ข่าว

จับมือนักวิชาการร่วมคัดค้านโรงงานและโรงไฟฟ้าชีวมวลฯ

จับมือนักวิชาการร่วมคัดค้านโรงงานและโรงไฟฟ้าชีวมวลฯ

03 ก.ย. 2559

ชาววังสมบูรณ์จับมือนักวิชาการ จัดเวทีประชาชนให้ความรู้ เพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน ใกล้สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว

               เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 กันยายน 2559 ที่ศาลเจ้าแม่วังใหม่ ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ตัวแทนชาวบ้านและประชาชนในพื้นที่ และคณะผู้ร้องฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรณีปัญหาการคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล และโรงงานไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 60 เมกกะวัตต์ ใกล้สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น เกรงว่าจะกระทบอาชีพพระราชทาน ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเกษตรในพื้นที่สีเขียวนั้น ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนาวิชาการ เรื่อง แนวทางการจัดทำการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้ประชาชน ในการต่อสู้และรักษาสิทธิชุมชน

จับมือนักวิชาการร่วมคัดค้านโรงงานและโรงไฟฟ้าชีวมวลฯ

                โดยการจัดเวทีดังกล่าว ได้มีการเชิญ ดร.สมนึก จงมีวศิน นักวิชาการอิสระและคณะอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ,อ.สมิทธิ์ เย็นสบาย คณะทำงานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จ.สระแก้ว  ,นายสัมพันธ์ ศรีรัตนกูล ตัวแทนชาวบ้านหนองป่าหมก อ.วัฒนานคร ในฐานะผู้ประสบปัญหาและได้รับผลกระทบจากโรงงานในพื้นที่ปัจจุบัน ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักมาก มีชาวบ้านเข้าร่วมในเวที จำนวนกว่า 300 คน  ผลัดเปลี่ยนกันให้ข้อมูลและขั้นตอนการตรวจสอบความไม่โปร่งใสของกระบวนการจัดทำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ อย่างรอบด้าน

จับมือนักวิชาการร่วมคัดค้านโรงงานและโรงไฟฟ้าชีวมวลฯ

               ดร.สมนึก ระบุในเวทีว่า  สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมกำหนดให้ 35 ประเภทโครงการ ที่ต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ต้องมีการตรวจสอบพื้นที่ก่อนว่า สามารถสร้างได้หรือไม่ เป็นพื้นที่สีม่วงประเภทไหน ผ่านขั้นตอนการจัดทำและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วหรือยัง เพราะพื้นที่ อ.1 ,อ.2 และ อ.3 มีความแตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้จะต้องมีความชัดเจน โดยเฉพาะพิกัดพื้นก่อสร้าง ดังนั้น บริษัทที่ปรึกษาส่วนใหญ่จะพยายามให้ผลการศึกษาออกมาให้ผ่านทั้งหมด เมื่อตรวจสอบแล้วพบความผิดปกติและไม่เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ประชาชนจะต้องไปทักท้วงหรือฟ้องร้อง เพื่อให้ผลการศึกษาครั้งนี้ถูกยกเลิก

               ดร.สมนึก กล่าวอีกว่า ชาวบ้านต้องมีส่วนร่วมและลงไปทำข้อมูลทั้งหมด เพื่อมาต่อสู้ตามอำนาจและสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับความคุ้มครอง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้สิทธิชุมชนได้รับความคุ้มครองแล้ว ดังนั้น การมีส่วนร่วมในการจัดการดูแลทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ชุมชนสามารถทำได้ บางพื้นที่เริ่มจาก 7 คน เพิ่มเป็น 3,000 คน ในฐานะอนุกรรมการสิทธิฯ หากพี่น้องประชาชนถูกละเมิด สามารถร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ที่ 1377 หรือคณะอนุกรรมการได้โดยตรง โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิชุมชน เพื่อส่งให้รัฐสภาพิจารณา เมื่อได้ข้อสรุป ประชาชนสามารถนำไปฟ้องร้องทางศาลได้ต่อไป 

                "โรงไฟฟ้าชีวมวลฯ หากการเผาไม่สมบูรณ์จะเกิดก๊าซที่เป็นอันตราย บางโรงงานที่วัตถุดิบไม่พอ จะไปขออนุญาตเผา 2 ระบบ ซึ่งคณะกรรมการกิจการพลังงานอนุญาตให้เพียงไม่กี่ชนิด คือ ก๊าซ ,น้ำมัน และถ่านหิน ซึ่งปัจจุบันไม่มีการอนุญาตให้ใช้ถ่านหินแล้ว บางพื้นที่ใช้วิธีนำถ่านหินมาบดเพื่อใช้ร่วมกับกะลาปาล์ม ในการเผาใหม้ จะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก กฏหมายห้ามไว้ แต่มีการแอบใช้ ถามว่า โรงไฟฟ้าชีวมวลจะส่งผลกระทบกับการเลี้ยงโคนมไหม..? กิจการโคนมจะเจ๊งมั้ย..?  กรณีของถ่านหินจะอันตรายมาก ชาวบ้านจะรู้ก็ต่อเมื่อเป็นมะเร็งแล้ว  ที่ปราจีนบุรีเอาน้ำ ,ปลา และเส้นผมมาตรวจพบค่าปรอทเกินกว่ามาตรฐาน หน่วยงานรัฐอาจจะหลับตาข้างหนึ่ง เมื่อฝุ่นละอองมาตกที่ดินและหญ้า วัวกินหญ้า โอกาสที่นมจะปนเปื้อนย่อมต้องมีแน่ ๆ " ดร.สมนึกระบุ 

