ข่าว

"ศิริโชค"ปลื้ม..."ผมเป็นผู้นำวอลล์เปเปอร์"

"ศิริโชค"ปลื้ม..."ผมเป็นผู้นำวอลล์เปเปอร์"

13 ส.ค. 2552

หลายคนอาจนึก “ขำขำ” กับภาพของ ศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่มักจะยืนเป็นฉากหลังให้แก่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสมอๆ ตั้งแต่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน จนก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ชื่อชั้นของ ”ศิริโชค” จึงได้รับฉายาว่า “วอลล์เปเปอร์” และกำลังถูกจับตาทุกก้าวย่าง ท่ามกลางกระแสร้อนๆ เรื่องโผโยกย้ายสีกากี จนเป็นเหตุให้เกิดรายการปลดเงียบ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.

บวกกับกระแสข่าวคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี แอบ “ล้วงลูก” จัดโผโยกย้ายครั้งนี้ พร้อมเย็บนามบัตรพ่วงไปด้วย เป็นการประกาศที่มาอย่างชัดเจน

วันนี้ “ศิริโชค” ยอมเปิดใจถึงเส้นทางของ "วอลล์เปเปอร์" ก่อนก้าวเข้าสู่เส้นทางนักล้วง (ลูก) ตามข้อกล่าวหาของคนในแวดวงสีกากี 

ภาพที่ปรากฏต่อสื่อ ส่วนใหญ่เป็นภาพที่ตามประกบติดนายกฯ ตลอดเวลา ?

ผมก็เข้าใจนะ เพราะบางคนอาจจะไม่รู้ว่าเราทำอะไร พอดูทีวีก็เห็นเรายืนอยู่ข้างหลังนายกฯ ก็อาจจะเข้าใจผิดว่าวันๆ ไม่เห็นทำอะไร มาเดินตามหลังนายกฯ อย่างเดียว ซึ่งความจริงไม่ใช่ คือผมทำงานในลักษณะช่วยงานนายกฯ เหมือนเป็นเลขาฯ ส่วนตัว คอยหาและตรวจสอบข้อมูลให้ ขณะเดียวกันผมยังเป็น ส.ส.เขต พอมาช่วยงานนายกฯ ก็ไม่เคยโผล่หน้าไปหาชาวบ้านเลย เขาก็จะรู้สึกว่ามันหายหัวไปไหน เพราะฉะนั้นอย่างน้อยเราปรากฏตัวผ่านทางทีวี ก็จะเป็นการบอกว่าขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่

รู้สึกอย่างไรที่ได้รับฉายา "วอลล์เปเปอร์" ?

คนอาจจะรู้สึกว่า "วอลล์เปเปอร์" เป็นเหมือนคำด่า ความตั้งใจของผมคือจะทำให้คำว่า วอลล์เปเปอร์ เป็นคำที่ทุกคนอยากเป็น ให้เหมือนกับคำว่าเลขานุการส่วนตัว เพราะคำนี้เป็นเรื่องที่คุณโน้ส อุดม แต้พานิช นำไปพูดให้เกิดความขำขัน ผมคิดว่าก็โอเค หากผมสามารถทำให้คนที่คิดว่าเป็นคำด่า กลายมาเป็นคำชมได้ ก็จะประสบความสำเร็จ

คิดว่ามีคนอยากเป็นวอลล์เปเปอร์บ้างมั้ย?

สังคมไทยเป็นพวกนักบุญใจบาป คือปากก็บอกว่าไม่อยาก ไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ แต่ลึกๆ แล้วก็อยากเป็น ผมเคยนั่งฟังบริษัทประชาสัมพันธ์ใครๆ ที่ทำการตลาด เขาบอกว่าการที่นายกฯ เดินทางไปไหนแล้วมีคนยืนอยู่ข้างหลังเยอะๆ เวลาสัมภาษณ์เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานเป็นทีมเวิร์ก ผมจึงเชื่อว่ามีคนอยากเป็นวอลล์เปเปอร์หลายคน เพราะความจริงมันก็คือเลขานุการส่วนตัว

เพราะอะไรถึงเชื่อว่ามีคนอยากเป็น วอลล์เปเปอร์ ?

ก็จะสังเกตได้ว่าเวลาที่ผมไม่ไปยืน จะมีคนมายืนอยู่ และบางครั้งเวลาผมยืนอยู่ก็มีคนพยายามเบียดผมให้ไปยืนที่อื่น ก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา

หมายความว่ามีความพยายามที่จะเลื่อยเก้าอี้วอลล์เปเปอร์เหมือนกัน ?

(หัวเราะ)...ความจริงก็คือคนที่เป็นนักการเมืองก็อยากจะออกทีวีกันทุกคน เพราะเวลาออกทีวีชาวบ้านก็จะชอบ ดังนั้นการเบียดกันจึงไม่อยากไปโทษใคร เพราะเค้าก็อยากยืนอยู่ข้างหลังนายกฯ หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรี เพราะอย่างน้อยๆ ชาวบ้านจะได้เห็นหน้า ตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งเป็นวิธีการหาเสียงอย่างหนึ่ง

ชินหรือยังกับคำเปรียบเปรยว่าเป็น วอล์ลเปเปอร์ ?

