ข่าว

อลวนพัชรวาท

อลวนพัชรวาท

13 ส.ค. 2552

คงเป็นเรื่องที่วุ่นวาย และสับสนที่สุดในชีวิตนายกรัฐมนตรี ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับการกำกับ ดูแล สั่งการ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพียงเพราะจุดเริ่มต้นความสงสัยที่ว่า พล.ต.อ.พัชรวาท

จะมีส่วนได้เสีย และเป็นอุปสรรคในการสอบสวน ดำเนินคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล จนนำมาซึ่งความพยายามกันนายตำรวจที่จะเกษียณอายุราชการในอีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า ออกจากพื้นที่การสอบสวน ด้วยวิธีการกดดันให้พล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากศูนย์อำนาจด้วยวิธีการที่แปลกประหลาด เช่น การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ทั้งที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ยังอยู่ในตำแหน่งและพื้นที่ประเทศไทย

 แน่นอนว่า การเดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนดของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ หลังจากลาไปราชการที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ย่อมมีนัยสำคัญมากกว่าข้ออ้างเรื่องการแจ้งเตือนกรณีพายุมรสุมฤดูร้อนเข้าสู่พื้นที่การปฏิบัติภารกิจ หรือกระทั่งโอกาสถวายความจงรักภักดี เทิดพระเกียรติในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องเพราะข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ร่วมคณะไปด้วย ยังสามารถปฏิบัติภารกิจต่อไป แต่การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพันยังเป็นเรื่องที่ ผบ.ตร.อาจมีความประสงค์ที่จะกลับมาร่วมพิจารณาด้วย ฉะนั้น ระหว่างผู้บังคับบัญชาสูงสุด นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. ต่างมีวาระซ่อนเร้นด้วยกันทั้งสิ้น

 เมื่อกลับมาไม่ทันข้ามคืน ตามคำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผบ.ตร.แจ้งว่า จะไปปฏิบัติภารกิจที่ภาคใต้ และขอให้มีการแต่งตั้งรักษาราชการแทน ผบ.ตร. ซึ่งน่าจะเป็น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ จะโต้แย้งเรื่องลำดับอาวุโสก็ตาม ความผิดปกติของการรักษาราชการในตำแหน่ง ทั้งที่ในตำแหน่งยังมีตัวบุคคลชัดเจน และยังสามารถบังคับบัญชาสั่งราชการได้ เป็นเพียงความพยายามที่จะยื้อเวลา รักษาไมตรีระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เคยเอาชื่อตระกูล "วงษ์สุวรรณ" เป็นเดิมพันในความขัดแย้งครั้งนี้

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังทำให้ประชาชนสำคัญผิดในวิธีการจัดการบริหารคน ในกรณีผู้ใต้บังคับบัญชาบกพร่อง มีข้อสงสัยในการปฏิบัติงาน หรือไม่สนองนโยบาย อันจะเป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกันต่อไป โดยไม่กล้าใช้อำนาจแต่งตั้ง โยกย้าย อย่างตรงไปตรงมา หากเลี่ยงไปใช้วิธีการที่คล้ายจะกดดันให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งเอง นายอภิสิทธิ์ สมควรเข้าใจว่าตนเองมีอำนาจ และตำแหน่งหน้าที่ที่จะสั่งการให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พ้นจากตำแหน่ง เหมือนเช่นที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ใช้อำนาจนั้นมาแล้ว ซึ่งในขณะเดียวกัน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ก็ชอบที่จะใช้สิทธิฟ้องศาลปกครอง ในกรณีที่เห็นว่าการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่เป็นธรรมเช่นเดียวกัน