
ลากให้ถึง 30 กันยา
ดูอาการแล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.น่าจะไปแบบยาวๆ เสียแล้วกระมัง ถ้าหวยออกมาในลักษณะที่เห็น
1.แนวโน้มการประกาศใช้โครงสร้างใหม่ของตำรวจ ยังไม่มีการการันตีว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด
2.งานเข้า พล.ต.อ.พัชรวาท แบบเต็มๆ หลังจาก ศิริโชค โสภา ขู่กางบัญชีเซ็งลี้ตำแหน่ง ระดับนายพัน
ประเด็นแรก ดูแล้วไม่น่าจะสลับซับซ้อนอะไร เพราะเป็นแค่เทคนิคที่ใครก็ดูออกว่านี่มันระดับตื้นๆ แต่ได้ผล ที่ฝ่าย "การเมือง" เก็บเป็นอาวุธลับเอาไว้ใช้ยามจำเป็น
ดื้อมาก ก็โดนสวนหนัก
ประมาณแรงตกเท่ากับแรงสะท้อน อะไรแบบนั้น
ข่าวลือกันหนาหูสะพัดมาว่า "ดีเดย์" ที่การเมืองกำหนดก็คือ 30 กันยายน
เรียกว่า ลากกันยาวๆ ไปจนถึงวันสุดท้ายในเครื่องแบบสีกากีของ พล.ต.อ.พัชรวาท กันเลยทีเดียว
อาจมีคนถามว่า ก็ในเมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท แค่ไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคใต้ไม่นาน ก็กลับมา การเมืองจะยื้อได้นานขนาดนั้นหรือ
ตอนนี้คำตอบอาจไม่ชัด แต่เสียงกระซิบบอกว่าถึงวันเมื่อไหร่ ได้เห็นเกมโหด มัน แต่ไม่ฮา กันแน่
โผนายพล คงยากที่จะเปลี่ยนแปลง แต่โผนายพันที่ปัจจุบันน่าจะมีอยู่ 2 โผ นั้น "กาลเวลา" จะเป็นผู้ชี้ขาดว่า ชุดใดคือตัวจริงเสียงจริง
แต่วันนี้ เป็นจังหวะที่ ศิริโชค โสภา เปิดหน้าชน
ถามว่าชนตามใบสั่งหรือไม่ ไม่ยากที่จะเดากัน
แต่มันก็ตอกย้ำข่าวลือ "โผพันล้าน" นั้นมันน่าจะมีอยู่จริง !...นั่นคือ ประเด็นที่สองที่การเมืองจะกระหน่ำใส่อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ศิริโชคชี้เป้าแบบไม่เกรงศักดิ์ศรีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ฟันธงมีคนในใกล้ชิด เร่เซ็งลี้เก้าอี้นายพัน โดยเฉพาะตำรวจภาค 7 หนักที่สุด
ไม่มากไม่มาย 2-5 ล้านบาท เท่านั้น
หลักฐานมีพร้อมแล้ว รอเพียงวันที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่ถูกมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาเอาไปพิจารณาหาวิธีกลบเรื่องอื้อฉาว
แต่สำหรับกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร น่าจะได้ทัศนาในเร็ววัน
ถ้าเป็นอย่างที่ ศิริโชค ว่าไว้และมีหลักฐานจริง คราวนี้ ก็เรียกได้ว่าเจอ "ตอ" เข้าให้แล้ว เพียงแต่เป็น "ต ตังค์" ที่บาดจิต บาดใจ
ที่สำคัญเรื่องพรรค์นี้ ลงได้มีคนพูด จริงไม่จริง คนฟังก็เชื่อไปแล้วเกินครึ่ง
“ผมกำลังรวบรวมข้อมูลการซื้อขายและโยกย้ายตำรวจที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจะต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เพราะมันมีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับนายตำรวจหลายคนโดยเฉพาะในภาค 7 ที่มีปัญหาการซื้อขายตำแหน่งมากเป็นพิเศษ ลองไปสอบถามตำรวจที่นั่นดูสิว่า การโยกย้าย หากไม่มีเงินเลิกคิดได้เลย"
ถ้อยแถลงของศิริโชค ที่ดูจะเรียบๆ แต่คนที่เกี่ยวข้องสันหลังหวะ ก็คงจะสะดุ้งไปแปดตลบ
แล้วก็คงเลิกสงสัยว่า เหตุใด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงยอมให้ ศิริโชค เป็นวอลล์เปเปอร์เรื่อยมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
รับกันเป็นทอดๆ อย่างนี้ เสียงคำราม "...อย่าเสือกเปลี่ยน" ที่ดังจากห้องห้องหนึ่งในสำนักงานย่านปทุมวันเมื่อวันก่อนก็คงไร้ความหมาย
เพราะถ้าลงได้กำหนดกันอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่ รักษาการ ผบ.ตร.ก็ต้องเป็น ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ที่จะเข้ามาจัดการชำแหละ
แต่จะ "วิ่ง" กันใหม่หรือไม่ อันนี้ไม่รู้
ที่แน่ๆ ก็คือระดับ "นายพัน" นั้น มีผลโดยตรงกับการเมือง โดยเฉพาะในยามที่มีการเลือกตั้งทั่วไป
การจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสันติ จึงต้องทำตัวให้เนียนเลียนแบบหน่วยงานที่ออกหวยของรัฐ
กินแบ่ง ไม่ใช่กินรวบ !
จัดสรรกันไปให้สมน้ำสมเนื้อ
เพราะทุกคน ทุกพรรค ต่างก็หวังอนาคตกันทั้งนั้น
ก็ต้องมาดูกันว่า ฝันของการเมือง "30 กันยายน" มันจะเป็นจริงหรือไม่
ศรายุทธ สายคำมี