                อ.สมิทธิ์ เย็นสบาย คณะทำงานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จ.สระแก้ว  กล่าวว่า การตั้งโรงงานน้ำตาลปัจจุบัน จะต้องมีการพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวลมาแน่นอน ชาวบ้านต้องมีข้อมูลเพียงพอและชี้ให้เห็นผลกระทบ  หากการทำอีไอเอที่ผ่านมาผิดระเบียบ ชาวบ้านสามารถร้องเรียนบริษัทที่ปรึกษา ถึงขั้นถูกลงโทษยึดอนุญาติได้ วันนี้พื้นที่สีม่วง ชาวบ้านยังไม่รู้เลยว่า บ้านตัวเองอยู่ในพื้นที่สีม่วง ต้องไปถามว่า ทำไมชาวบ้านไม่รู้  ในฐานะคณะกรรมการในคณะทำงานธรรมาภิบาลจังหวัด ข้อมูลบางเรื่องไม่จริง  สามารถยื่นเรื่องถึงคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดเพื่อลงไปตรวจสอบได้ด้วย  

 นายสัมพันธ์ ศรีรัตนกูล ตัวแทนชาวบ้านผู้เดือนร้อนจากปัญหาโรงงานและโรงไฟฟ้าชีวมวลฯ ในพื้นที่บ้านหนองป่าหมาก อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า  ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่อยู่กันไม่ได้ ชาวบ้านอย่ารอคนอื่นมาช่วย ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง จะต้องสู้กันด้วยความรู้  ขณะนี้ถ้าให้ไปขยายโรงงานเพิ่มในพื้นที่เดิม ชาวบ้านคงรับไม่ไหวแล้ว เราต้องไล่ไปสร้างในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษโน่นล่ะ ปัญหาเรื่องน้ำ ฝน และดิน ใครปลูกพืชที่อ่อนแอ ตอนนี้ปลูกไม่ได้เลย น้ำที่ไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ เอาไปรถพืชตายยุบหมด 

                "ปัญหาฝุ่นละออง จะเกิดขั้นเป็นฤดูกาลและทิศทางลมฤดูฝนไปทางทิศตะวันตก  ตะวันออก สลับกันไป  ถ้าโรงงานเกิดขึ้นที่วังสมบูรณ์จริง ฝุ่นละอองคือปัญหาที่ชาวบ้านต้องได้รับแน่นอน  เกษตรกรแถวบ้านผมตอนนี้ปลูกอะไรไม่ได้เลย นอกจากปลูกยูคาลิปตัสเพื่อความอยู่รอด  ปัญหาความร้อนในช่วง 2-3 ปี เกิดขึ้นชัดเจน ไม่มีฝน  ฝนน้อย ขณะที่ช่วงฤดูฝนเข้าพื้นที่อื่น  แต่ไม่มีฝนเข้าไปพื้นที่บ้านเราที่อยู่ติดโรงงาน เพราะความร้อนที่สะสมจากโรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่ ที่เขาผลิตกันตลอดทั้งวันทั้งคืน  24 ชม.แบบไม่มีวันหยุด " ลุงสัมพันธ์กล่าว 

                ทางด้าน น.ส.กนกกาญจน์ วงษ์ชัยยะ ตัวแทนชาวบ้านและประชาชนผู้ร้องและคัดค้านการก่อสร้างในพื้นที่ ได้อ่านแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืนว่า  หลังจากที่บริษัทเอกชนและผู้ได้รับประโยชน์บางกลุ่มบางพวก พยายามผลักดันโครงการก่อสร้างและขยายโรงงานและโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 60 เมกกะวัตต์ มายังพื้นที่หมู่ที่ 1 และ 10 ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เป็นแห่งที่ 2  ภายหลังชาวบ้านและประชาชนร่วมกันเข้าร้องคัดค้านการนำเสนอโครงการนี้่จุดแรกในพื้นที่สีเขียวฝั่งตะวันตก ต่อท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาแล้ว ร่วมทั้งได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อันเนื่องมาจากชาวบ้านถูกละเมิดสิทธิชุมชนจากการดำเนินการโครงการดังกล่าว

                อีกทั้ง คณะชาวบ้านและชุมชนได้ร่วมกันล่ารายชื่อในเบื้องต้น จำนวน 416 รายชื่อในพื้นที่ตำบลวังใหม่ เพื่อร้องคัดค้านโครงการต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอวังสมบูรณ์ และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณานำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดภายใน 1 สัปดาห์ด้วย ขณะชาวบ้านได้มีมติร่วมกัน 100 เปอร์เซ็นต์ของ 3 หมู่บ้านรอบจุดก่อสร้าง และอีก 3 หมู่บ้านรอบนอก ที่จะร่วมคัดค้านการก่อสร้างครั้งนี้ โดยมีพื้นที่รอบนอกให้การสนับสนุนด้วย 

                "โดยมีเป้าหมายเดียว คือ การยกเลิกโครงการนี้ในพื้นที่ปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนไปขยายโรงงานในพื้่นที่เดิม หรือบริเวณอื่นที่ไม่มีผลกระทบต่อชาวบ้าน และยืนยันที่จะร่วมกัน ดำเนินกิจกรรมต่อต้านและคัดค้านทุกวิถีทาง ตามระเบียบและกฏหมายต่อไป โดยขอประกาศจัดตั้ง "เครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนจังหวัดสระแก้ว" เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ไปสู่เป้าหมายเดิม คือ การอนุรักษ์และคงไว้ ซึ่งพื้นที่สีเขียว เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับลูกหลานในอนาคต" ตัวแทนชาวบ้านระบุในแถลงการณ์