
มหาวิทยาลัยดังสหรัฐเผยมาตรการไถ่บาปค้าทาส 178 ปีก่อน
มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เผยจะพิจารณาลูกหลานทาสเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษ เป็นส่วนหนึ่งมาตรการไถ่บาปขายทาส 272 คนนำเงินมาใช้หนี้ในศตวรรษที่ 19
มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในวอชิงตัน ดี.ซี. หนึ่งในสถาบันการศึกษาเก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1789 ประกาศมาตรการเยียวยาอดีต หลังจากยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเคยมีส่วนร่วมในระบบค้าทาสของสหรัฐอเมริกา
ในปี ค.ศ.1838 คณะเยซูอิตที่ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ได้ขายทาสที่ทำงานในไร่ในรัฐแมรีแลนด์ซึ่งอยู่ใกล้กัน จำนวน 272 คน ส่งไปรัฐลุยเซียนา โดยทำรายได้เทียบค่าเงินในวันนี้ประมาณ 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำไปใช้ชำระหนี้ที่เทียบมูลค่าปัจจุบันราว 5 แสนดอลลาร์
ผ่านมาเกือบสองศตวรรษนับจากขายทาสในครั้งนั้น และสหรัฐยกเลิกระบบทาสตั้งแต่ปี ค.ศ. 1865 สถาบันต่างๆในสหรัฐอเมริกายังคงเยียวยาผลกระทบที่ตกทอดมา รวมถึงมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ที่ได้ตั้งคณะทำงานประกอบด้วยนักศึกษา คณาจารย์และศิษย์เก่า 16 คน ศึกษามาตรการเยียวยานานหนึ่งปี ก่อนมีเสนอแนะให้มหาวิทยาลัยพิจารณารับบุตรหลานทาสเหล่านั้นเข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษ แบบเดียวกับที่ให้กับสมาชิกในชุมชนจอร์จทาวน์
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนชื่ออาคารเรียนเพื่อเป็นเกียรติแก่ทาสที่ถูกขาย แทนชื่อของประธานมหาวิทยาลัย ที่มีส่วนค้าทาสเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน จะตั้งสถาบันใหม่เพื่อศึกษาระบบทาส และสร้างอนุสรณ์รำลึกถึงทาส 272 คนทั้งชาย หญิงและเด็กที่ทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย
นายจอห์น เดกิโอ ประธานมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ แถลงยอมรับอย่างเป็นทางการว่า สถาบันแห่งนี้ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับระบบทาส เราไม่สามารถซุกซ่อน ฝังกลบ เพิกเฉยและปฏิเสธความจริงนี้ได้ และในฐานะชุมชนและปัจเจกบุคคล เราไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดได้ หากเราปฏิเสธยอมรับความจริงประวัติศาสตร์ข้อนี้
คณะทำงานของมหาวิทยาลัย ยังได้จัดทำคลังข้อมูลทาสจอร์จทาวน์ เพื่อใช้ตามหาและติดต่อลูกหลานทาสที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย โดยมีข้อมูลเอกสารแสดงชื่อ อายุและความสัมพันธ์ของทาส 272 คนที่ถูกขายเมื่อ 178 ปีก่อน รายงานระบุว่ามีลูกหลานบางส่วนได้ติดต่อมาและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่ประธานมหาวิทยาลัยได้เดินทางไปเมืองต่างๆในลุยเซียนา และในเมืองสโปเคน รัฐวอชิงตันเพื่อพบปะกับลูกหลานของทาสเมื่อไม่นานมานี้
นอกจากจอร์จทาวน์แล้ว มหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆรวมถึง บราวน์ โคลัมเบียและฮาร์วาร์ด ต่างก็ยอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีอดีตที่เกี่ยวโยงกับการค้าทาส



