
"พฤติกรรมประสาท"ทฤษฎีจับ...แก๊งปาหิน
คำรับสารภาพของแก๊งปาหินชุมพรเป็นการยืนยันได้ดีว่า มูลเหตุจูงใจเกิดจากการเลียนแบบและคึกคะนอง โดยไม่คำนึงว่าผู้อื่นจะได้รับความเดือดร้อนอย่างไรบ้าง !?!
นับตั้งแต่เกิดการระบาดปาหินในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะระยะหลังไปโผล่แถวภาคใต้ ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ยันชุมพร บนถนนสายเอเชียเขต อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร กินพื้นที่ 27 กิโลเมตร ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ท่าแซะ 2 ครั้งหลังสุดมีรถบรรทุกปูนพ่วง 22 ล้อ กับรถกระบะ พ่อเมืองชุมพรอย่าง "การัณย์ ศุภกิจวิเลขการ" จึงได้ตั้งค่าหัวคนร้ายเป็นเงิน 5 หมื่นบาท ควบคู่ไปกับการสืบสวนหาตัวคนร้าย โดย พ.ต.อ.ชำนาญ แทนม้วน ผกก.สภ.ท่าแซะ และ พ.ต.ท.ธานี นาควิหค รอง ผกก.(ป.) และชุดสืบสวน
การทำงานของตำรวจเริ่มจากการตรวจตราป้องกันเหตุและสังเกตสังกาผู้ต้องสงสัยยามวิกาล โดยพุ่งเป้าไปที่บรรดาวัยรุ่นกวนเมืองทั้งหลาย ด้านชุดสืบสวนเองก็ลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สายตรวจตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) รวมถึงชาวบ้านทุกคน เนื่องจากไม่ใช่การกระทำผิดซึ่งหน้า การสืบสวนหาเบาะแสจึงต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเน้นไปที่วัยรุ่นที่มี "พฤติกรรมประสาท" !?!
พ.ต.ท.ธานีขยายความถึงพฤติกรรมประสาท โดยให้คำจำกัดความสั้นๆ แต่ครอบคลุมคือหลังจากดื่มเหล้าเมาแล้ว มักจะกระทำการแบบเดิมๆ เหมือนกับการเมาครั้งแรก หรือการกระทำผิดซ้ำๆ อย่างที่เคยทำมาก่อนหน้า กระทั่งได้เบาะแสว่าคนลงมือก่อเหตุเป็นเด็กหนุ่มวัย 16 และ 17 ปี นักศึกษาแผนกช่างกลวิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งในเมืองชุมพรนั่นเอง จึงนำกำลังเข้าไปจับกุมตัวมาสอบสวน และได้ฟังคำบอกเล่าถึงมูลเหตุจูงใจในการกระทำผิดเกิดจากความเมาและคึกคะนอง โดยเลียนแบบมาจากคดีปาหินอื่นๆ ในท้องที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
เด็กหนุ่มวัย 16 ปี เล่าว่า ราวๆ 4 ทุ่มครึ่ง วันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังจากดื่มเหล้าจนเมาได้ที่จึงขี่รถจักรยานยนต์ไปกับเพื่อนอีกคนวัย 17 ปี โดยเพื่อนคนซ้อนถือหินติดมือมาด้วย ปิดไฟหน้ารถวิ่งมาตามไหล่ทางกระทั่งถึงหลักกิโลเมตรที่ 471+300 พื้นที่หมู่ 3 ต.ทรัพย์อนันต์ ต.ท่าแซะ จ.ชุมพร เห็นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อขับสวนทางมา เพื่อนจึงส่งก้อนหินมาให้เขาปาใส่กระจกรถพ่วง แล้วขี่รถต่อไปเรื่อยๆ จนมาพบรถกระบะอีกคันจึงปาก้อนหินใส่อีกครั้ง แล้วหลบหนีกลับไปอยู่บ้าน
จากการสอบถามถึงมูลเหตุจูงใจคำตอบที่ได้กลับมาทำให้รู้ว่า เด็กที่อ่อนเยาว์ทั้งประสบการณ์และวัยตัดสินใจทำอะไรผิดๆ โดยไม่มีแม้แต่สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งสองคนบอกว่าดูข่าวเห็นว่าหลายจังหวัดมีเหตุการณ์ปาหินใส่รถแล้วตำรวจจับไม่ได้เลยนึกสนุก ประกอบกับความมึนเมาและคึกคะนอง หลังดื่มเหล้าจึงลองไปทำดูบ้าง ไม่มีอะไรแอบแฝงไปมากกว่านี้
"หลังก่อเหตุไปหลบอยู่ในบ้าน นั่งดูข่าวที่ตัวเองทำทางทีวี พอโดนด่าก็ออกมาก่อเหตุอีก กระทั่งมาถูกจับได้" คือคำรับสารภาพของเด็กหนุ่มทั้งสอง
พล.ต.ต.อภิชาติ เชื้อเทศ ผบก.ภ.จว.บอกว่า นับตั้งแต่วันที่ 1-8 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้ก้อนหิน ขวดน้ำอัดลม และหนังสติ๊กยิงใส่กระจกหน้ารถที่สัญจรผ่านไปมาในพื้นที่ จ.ชุมพร รวม 6 คดี ขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 1 คดี ส่วนอีก 5 คดีคิดว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่พอทราบเบาะแสของคนร้ายในแต่ละคดีบ้างแล้ว โดยเฉพาะคดีคนร้ายใช้ขวดน้ำอัดลมปาใส่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อใน อ.ทุ่งตะโก
สำหรับคดีปาวัตถุใส่กระจกรถใน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นคดีใหญ่ๆ มีทั้งหมด 5 คดี ประกอบด้วย พื้นที่ สภ.ท่าแซะ 3 คดี สภ.หลังสวน 1 คดี และ สภ.ทุ่งตะโก 1 คดี และยังมีที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยอีกหลายราย แต่ผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์
ด้านความคืบหน้าคดีปาหินที่ จ.สุพรรณบุรี ต้นกำเนิดปาหิน 2009 อันดับต้นๆ ที่สร้างความเสียหายถึงแก่ชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากมายนั้น ล่าสุดตำรวจสุพรรณบุรีขออนุมัติหมายจับกุมชายหนุ่ม 2 คน อายุ 20 และ 22 ปี ซึ่งเป็นลูกหลานนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ แม้ว่าทั้งสองจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ โดยเฉพาะศาลเองก็ตระหนักในความสูญเสียจากอาชญากรรมชนิดนี้ เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานของตำรวจแล้วจึงอนุมัติให้ออกหมายจับทั้งสองคน
ก็ได้แต่หวังว่าความพยายามกำจัดอาชญากรรมปาหินของตำรวจจะได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือที่ได้รับจากประชาชน จะส่งผลให้เด็กหนุ่มในพื้นที่ลดความคึกคะนองลง และมีจิตสำนึกต่อสาธารณะมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ !?!
ทนงศักดิ์ ศุภการ