ผมพัฒนาไปอีกระดับหนึ่งแล้วนะครับ ผมปรับระดับตัวเองให้เป็นผู้นำวอล์ลเปเปอร์ เพราะหลังจากนี้จะมีวอลล์เปเปอร์เกิดขึ้นอีกเยอะ ผมถือว่าผมเป็นแกนนำ เพราะเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องนี้ ภูมิใจ เพราะผมมีความตั้งใจทำให้คำว่า วอลล์เปเปอร์ มีคนอยากจะเป็น ทำให้เห็นว่าการยืนอยู่หลังผู้นำเป็นเรื่องปกติ เป็นการให้กำลังใจ

เกี่ยวกับประเด็นเรื่องนามบัตรพร้อมสลักหลังเย็บติดกับโผตำรวจ มาได้อย่างไร ?

เป็นอีกเรื่องของข่าวปล่อย เพราะในแวดวงตำรวจ ก็มีการวิ่งเต้นกับผู้มีอำนาจในการฝากตำรวจเพื่อให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญกว่า การที่อ้างถึงนามบัตรว่ามีนักการเมืองเอานามบัตรไปให้หรือเห็นสลักหลัง ผมคิดว่านักการเมืองคงไม่โง่พอที่จะทำอย่างนั้น เป็นการสร้างหลักฐานเท็จโดยคนที่ไม่ประสงค์ดี

เป็นเพราะหลักฐานเรื่องนามบัตรหรือไม่ที่ทำให้นายกฯ ไม่กล้าปลด ผบ.ตร.?

ถึงจะมีหลักฐานแบบนี้ก็ไม่เห็นว่าจะทำอะไรได้ เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล และการฝากมันเป็นธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ เพราะสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการฝากไม่ใช่เรื่องผิดแปลกธรรมชาติ แต่ผมยืนยันมาตลอดว่าผมไม่ได้ฝาก ถ้าอ้างว่าเป็นนามบัตรผมจริง ก็ต้องเอาไปพิสูจน์ว่าเป็นลายเซ็นของผมจริงหรือไม่

เป็นเพราะอะไรจึงมีการปล่อยข่าวในทำนองนี้เกิดขึ้น ในช่วงโยกย้าย ?

ส่วนหนึ่งมันมีความพยายามที่โยงผมจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผู้กำกับตำรวจน้ำ สุราษฎร์ธานี ซึ่งผู้กับกับวิวัฒน์ นี้เป็นคนที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ขอตัวมาช่วยงานคดีลอบยิงนายสนธิ และมีความชำนาญในเรื่องการแกะรอยโทรศัพท์มือถือในการจับคนร้าย วันดีคืนดีก็มีการเซ็นย้ายกลับไปสุราษฎร์ธานีเหมือนเดิม พอ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รายงานให้นายกฯ ทราบ ท่านก็มีคำสั่งไปยังรองนายกฯ สุเทพ ให้จัดการเอาคนคนนี้มาทำคดีต่อ จึงมีตำรวจบางคนเข้าใจว่าผมเป็นคนไปรายงานนายกฯ ในเรื่องนี้ และไปใส่ร้ายป้ายสี ผบ.ตร. ซึ่งความจริงไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย สาเหตุที่คนเอามาโยงเพราะ พ.ต.อ.วิวัฒน์ นี่ จบปริญญาโทจากอังกฤษแค่นั้นเอง

นายกฯ ได้ท้วงติงอะไรหรือไม่ กับการออกมาแฉคนในแวดวงสีกากี ?

นายกฯ ก็ให้กำลังใจ ขณะนี้ผมกำลังรวบรวมข้อมูลการซื้อขายและโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจจะต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เพราะมันมีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับนายตำรวจหลายคน โดยเฉพาะในภาค 7 ที่มีปัญหาการซื้อขายตำแหน่งมากเป็นพิเศษ

ถือเป็นการแก้เกี้ยวมั้ย เพราะก็ถูกกล่าวหาว่าฝากตำรวจเหมือนกัน ?

ไม่ได้แก้เกี้ยว ผมได้รับการร้องเรียนมาเยอะ และตั้งใจนำเสนอให้รัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ความจริงโผนายพลเสร็จตั้งนานแล้ว และโผนายพันนี่แหละที่กำลังมีคนเข้าไปจัด ซึ่งยังไม่เสร็จ ทั้งหมดนี้เป็นอุบายของคนเสียประโยชน์ ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวกับคนใกล้ชิดนายกฯ ที่มีปัญหา คนที่มีปัญหาคือคนใกล้ชิด ผบ.ตร.

บัญชา แข็งขัน