
รัฐตื๊อ ปตท.นำเข้าก๊าซหุงต้มต่อ ชง กบง.ผ่อนคืนเดือนละพันล้าน
07 ก.พ. 2552
พลังงานเตรียมเสนอ กบง.ทยอยจ่ายเงินคืน ปตท. เดือนละ 1,000 ล้านบาท หาช่องให้นำเข้าแอลพีจีต่อ เชื่อหากปล่อยเต็มเพดานหมื่นล้าน ปตท.ยกเลิกไม่มีใครนำเข้าแน่
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ กระทรวงพลังงานจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อพิจารณาแนวทางนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาทยอยคืนให้แก่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ชดเชยการรับภาระส่วนต่างราคานำเข้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เพื่อให้ ปตท.มีความสามารถนำเข้าแอลพีจีได้ต่อไป โดยคาดว่าจะเริ่มชำระคืนได้ตั้งแต่เดือนเมษายน เดือนละประมาณ 1,000 ล้านบาท
"การทยอยคืนเงินให้ ปตท.บ้าง จะทำให้ยังสามารถรับภาระนำเข้าแอลพีจีได้ต่อไป เพราะปตท. ตีกรอบวงเงินที่รับภาระไว้ไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ปริมาณการใช้แอลพีจีสูงกว่ากำลังผลิตภายในประเทศ คาดว่าต้องนำเข้าไปอีกนาน และคาดว่าคงไม่มีผู้ประกอบการรายใดยอมนำเข้าแอลพีจี เพราะต้องรับภาระขาดทุน มีเพียง ปตท.เท่านั้นที่นำเข้ามา" แหล่งข่าวกล่าว
นายเมตตา บันเทิงสุข อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า จากการตรวจเช็กสต็อกน้ำมันเมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ก่อนการปรับขึ้นราคาตามภาษีสรรพสามิต ไม่พบสถานีบริการน้ำมันปฏิเสธการจำหน่ายหรือจงใจกักตุน และจากการตรวจสอบสถานีบริการส่วนใหญ่จะปฏิเสธการจำหน่ายให้แก่รถยนต์ที่ต้องการเติมใส่แกลลอน และมีปัญหาน้ำมันหมดในช่วงรอการขนส่ง เพราะมีประชาชนมาเติมมากกว่าปกติ แต่ขณะนี้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งกรมยืนยันว่าผู้ค้าไม่ได้ผลกำไรจากการขึ้นภาษีครั้งนี้ เพราะอัตราที่ขึ้น 1.55 บาทต่อลิตร เป็นการขึ้นตามภาษีที่กระทรวงการคลังจัดเก็บ
"ก่อนหน้านี้ภาครัฐได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการทราบแล้วว่า การกักตุนน้ำมันจะผิดกฎหมายมีโทษทั้งจำทั้งปรับ และถือเป็นโทษรุนแรง ไม่คุ้มค่าความเสียหาย เพราะหากมีการกักตุนจะผิดกฎหมาย โทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากพบปริมาณน้ำมันไม่เต็มหัวจ่ายก็เข้าข่ายโกงปริมาณ โทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถือเป็นโทษที่รุนแรง" นายเมตตากล่าว



