ข่าว

เงามืดในจินตนาการ

เงามืดในจินตนาการ

13 ส.ค. 2552

สัปดาห์ที่แล้วนายกฯ อภิสิทธิ์ได้ออกมาแถลงผลงานของรัฐบาลในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมายของนักพูดหลายคนที่ดักคอไว้ว่า การแถลงผลงานของนายกฯ ก็คงจะได้จุดชนวนให้ผู้คนติติงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

 และการณ์ก็เป็นเช่นนั้นแต่ก็มีคนบางกลุ่มบางเหล่าโดยเฉพาะนักธุรกิจบางคนออกมาเชียร์เต็มที่ว่าพวกเขาให้คะแนนความตั้งใจการทำงานของนายกฯ อภิสิทธิ์เต็มร้อย แต่ผลงานที่ออกมานั้นหลายคนพูดไม่ค่อยเต็มปากว่าดีเลวอย่างไร

 สำหรับผมคงจะไม่มีความเห็นอะไรที่แปลกแยกกับคนอื่นมากนัก เพราะว่าอันที่จริงพวกเราชาวบ้านก็มีความเป็นอยู่พอไปได้โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ยุ่งๆ ที่เพิ่งผ่านมาไม่ว่าภายใต้รัฐบาลใด แต่ผมอยากจะมองไปข้างหน้าตามจินตนาการของรัฐบาลภายใต้แผนยุทธศาสตร์ไทยเข้มแข็ง ซึ่งจะต้องกู้เงินมาใช้มากมายมหาศาล ในเรื่องนี้รัฐบาลมีจินตนาการว่ากู้เงินนำมาทุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยแนวทางต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม 5-6 แนวทาง และมีจินตนาการว่าการใช้เงินเหล่านั้นจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตกลับคืนทำให้รัฐบาลสามารถเก็บภาษีไปชดใช้เงินกู้มหาศาลเหล่านั้นได้ นี่คือจินตนาการ แต่หากฝันไม่เป็นจริงคนไทยทั้งชาติคงต้องประสบหายนะจากเงินกู้ก้อนมหึมาก้อนนี้

 แต่เมื่อนึกให้ดีแล้วก็จะเห็นเงามืดในจินตนาการที่ค่อนข้างชัดเจน เงามืดที่ว่าเกิดจากการไร้ฝีมือในการบริหารของภาครัฐ(ข้าราชการ+นักการเมือง) และปัญหาคอรัปชั่นอันเกิดจากกิเลสของมนุษย์

 โปรดสังเกตว่าประเทศจีนที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจโดยเขาสามารถชะลออัตราเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้ในระดับ บวก 7-8% นั้น 1 ใน 8 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเขาคือการพัฒนาประสิทธิผลในการบริหารรัฐกิจ สำหรับบ้านเรานอกจากไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นพิเศษแล้ว ผลงานของภาครัฐ 6-7 เดือนที่ผ่านมายังส่อถึงฝีมือการทำงานที่ส่งผลให้เห็นว่าทำหลายๆ เรื่องให้เป็นเรื่องยุ่ง เรื่องมีปัญหาได้เกือบทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการแจกเงินจนกระทั่งถึงเรื่องการขายพันธบัตร 

 เงามืดอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องคอรัปชั่น เรามีโครงการที่เรียกว่า “เอสเอ็มแอล” ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ชุมชนพอเพียงฯ” และมีเรื่องอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้เกี่ยวกับการใช้เงินในโครงการว่าส่อเค้าจะเกิด “เอสเอสซี" (สะมอล สะเกล คอรัปชั่น) กำลังสอบสวนทวนความกันอยู่แต่ถึงจะมีหลักฐานหรือไม่มีหลักฐานอย่างไรว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ แต่ราคาซื้อขายอุปกรณ์ในโครงการนั้นก็น่าจะฟ้องอยู่ในตัวแล้วว่าอย่างไรต้องมีการรั่วไหล

 อันว่าการคอรัปชั่นนั้น ความจริงประเทศไทยก็ให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอยู่พอสมควร แต่ที่ไม่ได้ผลก็เพราะยังชี้ตัวการไม่ได้ครบ โดยเรายังหลงเข้าใจผิดว่าการคอรัปชั่นนั้นเกิดจากข้าราชการและนักการเมืองร่วมมือกับพ่อค้า แต่ความจริงผู้ที่มีบทบาทสำคัญทำให้เกิดคอรัปชั่นในทุกแห่งนั้นคือ “พวกนักวิ่งเต้น”พวกนี้จะทำหน้าที่เขียนบทเลือก ตัวแสดงและเป็นผู้กำกับการแสดงเอง ฉะนั้น ถ้าเราจะป้องกันคอรัปชั่นให้ได้ผล ก็ต้องกำจัดบุคคลพวกนี้ก่อน

 เหล่านี้คือเงามืดในจินตนาการซึ่งรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญและอย่าใช้เพียงวิธี “ไล่ตบยุง” ไปวันๆ จะต้องหาทาง “ใส่มุ้งลวด” หรืออย่างน้อยแค่ “กางมุ้ง” ก็ยังดี

.นายหนูใหญ่
 [email protected]