ข่าว

แค่ความตั้งใจของนางสาวไทย ปี59 ก็อุ่นแล้ว

แค่ความตั้งใจของนางสาวไทย ปี59 ก็อุ่นแล้ว

03 ก.ย. 2559

เน้นช่วยผู้ยากไร้-ผู้ด้อยโอกาส คือ ความตั้งใจนางสาวไทยปี 59

แค่ความตั้งใจของนางสาวไทย ปี59 ก็อุ่นแล้ว

          เมื่องานเลี้ยงเลิกรา ต่างก็ต้องแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง และเส้นทาง “นางสาวไทย ปี 2559” ก็เช่นกัน เมื่อการดำเนินกิจกรรมเฟ้นหาอย่างเข้มข้นในรูปแบบเรียลิตี้ ภายใต้คำจัดความ “เพราะความสวยไม่ได้วัดแค่บนเวที” ผ่านพ้นไปแล้ว โดยในชาเลนจ์ที่ 9 นี้ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานการประกวด “นางสาวไทย 2559 รอบตัดสิน โดยมี พล.ต.ทเจตนากร นภีตะภัฏ นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ เป็นประธาน พร้อมด้วย เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานอำนวยการกองประกวดนางสาวไทย 2559 และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ที่ จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮ้าส์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อค่ำคืนวันก่อน

แค่ความตั้งใจของนางสาวไทย ปี59 ก็อุ่นแล้ว

          และเมื่อเวทีการประกวดดำเนินมาถึงช่วงเข้มข้น ได้แก่ การเปิดซองคำถามให้สาวงามผู้เข้าประกวดในรอบสุดท้ายทั้ง 5 คน ตอบคำถามข้อเดียวกันที่ว่า “สิ่งแรกที่อยากพูดและภารกิจแรกที่อยากทำในฐานะนางสาวไทยคืออะไร” จนในที่สุดคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็เคาะให้สาวสวยว่าที่คุณหมอจากเมืองพะเยา “จุ๊บจิ๊บ” ธนพร ศรีวิราช อายุ 21 ปี นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยพะเยา เจ้าของคำตอบ “สิ่งแรกที่จะทำคือก้มกราบคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้มีทุกวันนี้ ขอบคุณชาวพะเยา ส่วนภารกิจแรกคือกลับไปบ้านเกิด” เป็นผู้ครองมงกุฎนางสาวไทย ประจำปี 2559 พร้อมสายสะพาย เงินรางวัล ควบด้วยรางวัล มิสสมายด์ และป๊อปปูล่าร์โหวตอีกหนึ่งรางวัล ขณะที่ตำแหน่งรองอันดับ 1 เป็นของสาวเมืองนครศรีธรรมราช “ขวัญ” ปิ่นทิพย์ อรชร อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เจ้าของคำตอบ “สิ่งแรกที่จะพูดคือขอบคุณสำหรับโอกาสที่เห็นความมุ่งมั่นและศักยภาพ ส่วนภารกิจคืออยากมอบทุนการศึกษาให้เด็กถือเป็นการส่งต่อโอกาสนี้ให้คนอื่น และรองอันดับ 2 “สายไหม” สุปภาดา ภูรีพงศ์ อายุ 24 ปี อาจารย์จากมหาวิทยาลัยพิษณุโลก เจ้าของคำตอบ “ขอบพระคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและขอบคุณกรรมการที่ช่วยเหลือให้มาถึงจุดนี้”

แค่ความตั้งใจของนางสาวไทย ปี59 ก็อุ่นแล้ว

         ภายหลังได้รับตำแหน่งนางสาวไทย ประจำปี 2559 หมาดๆ อีกทั้งยังเป็นว่าที่คุณหมอในอนาคต “จุ๊บจิ๊บ” ธนพร ศรีวิราช  กล่าวด้วยน้ำเสียงยังไม่คลายความตื่นเต้น ถึงเป้าหมายที่วางไว้หลังดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ว่า นอกจากต้องทำงานในฐานะทูตวัฒนธรรมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ตั้งใจคือ การใช้วิชาชีพหมอที่เรียนออกไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะที่พื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง
         “การเลือกเรียนหมอถือเป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นเป็นช่วงที่คุณปู่ป่วย จึงคิดว่าถ้าตัวเองได้ประกอบอาชีพนี้จะสามารถช่วยคนในครอบครัวได้ จึงสมัครสอบเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์ สาขาการแพทย์แผนจีน คู่ขนานศิลปศาสตร์ภาษาจีน ที่มหาวิทยาลัยพะเยา และเมื่อจากความฝันแรกสำเร็จแล้วแม้เพียงครึ่งทางเพราะยังเหลืออีก 3 ปี ตัวเองก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปที่อยากประกวดนางงาม และตัดสินใจมาสมัครเวทีนี้ เพราะคิดว่าเป็นเวทีที่มีตำนานและมีรุ่นพี่หลายๆ คนทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม อย่าง “พี่บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ถือเป็นไอดอล ที่ชอบ เพราะพี่เขาชอบช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส มาถึงในส่วนของตัวเอง ซึ่งประกอบอาชีพนี้ เวลาไปโรงพยาบาลจะเห็นคนจำนวนมากมารอต่อคิวรอรับการรักษา หรือนอนกันหน้าลิฟต์ ทำให้รู้สึกหดหู่ เราก็คนเหมือนกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ถ้าเราเลือกเกิดได้คงไม่มีใครอยากเป็นแบบนี้ ขณะเดียวกันก็คิดว่า ถ้าเรามายืนในจุดนี้ได้จะสามารถช่วยคนได้อีกหลายคน อย่างในช่วงหน้าหนาว แม้จะมีบางกลุ่มบางองค์กรเข้าไปบริจาคเสื้อกันหนาว แต่ก็ยังไม่ค่อยทั่วถึง  ตัวเราเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีว่าตรงไหนที่หนาวมากๆ และตรงไหนที่คนไม่เข้าไปบริจาค ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวเองและเพื่อนๆ ได้ทำโครงการ “เดินตามรอยพ่อ” ทุกปีจะเข้าไปบริจาคเสื้อกันหนาวให้ผู้ประสบภัยหนาว จึงอยากจะสานต่อในด้านนี้ต่อไปด้วย” ธนพร ศรีวิราช กล่าว