ข่าว

แกะรอยเกาเหลานครบาล"ธานี-พัชรวาท"

แกะรอยเกาเหลานครบาล"ธานี-พัชรวาท"

13 ส.ค. 2552

ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว ถือเป็นแหล่งบ่อเกิดปัญหาอาชญากรรมค่อนข้างมากกว่าพื้นที่อื่น เมื่อเกิดขึ้นมากจึงทำให้ถูกมองถึงข้อบกพร่องของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งหมายถึงตำรวจซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เองที่ยังไม่สามารถจะเอาชนะปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นไ

เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นบ่อยครั้ง ตำรวจเองไม่สามารถที่จะหาทางแก้ไขปัญหาได้ หรือทำให้ปัญหาอาชญากรรมน้อยลงไป จึงทำให้ตำรวจที่เป็นเจ้าของพื้นที่จะต้องถูกคาดโทษจากผู้บังคับบัญชา

 ปัญหาดังกล่าว เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ฝ่ายป้องกันปราบปราม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ทำหนังสือถึง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ให้พิจารณาข้อบกพร่อง พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ( ผบก.น.4 ) และ พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.ลาดพร้าว

 ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.ธานี ระบุว่าจะต้องรายงานให้ทราบผลภายใน 7 วัน

 สำหรับเหตุผลสำคัญที่กล่าวอ้างในหนังสือระบุว่า ทาง พ.ต.อ.บุญส่งไม่รายงานเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและคดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบให้รับทราบ ภายหลังเกิดเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญในพื้นที่ถึง 2 ครั้งด้วยกัน

 หนังสือกล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่เกิดเหตุคนร้ายฆ่านายอนุรักษ์ แซ่เตี้ย หลังเกิดคดีดังกล่าว พล.ต.ต.วิมล ได้ทำหนังสือว่ากล่าวตักเตือน พ.ต.อ.บุญส่ง ไปแล้วครั้งหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ได้เกิดคดียิง ด.ต.วิวัฒธนา ทวีอร่ามเรือง ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ลาดพร้าว ตามมาอีก ซึ่งถือเป็นความผิดครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่ง พล.ต.ต.วิมล จะต้องพิจารณาโทษตามระดับ ภาคทัณฑ์ หรือกักยาม

 แต่ปรากฏว่า พล.ต.ต.วิมล พิจารณาโทษเพียงแค่ว่ากล่าวตักเตือน ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 ขณะที่ พล.ต.ต.วิมล กล่าวยอมรับผิด โดยอ้างว่า เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ตรวจสอบและชี้แจงให้ทราบว่า พ.ต.อ.บุญส่ง เคยต้องโทษว่ากล่าวตักเตือนไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้าหากเคยทำผิดและถูกว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว หากทำผิดอีกจะต้องถูกลงโทษทางวินัย 

 พล.ต.ต.วิมลระบุว่า การทำหนังสือชี้แจงถือเป็นธรรมดาที่จะต้องรายงานชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ทำรายงานชี้แจงไปตามขั้นตอนแล้ว

 สำหรับในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว ปัจจัยที่ทำให้การพุ่งตัวของปัญหาอาชญากรรมเพิ่มขึ้น เป็นเพราะว่า พื้นที่ของ สน.ดังกล่าว มีประชาชนที่อาศัยอยู่ในรูปของแฟลต คอนโดมิเนียม และอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในย่านคลองจั่น ตัวเลขประชาชนที่เข้ามาพักอาศัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 สิ่งสำคัญที่สุด ปัญหาการโจรกรรมรถยนต์ ตัวเลขสถิติเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉลี่ยหายวันละ 1 คัน

 เมื่อปัญหาอาชญากรรมทุกๆ ด้านเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการถูกตำหนิ ติเตียน หนังสือเตือนจากผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะในที่ประชุมของตำรวจฝ่ายปราบปราม กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีการพูดถึงเรื่องนี้กันแทบจะทุกครั้ง

 หากมองย้อนลึกมุมความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.ธานี กับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้วต้องยอมรับว่า มีความขัดแย้งรุนแรงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะภายหลังเกิดคดียิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในระหว่างการทำคดี ปรากฏว่า พล.ต.อ.ธานี ถึงกับไปฟ้องนายกรัฐมนตรีว่า "ถูกแทรกแซง ข่มขู่สารพัดวิธี"

 ดีกรีความขัดแย้งดังกล่าว เริ่มชัดเจนเมื่อ พล.ต.อ.ธานี ได้เข้ามาดูแลพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเข้ามาดูแลโดยตรงจึงทำให้สามารถหวดก้น พล.ต.ท.วรพงษ์ ผู้ดูแลกองบัญชาการนี้อย่างหนักๆ ด้วยเช่นกันหลายครั้ง ไล่มาตั้งแต่เรื่อง ตู้ม้า อบายมุข ทุกรูปแบบ รวมถึงอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

 ดังนั้น ขณะที่ สน.ลาดพร้าว และสน.โชคชัย ซึ่งมีจุดอ่อนในเรื่องการควบคุมอาชญากรรมอยู่แล้ว จึงทำให้กลายเป็นชนวนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น

 ถ้าหากตรวจดูความแนบแน่นระหว่าง พล.ต.ท.วรพงษ์ กับ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าสนิทแนบแน่นแค่ไหน ชัดเจนที่สุดเมื่อครั้งที่เกิดกระแสปลด พล.ต.ท.วรพงษ์ นั้นจะเห็นท่าทีของ พล.ต.อ.พัชรวาท ชัดเจนว่า ไม่ยอม จึงทำให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ยังยึดเก้าอี้ น.1 ได้อย่างเหนียวแน่น

 และแม้ว่า หลังจากที่พล.ต.อ.ธานีจะเข้ามาดูแลกองบัญชาการตำรวจนครบาลโดยตรงแล้วก็ตาม แต่ความเหนียวแน่น ถึงลูกถึงคน คงต้องยกให้ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.ท.วรพงษ์ กับพล.ต.อ.พัชรวาท ทำให้พล.ต.อ.ธานี เองเกิดอาการเข้าหน้าไม่ติด ตั้งแต่เรื่องอบายมุข ตู้ม้าในพื้นที่ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพล.ต.ท.วรพงษ์กับพล.ต.อ.ธานี เกาเหลามากยิ่งขึ้น

 อีกมุมหนึ่งของความขัดแย้ง อาจจะมาจากการที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ รู้ดีว่า ในเดือนตุลาคมนี้จะต้องได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย ขณะเดียวกันที่พล.ต.อ.ธานีจะเกษียณอายุราชการเช่นกัน ดังนั้นปัญหาอบายมุขบางอย่างในพื้นที่ โดยเฉพาะบ่อนการพนัน จึงอาจจะถูกละเลยกันไปบ้าง

 เมื่อมองถึงพื้นที่ สน.โชคชัยแล้ว ตรงนี้คงจะ "กระแทก" กันไปตรงๆ เพราะบ้านของ พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.อยู่ในพื้นที่ของสน.นี้ จึงเป็นเรื่องที่มีแต่ความขัดแย้งกันไปยกใหญ่

 คงไม่ใช่แต่เรื่องชนวนเหตุขัดแย้งเรื่องล้วงลูกคดียิงนายสนธิเท่านั้น มีอีกหลายเรื่องที่จะจับผิดกันมาเป็นปมโยงไปถึงเรื่องการเมืองของตำรวจจนได้

โต๊ะอาชญากรรม