
เริ่มประชุมรมต.เศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่41พรุ่งนี้
(12ส.ค.) บรรยากาศภายในบริเวณ โรงแรม มิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 13-16 ส.ค.นี้ ครั้งนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งมีนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเจ้าภาพการจัดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 41 (ASEAN Economic Ministers Meeting: 41st AEM) ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายด้านเศรษฐกิจ ทั้งภายในกลุ่มประเทศอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่าง ๆ และในวันนี้ (12 ส.ค.) เป็นกรอบเวทีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางและหัวข้อต่าง ๆ ก่อนนำเสนอกรอบรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเริ่มการประชุมในกรอบของรัฐมนตรีอาเซียนในวันพรุ่งนี้ (13 ส.ค.) โดยภาพรวมในระหว่างวันที่ 11-12 ส.ค. เป็นช่วงการลงทะเบียนสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ซึ่งภายในบริเวณโรงแรมจัดการประชุม เข้มงวดด้านรักษาความปลอดภัยอย่างมาก มีการตรวจสอบรถยนต์ทุกคันที่เข้ามาภายในบริเวณโรงแรม และมีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบ ทั้งในโรงแรมและนอกโรงแรม
การประชุมสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ๆ คือ ในวันที่ 13-14 ส.ค.52 จะเป็นการประชุมระหว่างรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจากประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ส่วนในวันที่ 15-16 ส.ค.52 จะเป็นการหารือกับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ในส่วนของอินเดีย จะมีการหารือกันในวันที่ 13 ส.ค.52
อย่างไรก็ตาม การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เป็นการประชุมของรัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อันประกอบด้วย บรูไนดารุสซาลาม ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหพันธรัฐมาเลเซีย สหภาพพม่า สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ราชอาณาจักรไทย และ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
สำหรับประเด็นหลัก (Theme) ที่ไทยกำหนดในฐานะการเป็นประธานรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในปีนี้ คือ “Walk Together, Work Together towards AEC” หมายถึง ความร่วมมือร่วมใจของประเทศสมาชิกเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยยึดหลักดำเนินงาน 3Cs คือ 1.Commit ทุกประเทศจะต้องยึดมั่นในการปฏิบัติตามพันธกรณี 2.Concert ความร่วมมือร่วมใจระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อดำเนินตามแผนงานที่ได้วางแผนและตกลงกันไว้ 3.Connect การสร้างความมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนต่อการรวมกลุ่มเศรษฐกิจของอาเซียน
อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญของการประชุม คือ อนาคตการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน ภายหลังจากปี 2558 ที่อาเซียนได้บรรลุเป้าหมายการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) แล้ว ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ในปี 2558 ดังนั้น จึงต้องกำหนดอนาคตของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมขึ้น
การจัดทำ AEC Scorecard ซึ่งเป็นกลไกติดตามการดำเนินงานตามพันธกรณีโดยจะมีการวัดผลทุก 2 ปี การดำเนินงานภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน อาเซียนกับประเทศคู่เจรจา จะมีการหารือด้านเศรษฐกิจในกรอบอาเซียนบวก 6 คือ ประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาอื่น ๆ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ นอกเหนือจากการประชุมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน และการเจรจาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาแล้ว ประเทศไทยยังได้การจัดงาน ASEAN Fashion Plus Trade Fair ที่จัดควบคู่ไปกับงาน Bangkok International Fashion Fair and Bangkok International Leather Fair : BIFF&BIL 2009 โดยมีเป้าหมายที่จะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านแฟชั่นและอุตสาหกรรม ต้นน้ำต่าง ๆ ทั้งสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง
ทั้งนี้ ผลที่คาดหวังจากการประชุมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาคอาเซียน อาเซียนสามารถกำหนดทิศทางการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ภายหลังจากการบรรลุเป้าหมายการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค และเอื้อประโยชน์ต่อการวางแผนการผลิตและการลงทุน ส่งเสริมการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน โดยการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามความตกลงต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของสินค้า บริการและการลงทุนภายในภูมิภาค รวมทั้งลดอุปสรรคในด้านการค้าและการลงทุน อำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนและผู้ประกอบการในอาเซียน สร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนต่อการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน สร้างความสัมพันธ์และเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศคู่เจรจา อันประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่สำคัญของอาเซียน



