราณนั้น การเอาต้นกล้วยต้นอ้อยมาประกอบพิธีการแต่งงานมีนัยหรือมีความหมายว่า ให้คู่บ่าวสาวครองรักกันหวานชื่นประดุจความหวานของน้ำอ้อย และให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองสืบเผ่าพันธุ์ต่อไป คล้ายกับต้นกล้วยที่ออกลูกคราวละมากมายหลายหวีห้อยเรียงกันเป็นเครือนั่นเอง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมแล้วจึงต้องเอาต้นกล้วยและต้นอ้อยไปปลูกยังเรือนหอหรือบ้านซึ่งเป็นที่อยู่ของคู่บ่าวสาวต่อไป
แน่นอนว่าวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ย่อมไม่สะดวกกับการปฏิบัติตามประเพณีดั้งเดิม แต่การจะทำการใดๆ ก็ดีก็ควรที่จะรับรู้ถึงต้นสายปลายเหตุหรือความหมายของประเพณีนั้นๆให้ถ่องแท้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการทำให้ประเพณีหลายต่อหลายอย่างต้องลบเลือนไปอย่างน่าเสียดาย
--------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจตามประเพณี : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



