
กทม.รื้อย้าย 12 หลังชุมชนป้อมมหากาฬ
"อังคณา นีละไพจิตร" นั่งคนกลาง เจรจาชาวบ้าน-กทม. รื้อย้ายชุมชนป้อม "มหากาฬ" ด้าน "อัศวิน" ยันย้าย 12 หลังยินยอม 2 วันนี้
"อังคณา" นั่งคนกลาง เจรจาชาวบ้าน-กทม. รื้อย้ายชุมชนป้อม "มหากาฬ"
3 ก.ย. เมื่อเวลา 08.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจ กำลังตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ กองบังคับการปราบปราม กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์และทหารชุดป้องกันและปราบปรามเหตุจราจล รวมประมาณ 250 นาย เดินทางมายังชุมชนป้อมมหากาฬ เพื่อเตรียมเข้ารื้อย้ายชุมชนบางส่วนในวันแรก ซึ่งเป็นส่วนที่ยินยอมและสมัครใจรื้อย้ายและโอนกรรมสิทธิให้กทม.เรียบร้อยแล้วประมาณ 13 หลังคาเรือน เพื่อเปิดทางปรับปรุงเป็นพื้นที่สวนสาธารณะ แต่ปรากฏว่าประชาชนที่อาศัยในชุมชนป้อมมหากาฬ ได้ออกมารวมตัวกันบริเวณลานชุมชน และประตูป้อมมหากาฬ บริเวณตรอกพระยาเพชรปาณี เพื่อคัดค้านการรื้อย้ายของกทม.ในวันนี้ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ตะโกนประท้วงการดำเนินการของกทม. ที่ระบุว่าจะเข้ามารื้อพื้นที่ประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กทม.ได้พยายามอธิบายถึงความจำเป็นในการเข้ารื้อ แต่ชาวบ้านทั้งหมดก็พยายามต่อต้านการเข้ามารื้อถอนในวันนี้เช่นกัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เริ่มทยอยรื้อถอนรั้วสังกะสี รื้อป้ายจำหน่ายดอกไม้ไฟ กรงสัตว์ และรั้วด้านหลังชุมชน โดยกทม.ได้ใช้เครื่องขยายเสียงขอให้ชาวบ้านเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ และจะรื้อเฉพาะบ้านที่ยินยอมเท่านั้น โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างตรึงเครียดมีชาวบ้านบางรายตะโกน ยืนยันจะปักหลักอยู่ที่ป้อมมหากาฬต่อไป
พล.ต.อ.อัศวิน ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้ได้เตรียมรถบรรทุก 6-10 ล้อ จำนวน 5 คัน และกำลังพลมารื้อถอนบ้านภายในชุมชนดังกล่าวและขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ ยืนยันว่าที่มาวันนี้จะรื้อถอนเพียงบ้านที่ทำหนังสือร้องขอด้วยความสมัครใจ เนื่องจากไม่มีรถและเงินในการจะรื้อบ้านด้วยตนเอง ส่วนของผู้ที่ไม่สมัครใจจะต้องเจรจากันถึงเหตุผลว่าเพราะเหตุใด ตนขอยืนยันว่า ไม่เคยมีเจตนาจะกลั่นแกล้งประชาชนหรืออยากทำให้ไม่สบายใจ หรือทุกข์ใจ แต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพราะมีคำสั่งระบุมาว่าให้กทม.เข้ารื้อถอนบ้านในชุมชนดังกล่าว หากไม่ทำกทม.ก็มีความผิด โดยเชื่อว่าภายใน 2 วันนี้จะสามารถรื้อถอนบ้านที่สมัครใจได้เรียบร้อย และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าและประปาจะตัดน้ำตัดไฟเฉพาะ 13-15 หลังที่จะรื้อถอนเท่านั้น บ้านหลังอื่นจะไม่กระทบแน่นอน
ขณะเดียวกันพบว่า นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางสุนีย์ ไชยรส อดีตรองประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ครั้งนี้ด้วย โดยนางอังคณา ได้เป็นคนกลางเจรจาระหว่างชาวบ้านกับกทม. แต่ทางกทม.ยืนยันจะขอรื้อ 13 หลังที่แจ้งความประสงค์ขอให้กทม.ช่วยดำเนินการรื้อย้าย และจะรื้อย้ายตามความสมัครใจเท่านั้น ทั้งนี้ นางสุนีระบุว่า หลายฝ่ายต่างก็พูดตรงกันว่าเรื่องนี้มีทางออก ที่ชุมชนก็อยู่ได้ การอนุรักษ์ก็ทำได้ เพียงแต่ตอนนี้กทม.ติดกับดักกฎหมายโดยยืนยันที่จะเดินตามกฎหมาย เชื่อว่าหากมีการเจรจรหารือกันจริงๆ ก็ย่อมหาทางออกร่วมกันได้
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวภายหลังการเจรจาว่า เบื้องต้นจะรื้อย้ายเฉพาะ 13 หลังที่ยินยอมก่อนใน 2 วันนี้ แต่พบว่ามี 1 ซึ่งเป็นบ้านทรงไทย เลขที่ 99 จะเก็บรักษาไว้แต่ห้ามคนเข้าไปอยู่ รวมถึงจะหยุดการรื้อย้ายบ้านที่เหลือ จนกว่าจะมีการเจราจากันใหม่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีนางอังคณาเป็นคนกลางเจรจาระหว่างกทม.กับชาวบ้าน เพื่อร่วมหาทางออกอีกครั้ง.
อ่านข่าวทั้งหมด http://www.komchadluek.net/news/regional/240737



