
พริกปลอดภัย!
โดย - รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ
เมืองไทยใช้พริกในแต่ละวันจำนวนมาก จนกระทั่งไม่พอใช้ในประเทศ ถึงขั้นที่ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านบางส่วน โดยเฉพาะเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีการใช้พริกเป็นส่วนประกอบ แต่ก็มีบางส่วนเหมือนกันที่เราส่งพริกออกไปขายต่างประเทศ
โดยพริกที่ส่งออกไปได้นั้น จะต้องได้รับการรับรองความปลอดภัยและได้มาตรฐานเกษตรดีที่เหมาะสมหรือ จีเอพี (GAP) อันนี้ไม่ได้หมายความว่าพริกสดที่จะวางขายในประเทศไม่จำเป็นต้องได้มาตรฐาน ความจริงแล้วมาตรฐานเกษตรดีที่เหมาะสมควรต้องใช้กับผลิตผลที่ผลิตเพื่อบริโภคในประเทศด้วย
เป็นที่รู้กันอยู่ว่าการปลูกพริกมีการใช้สารเคมีต่างๆ มากมาย ถึงแม้จะนำพริกสดมาแปรรูปเป็นพริกแห้งหรือรูปอื่นๆ แล้วก็ตามแต่ว่าสารพิษก็ยังคงอยู่ ดังนั้นวิธีการจัดการตั้งแต่ต้นทางคือการผลิตพริกที่ปลอดภัยจากสารเคมีตั้งแต่ต้น น่าจะเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด
เกษตรกรที่ปลูกพริกส่วนใหญ่มักไม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนการผลิตมากนัก และมีการใช้สารเคมีต่างๆ มากมายตามคำแนะนำของร้านค้าหรือเชื่อคำโฆษณา หรือไม่ก็ทำตามเพื่อนบ้าน สิ่งที่ขาดไปก็คือความรู้ในการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสังเกตและเรียนรู้การระบาดของโรคและแมลง ทำให้การควบคุมโรคแมลงเหล่านี้ใช้วิธีที่คิดว่าสะดวกที่สุดคือการใช้สารเคมี
การลดการใช้สารเคมีก็จะสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดคือการปลูกพริกในพื้นที่น้อยๆ ที่สามารถดูแลได้ทั่วถึง เป็นการทำเกษตรแบบประณีต ซึ่งในที่สุดจะได้ผลตอบแทนสูงมาก แต่ว่าในทางกลับกัน ถ้ามีการปลูกในพื้นที่แปลงใหญ่ที่ดูแลไม่ทั่วถึง จะทำให้การกำจัดโรคและแมลงเป็นไปได้ยาก กลายเป็นว่ายิ่งปลูกมาก ยิ่งเป็นหนี้
มีโครงการวิจัยเร่ืองการพัฒนาการปลูกพริกปลอดภัยที่จังหวัดชัยภูมิ โดยมีอาจารย์วีระ ภาคอุทัย จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นหัวหน้าโครงการ ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการผลิตพริกที่ปลอดภัยจนได้รับการรับรองมาตรฐานดีที่เหมาะสมสามารถทำได้โดยเกษตรกรรายย่อยทั่วไป เพียงแต่ว่าต้องใช้ความรู้และความประณีตในการทำ โดยแต่ละคนสามารถปลูกและดูแลพริกได้ในพื้นที่แปลงขนาดเล็ก ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ด้วยตนเอง และไม่ต้องพึงพาแรงงานจากภายนอก ทำให้ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ และได้เขียนเป็นคู่มือคำแนะนำการปลูกพริกที่ปลอดภัยขึ้นมา
ปัญหาของการปลูกพริกส่วนใหญ่อยู่ที่ต้นทุนสารเคมีที่ใช้ค่อนข้างสูงมาก เพราะว่ามีปัญหาเรื่องโรคและแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคกุ้งแห้งหรือแอนแทรกโนสและหนอนเจาะผลพริก ซึี่งสามารถเกิดได้ตลอดช่วงการปลูก หากเกษตรกรรายใดแก้ปัญหานี้ไม่ได้ก็ต้องเลิกปลูกกันไป
จริงๆ แล้วการจัดการโรคและแมลงศัตรูพริกที่สำคัญในปัจจุบัน มีทางเลือกอื่นที่ไม่ใช้สารเคมี เพียงแต่ว่าความรู้ดังกล่าวยังไม่แพร่หลาย และยังไม่ได้รับความนิยม หรือแม้กระทั่งเรื่องการใช้สารเคมี ซึ่งบางครั้งอาจจำเป็นในบางช่วง แต่หากเราทราบหรือเข้าใจธรรมชาติของโรคและแมลงแต่ละชนิดแล้ว ก็จะทำให้การใช้สารเคมีเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ทั้งต่อผู้ใช้และผู้บริโภค
จึงได้เกิดการรวบรวมเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตพริกที่ปลอดภัยขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ให้เกษตรกรผู้ปลูกพริกได้ทราบ ซึงเทคโนโลยีดังกล่าวนี้มีทั้งการใช้สารชีวภาพ หรือใช้ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกัน โดยได้รวมอยู่ในคู่มือ
การจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกสดปลอดภัยที่จัดพิมพ์ขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้เผยแพร่ออกไปยังผู้ที่สนใจ ส่วนรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดการพริกอย่างไรให้ปลอดภัยนั้น ไว้ผมจะนำมาสรุปให้ฟังในคราวหน้า



