ข่าว

ม้งภูทับเบิก วอนหยุดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

ม้งภูทับเบิก วอนหยุดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

02 ก.ย. 2559

“ชาวม้งภูทับเบิก” ร้อง “ประยุทธ” หยุดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ฉุนเดือนร้อนหนัก เสนอ 4 ข้อ แก้ปัญหาร่วมกัน หวั่นกระทบความมั่นคง

“ชาวม้ง ภูทับเบิก” ร้อง “ประยุทธ” หยุดรื้อสิ่งปลูกสร้าง
  

          2 ก.ย. 59 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.20 น. นายมา วงศ์ทับเบิก อดีตผู้ใหญ่บ้านภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ พร้อมตัวแทนชาวม้ง ภูทับเบิก 7 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยมีนายยศพงษ์ งามรัตนไพบูลย์ นิติกรประจำศูนย์รับเรื่องดังกล่าว   
          หนังสือดังกล่าวระบุว่า ชาวบ้านขอความเป็นธรรม เนื่องจากได้รับความเดือนร้อนจากคำสั่งมาตรา 44 ที่ 35/2559 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครอง และการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก ที่ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนภูทับเบิก โดยชาวบ้านภูทับเบิก กว่า 1,000 ครัวเรือน ถูกเจ้าหน้าที่รัฐรื้อถอนและขัดขวางไม่ให้อยู่อาศัยและประกอบอาชีพ พร้อมถูกกล่าวหาให้ร้าย บางรายยังถูกเจ้าหน้าที่รัฐตั้งข้อหาอาญาร้ายแรง เตรียมจับกุมในข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการรื้อถอนอาคารสถานที่นั้นเจ้าของต้องเป็นคนจ่าย โดยไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตามข้อตกลงก่อนที่ชาวบ้านจะวางอาวุธเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ตามนโยบาย 66/23 ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางออกร่วมกับประชาชนในพื้นที่  
          หนังสือดังกล่าวระบุว่า ชาวบ้านขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังนี้ คือ 1.ให้หยุดรื้อถอนและทำลายที่พักแรมของชาวภูทับเบิกเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะบานปลายกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ 2.จัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน นำข้อเท็จจริงใหม่เข้ามาพิจารณาในชั้นศาล 3.ควรเร่งให้มีคณะกรรมการตรวจสอบว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้ดำเนินการรื้อถอนนั้น ถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ 4.ขอให้เร่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหา 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการตัวแทนชาวภูทับเบิก คณะกรรมการเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ และคณะกรรมการฝ่ายความมั่นคง  
          ด้าน นายมา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค.58 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงพื้นที่พร้อมบอกกับคนในพื้นที่ให้สร้างสิ่งก่อสร้างให้มั่นคง รวมถึงดูแลความสะอาดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เพราะจะส่งเสริมให้ภูทับเบิกเป็นโมเดลการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของไทย แต่เมื่อชาวม้งกู้เงินมาลงทุนปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างจนเกิดหนี้สิน ภาครัฐกลับเข้ามารื้อถอน สร้างความเดือดร้อน ซึ่งชาวบ้านมองไม่เห็นทางออก ขอยืนยันว่ารีสอร์ทบนภูทับเบิกเป็นของชาวม้งในพื้นที่ ไม่ใช่กลุ่มนายทุน และชาวม้งไม่ใช่อาชญากร ไม่เข้าใจว่าเหตุใดภาครัฐจึงเข้ารื้อถอนรีสอร์ท เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีการเจรจาจากภาครัฐ หรือแจ้งให้ทราบก่อนเข้ารื้อถอน ดังนั้น จึงรวบรวมรายชื่อชาวบ้านประมาณ 300 คน เข้าขอความเป็นทำกับนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทบทวนการรื้อถอน และร้องขอให้มีการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน รวมถึงการหามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ.